วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หนูเล็ก ก่อนบ่าย เลิกคิดฆ่าตัวตาย หลังพ่ออาการดีขึ้น (คลิป)

หนูเล็ก ก่อนบ่าย เลิกคิดฆ่าตัวตาย หลังพ่ออาการดีขึ้น (คลิป)

  • Share:

หนูเล็ก ก่อนบ่าย รับตอนนี้พ่ออาการดีขึ้นบ้าง แต่ยังเดินไม่ได้ หมอระบุไม่ได้ว่าเป็นโรคอะไร เพราะหลายโรครุม ยันไม่คิดฆ่าตัวตายแล้ว พ่อดีใจที่ได้แต่งงาน สามีเข้าใจ ขอเวลาดูแลพ่อ เอาตังค์ให้พ่ออย่างเดียว อีก 2 ปีเล็งมีลูก สุขภาพพร้อม แต่ตอนนี้ขอดูแลพ่อให้เต็มที่ก่อน...

ทำเอาแฟนๆ ของตลกสาวชื่อดัง หนูเล็ก ภัทรวดี ปิ่นทอง หรือ หนูเล็ก ก่อนบ่ายฯ อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวยอมรับว่าเครียดเรื่องอาการป่วยของคุณพ่อจนเกือบคิดสั้นฆ่าตัวตายมาแล้ว พอได้เจอ หนูเล็ก มาร่วมงานแถลงข่าวโครงการ "3 สาว 3 วัย ขวัญใจมวลชน" ณ บริเวณ Lifestyle Hall ชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์บางแค เลยอัพเดตถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งถามถึงชีวิตหลังแต่งงานด้วย

อาการป่วยคุณพ่อตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
"ตอนนี้พ่อก็ทรงๆ ค่ะ แต่ว่าก็ดีขึ้นระดับหนึ่ง พ่อเริ่มเดินได้ เริ่มพูดรู้เรื่อง"

มีอาการอะไรที่น่าเป็นห่วงไหม?
"อาการน่าเป็นห่วงหมดเลยทุกอย่างเลยค่ะ"

อย่างก่อนหน้านี้ที่บอกว่าเป็นห่วงเรื่องการติดเชื้อ?
"เรื่องการติดเชื้อนี่โชคดีไปแล้วค่ะ ไม่เป็นไรแล้วไม่ติดแล้ว หายหมดแล้ว เชื้อนี้ออกไปหมดแล้ว แต่อาการอื่นคือพ่อจะปวดท้ายทอยเยอะมาก แล้วพอปวดเยอะมันจะทนไม่ได้

คือวันก่อนพ่อปวดจนร้องไห้ กระทืบเท้า กระโดด เราก็พาไปโรงพยาบาล เขาก็ให้ยาฉีดเข้าไปก็ทำให้พ่อเจ็บน้อยลง ถ้าหากว่ามันเจ็บมากขึ้นจะทำให้พ่อเดินไม่ได้ พูดไม่ได้ เหมือนเป็นอัมพฤกษ์ แต่ตอนนี้ดีขึ้นค่ะ เริ่มเดินได้แล้ว"

เขาเรียกว่าโรคอะไร?
"จริงๆ แล้วมันเรียกว่าโรคอะไรไม่รู้ค่ะ บอกไม่ได้ มันหลายโรคเกิน เพราะพ่ออายุ 80 พอ 80 แล้วมันก็มาหมดเลย ทั้งหลอดเลือดตีบ เส้นเลือดในสมอง เส้นเลือดหัวใจ มันบกพร่องหมดเลยค่ะ ภูมิคุ้มกันก็บกพร่องด้วย มันเยอะมาก

แต่กำลังใจพ่อดีมากนะคะ เพราะว่าลูกๆ คอยดูแล โทรหาทุกวัน แต่ล่าสุดนี่เดินไม่ได้อีกแล้ว เขาก็บอกว่าจะเดินได้อีกไหม ลูกๆ ก็อึ้งไปนิดหนึ่ง แล้วพี่ชายที่ดูแลอยู่ก็บอกว่าเดินได้สิ เดี๋ยวพอพ่อหายปวดที่ท้ายทอยก็จะเดินได้อีก แล้วก็เดินได้จริงๆ ด้วย"

แล้วเราได้ไปดูแลบ้างไหม?
"ของเราถ้าว่างวันสองวันคือลงไปเลยค่ะ ไม่ต้องมีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าว่างปุ๊บคือไปทันที ไปนอนเฝ้าพ่อจนตอนนี้เสียงแทบไม่เลย เพราะเราไม่ได้นอนเลย เราทำงานเราก็ไม่ได้นอนอยู่แล้ว พอกลับบ้านไปก็ไม่ได้นอนทั้งกลางวันและกลางคืน ก็เลยจะหนักหน่อย"

