วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นักดื่มพึงระวัง! ขับชน แอลกอฮอล์เกิน 50 มก. ประกันไม่จ่าย ผู้เสียหายยังคุ้มครอง

นักดื่มพึงระวัง! ขับชน แอลกอฮอล์เกิน 50 มก. ประกันไม่จ่าย ผู้เสียหายยังคุ้มครอง

  • Share:

มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 60 ที่ผ่านมา สำหรับข้อยกเว้นกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ จากเดิม “การขับขี่โดยบุคคลซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์” แก้ไขข้อความเป็น “การขับขี่โดยบุคคลซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์”

นายตนุภัทร รัตนพูลชัย รองเลขาธิการ ด้านกฎหมาย คดี และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ว่า การแก้ไขแบบข้อความกรมธรรม์ประกันภัย และเอกสารแนบท้ายของกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวนี้ เป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 16 (พ.ศ. 2537) ออกตามความใน พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยกำหนดว่าบุคคลที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้ถือว่า “เมาสุรา”

นายตนุภัทร รัตนพูลชัย รองเลขาธิการ คปภ.

โดยเอกสารแนบท้ายของกรมธรรม์ประกันภัยฉบับใหม่ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้นั้น จะส่งผลให้ผู้ขับขี่รถเอาประกันภัยภาคสมัครใจ หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เมื่อประสบอุบัติเหตุจะไม่ได้รับความคุ้มครองทั้งชีวิตและทรัพย์สินจากกรมธรรม์

แต่ในส่วนของผู้ประสบภัยหรือบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายจากรถคันที่เอาประกันภัยดังกล่าวยังคงได้รับความคุ้มครอง โดยบริษัทประกันภัยของรถคันที่เอาประกันภัยฝ่ายผิด จะต้องให้ความคุ้มครองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยบริษัทประกันภัยจะไปไล่เบี้ยเรียกคืนค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทจ่ายไปจากผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ต่อไป

แต่ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนปริมาณแอลกอฮอล์ดังกล่าว ไม่กระทบต่อความคุ้มครองของการประกันภัยรถภาคบังคับ

หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มก. เมื่อประสบอุบัติเหตุจะไม่ได้รับความคุ้มครอง

“เหตุผลที่คุ้มครองแต่บุคคลภายนอกนั้น เนื่องจากว่าบุคคลภายนอกไม่ทราบว่าผู้เอาประกันเมาแล้วขับ บริษัทจึงคุ้มครองบุคคลภายนอกเหมือนเดิม แต่ผู้เอาประกันทราบดีว่าเงื่อนไขข้อยกเว้นของกรมธรรม์คืออะไร แต่ยังกระทำ จึงเห็นว่าผู้เมาแล้วขับไม่สมควรที่จะได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้เอาประกันด้วย” นายตนุภัทร อธิบาย

ผู้ประสบภัยที่ได้รับความเสียหายจากรถคันที่เอาประกันภัยดังกล่าวยังคงได้รับความคุ้มครอง

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เมื่อบริษัทประกันออกข้อยกเว้นเมาไม่จ่ายเข้มงวดถึงเพียงนี้ แนวโน้มของการเกิดอุบัติเหตุจะลดลงด้วยหรือไม่ นายตนุภัทร กล่าวว่า “ผมคาดว่าอุบัติเหตุน่าจะลดลง เพราะคนเมาจะตระหนักได้ว่า หากขับรถไปแล้วเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นคุณต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด ขณะที่เมื่อก่อนทางประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบให้ ซึ่งถึงแม้ว่าทางบริษัทประกันภัยเองจะรับผิดชอบให้กับผู้ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมหรือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องแล้วนั้น คุณก็จะถูกไล่เบี้ยคืนตามจำนวนเงินที่ทางบริษัทประกันจ่ายไปให้กับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคุณยังมีความผิดทางอาญาอีกด้วย จะผิดทั้งสองเด้ง ดังนั้น ก่อนขับขี่ยวดยานพาหนะจะต้องตระหนักให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น”

แต่อย่างไรก็ตาม กรณีการไล่เบี้ยคืนกับผู้เอาประกันซึ่งคือเจ้าของรถคันนั้น แต่หากผู้เอาประกันไม่มีทรัพย์ให้ หรือเสียชีวิตขณะเกิดอุบัติเหตุ ทางบริษัทก็ไม่สามารถไล่เบี้ยคืนได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้