คุณหมอแนะแนวทางการรักษายังไงบ้าง?
"ตอนนี้หมอบอกว่ารักษาตามอาการ คือปวดก็ไปๆ ปวดปุ๊บฉีดยา ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลค่ะ เพราะมันไม่มีผลอะไรแล้ว แต่ยาที่ฉีดไปตรงสมอง ผลก็คือจะทำให้พ่อหน้าบวมบ้าง ขาบวมบ้าง"

ส่วนตัวเราเองกำลังใจเป็นยังไงบ้าง เคยคิดฆ่าตัวตายด้วย?
"ตอนนี้ทำใจหมดแล้วทุกอย่างค่ะ เพราะรู้สึกว่าเราทำให้พ่อทุกอย่างที่เขาไม่มี จนเขามีทุกอย่างแล้ว สมบูรณ์แบบหมดแล้วค่ะ เราได้ล้างตูดล้างก้นให้พ่อแล้ว ทำทุกอย่าง ดูแลหมดแล้ว เหมือนเขาเป็นลูกเราคนหนึ่งเลย

เหมือนตอนเขาดูแลเราตอนเล็กๆ เลย ตอนนี้ทำได้ทุกอย่างแล้ว ก็เลยทำใจแล้วก็สู้ ทำงานทุกวันนี้ขอบคุณทุกๆ ท่าน ที่เอ็นดูที่ให้งานหนู ทำงานทุกวันนี้ให้พ่ออย่างเดียวเลย บอกกับแฟนเลยว่าขอนะ ขอดูแลพ่อกับแม่จนกว่าเขาจะไม่มีลมหายใจ"

เราเพิ่งมีครอบครัว คุณพ่อพูดอะไรกับเราบ้าง?
"เขาก็ได้แต่ยิ้ม จะถามทุกครั้งที่โทรหาว่า ไหนไอ้อ้วนละ คือเหมือนเขาภูมิใจมากที่แต่งกับคนนี้ หนูก็ถามว่าทำไมอะพ่อ เขาก็บอกไม่มีใครทนเราได้หรอก ต้องคนนี้ เขาอยากให้แต่งกับคนนี้"

ตอนนี้ความคิดเปลี่ยนไปแล้ว ไม่คิดฆ่าตัวตายอีกแล้วใช่ไหม?
"คือหายไปเลยค่ะ ตั้งแต่วันนั้นคือคิดแค่วันเดียว วูบเดียวแค่นั้น แต่มันก็น่ากลัวมากเลยนะคะ แต่มันก็หายไปแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว ดีขึ้นมากๆ เพราะรู้สึกว่าต้องอยู่เพื่อดูแลพ่อ ถ้าเราเป็นอะไรขึ้นมา ใครจะดูแลพ่อ ใครจะส่งเงินให้พ่อ"

ชีวิตการแต่งงานเป็นยังไงบ้าง?
"ก็ดีค่ะ ก็ปกติเหมือนเดิม เราอยู่กันเป็นเพื่อน เขาเข้าใจเรามากขึ้นกว่าเดิมอีก เพราะเราเจออะไรมาเยอะมาก ได้เขามาช่วยดูแล ให้กำลังใจ ถือว่าสุดๆ ของเราแล้ว"

เขาให้กำลังใจเรายังบ้าง?
"เขาพูดมาอย่างหนึ่งคือ เราจะกลัวตลอดว่าถ้าแต่งงานไป ทำงานมาส่งบ้านๆ จะทำให้เขามีปัญหากับพ่อแม่เขา แต่เขาพูดมาคำหนึ่งว่า ทำมาได้เท่าไรให้พ่อไปเลย ก็เลยรู้สึกว่าโชคดีที่เขาเข้าใจเรา เขาก็ต้องดูแลธุรกิจของเราแล้วก็ของเขาด้วย ก็จะลงไปไม่ได้ แต่จะโทรหากัน เขาเข้าใจค่ะ"

มีแพลนจะไปเที่ยวกันบ้างไหม?
"ไม่มีเลยค่ะ มีแต่คนถามว่าไม่เห็นรูปในไอจีไปเที่ยวฮันนีมูนอะไรกันเลย คือตอนนี้เหมือนว่าต้องให้เวลากับพ่อ ไม่มีเวลาสวีตอะไรเลย"

เรื่องมีทายาทพร้อมหรือยัง?
"น่าจะอีก 2 ปีค่ะ คือดูแลพ่อก่อนจริงๆ ค่ะ มีพ่อแล้วก็มีแม่อีก แม่ก็ 75 แล้ว แม่ก็ลิ้นหัวใจรั่วอีก แล้วอยู่ใต้กันหมดเลยเขาไม่มาอยู่กรุงเทพฯ เพราะเดินทางก็ลำบาก เขากลัวเราจะทำงานไม่เต็มที่".

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้