วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฆ่าโบกปูน สามเณร หมกวัดดัง

ฆ่าโบกปูน สามเณร หมกวัดดัง

  • Share:

รวบไวยาวัจกรคา-ผ้าเหลือง! พ่วงเมีย-เณร ร่วมกันสังหาร

รวบแก๊งโหดฆ่าสามเณรฝังดินภายในบริเวณวัดดังกลาง เมืองนครศรีธรรมราช นานร่วม 5 เดือนญาติสงสัยโร่ร้องผู้การจังหวัด ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่สืบเบาะแสจนมีหลักฐาน มีพระเณรและสีการวม 3 คนลงมือฆ่า หิ้วตัวสอบเค้นจนยอมรับความจริงสิ้น โดยเฉพาะพระอ้างตอนเป็นไวยาวัจกรวัด ดูแลผลประโยชน์ของวัดทั้งหมด แล้วเงินสดของเมีย 5 หมื่นบาท กับสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง 1 องค์หายไป สงสัยผู้ตายเป็นคนเอาไป เรียกมาถามความจริง กลับไม่ยอมรับ เลยร่วมกันซ้อมทุบตีจนสิ้นใจตายอย่างทรมาน แล้วนำศพฝังดินโบกปูนทับ พร้อมปรับพื้นที่เป็นสวนหย่อม และทำฐานบนหลุมฝังศพก่อนนำพระพุทธรูปมาวางอำพรางสายตาผู้คน หลังก่อเหตุเครียดสำนึกผิดบวชเป็นพระอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ตาย จนถูกจับคาผ้าเหลือง ส่วนสามเณรคู่หูอ้างวิญญาณหลอกหลอนแทบเป็นบ้าจนยอมรับสิ้น ด้านสีกายังปฏิเสธเสียงแข็ง

รวบแก๊งโหดฆ่าฝังศพสามเณรในวัดดังรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.รังสรรค์ สุขเกื้อ ผกก.กก.สส.บก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.ท.วินัย คงประพันธ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พ.ต.ต.วันชัย สุวรรณรัตน์ สว.สส. พร้อมกำลังตำรวจ นำตัวนายเด่นชัย ภูมินิยม อายุ 36 ปี หรืออดีตพระเด่น อยู่บ้านเลขที่ 4/1 หมู่ 3 ต.นาทราย อ.เมืองนครศรีธรรมราช กับนายสุริยา กุศลสุข อายุ 18 ปี หรืออดีตสามเณรสุริยา อยู่บ้านเลขที่ 84/2 หมู่ 2 ต.ท่าประจะ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพคดีร่วมกันฆ่านายศุภโชค เอกเกียรติกุล อายุ 17 ปี หรืออดีตสามเณรปลื้ม สามเณรวัดวังตะวันตก ต.ท่าวัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช ก่อนนำศพฝังไว้ภายในบริเวณวัดวังตะวันตก ท่ามกลางชาวบ้านมุงดูแน่นขนัด

พบจุดฝังศพเป็นลานสวนหย่อมกลางวัด เนื้อที่ประมาณ 150 ตารางวา บริเวณโดยรอบมีการนำม้านั่งหินอ่อนมาวางเป็นจุดๆตามพุ่มไม้ ด้านทิศใต้มีลานปูนซีเมนต์ สร้างฐานก่อนนำพระพุทธชินราช ขนาดหน้าตักกว้าง 40 นิ้ว สูง 1.50 เมตร มาประดิษฐานข้างบน จากนั้นเจ้าหน้าที่นำรถแบ็กโฮมาขุดใต้ฐานพระลึกราว 1.50 เมตร พบศพสามเณรปลื้ม มีการโบกปูนทับอีกชั้น ศพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นโชยคลุ้งไปทั่วบริเวณ มีผ้าจีวรและเสื่อห่อศพอย่างดี ศพมีบาดแผลแตกหลายแห่ง จุดที่ฝังศพในแต่ละวันจะมีชาวบ้านพาครอบครัวและบุตรหลานมาพักผ่อนจำนวนมาก โดยไม่มีใครทราบว่าใต้ฐานพระเป็นหลุมฝังศพสามเณรปลื้ม ส่วนหน้าวัดเป็นป้อมยามตำรวจ และ อส.ตร.ปฏิบัติหน้าที่ประจำตลอด 24 ชม.

คดีนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.วันชัย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ได้รับการร้องเรียนจากญาติว่าสามเณรปลื้ม ได้หายตัวไปจากวัดวังตะวันตก ที่บวชอยู่หลายเดือนแล้ว และน่าจะ มีอันตรายเนื่องจากทางบ้านก็ไม่ทราบว่าไปอยู่ไหน หลังทราบเรื่อง พล.ต.ต.วันชัยสั่งให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่สืบหาเบาะแส กระทั่งได้ข้อมูลชัดเจนว่า พระเด่นกับสามเณรสุริยา พระและสามเณรวัดเดียวกัน และ น.ส.ปิยฉัตร หรือบิว อรุณสกุล อายุ 40 ปี ภรรยาพระเด่น น่าจะมีส่วนรู้เห็น ชุดสืบสวนจึงนำตัวพระเด่น กับสามเณรสุริยา และ น.ส.ปิยฉัตร มาสอบสวน หลังถูกสอบเค้นอย่างหนักในที่สุด พระเด่นกับสามเณรสุริยา ยอมเปิดปากให้การรับสารภาพสิ้นว่า ร่วมกันฆ่าสามเณรปลื้ม แล้วนำศพฝังไว้ภายในวัดวังตะวันตกนานร่วม 5 เดือนแล้ว จึงนำตัวพระเด่นและสามเณรสุริยาไปทำการสึก ก่อนคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติ่ม

จากการสอบปากคำนายเด่นชัย หรืออดีตพระเด่น ให้การอ้างว่า ขณะที่ตนเป็นไวยาวัจกรวัดวังตะวันตก มีหน้าที่เก็บผลประโยชน์จากการเช่าพื้นที่และอื่นๆภายในวัดทั้งหมด โดยมี น.ส.ปิยฉัตร หรือบิว ภรรยาเป็นผู้ช่วยเหลือ ต่อมาทรัพย์สินของ น.ส.ปิยฉัตรหายไป ประกอบด้วยเงินสด 50,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท 1 เส้น พร้อมพระเลี่ยมทอง 1 องค์ โดยตนเชื่อว่าสามเณรปลื้ม เป็นคนขโมยไปในคืนวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา จึงเรียกสามเณรปลื้มมาสอบถาม แต่ผู้ตายปฏิเสธเสียงแข็ง เลยร่วมกันลงมือซ้อมทุบตีน่วมสลบหมดสติถึง 2 ครั้ง ก่อนนำร่างที่ยังหายใจรวยรินขึ้นท้ายรถกระบะ จะนำไปที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช

นายเด่นชัยให้การอีกว่า ระหว่างทางสามเณรปลื้มเกิดสิ้นใจตายเสียก่อน เลยนำศพกลับมาที่วัดวังตะวันตก ช่วยกันขุดดินฝังร่างที่ใต้ต้นตะเคียนภายในวัด จากนั้นนำสบงจีวรและผ้าห่มเปื้อนเลือดของผู้ตายไปโยนทิ้งริมถนนข้างวัดโคกสะท้อน ต.นาเคียน อ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อมปรับพื้นที่บริเวณหลุมฝังศพเป็นสวนหย่อมพักผ่อนเพื่ออำพรางซ่อนเร้นศพ โดยเทพื้นซีเมนต์และก่อฐานจากนั้นนำพระพุทธรูปมาประดิษฐาน ภายหลังก่อเหตุตนไม่สบายใจและคิดมากมาตลอด และสำนึกผิดในการกระทำ ตัดสินใจบวชพระเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ตาย กระทั่งตำรวจสงสัยเชิญตัวมาสอบสวนและยอมรับสิ้นดังกล่าว

ส่วนนายสุริยา หรืออดีตสามเณรสุริยาให้การว่า ร่วมทุบตีและฝังศพสามเณรปลื้มด้วย หลังจากนั้นถูกวิญญาณคอยตามหลอกหลอนจนแทบเป็นบ้า แถมวิญญาณยังข่มขู่ด้วยว่า ให้ตนเข้าพบตำรวจและเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ทราบ ตนจึงยอม เปิดเผยความจริง ด้าน น.ส.ปิยฉัตร ภรรยานายเด่นชัย ยังให้การปฏิเสธเสียงแข็งว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ขณะที่แนวทางการสืบสวนเจ้าหน้าที่พบเบาะแสคาดว่า น.ส.ปิยฉัตรน่าจะเป็นคนบงการให้สามีและสามเณรสุริยารุมซ้อมเหยื่อเพื่อให้ยอมรับว่าเป็นคนขโมยของ และให้นำเงินสดกับสร้อยคอทองคำมาคืน แต่เมื่อผู้ตายปฏิเสธ เลยพากันลงมือหนักข้อจนเหยื่อสิ้นใจตาย ขณะที่ปมผู้ตายรับรู้เรื่องผลประโยชน์ภายในวัดจนถูกฆ่าปิดปากก็ยังไม่ตัดทิ้ง ตำรวจจะได้สอบคลี่คลายคดีให้แน่ชัดอีกครั้ง อย่างไร ก็ตาม คืนก่อนทำแผนและขุดศพมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าดูแลความปลอดภัยเต็มที่ บรรยากาศภายในวัดมืดสลัวมีไฟไม่กี่ดวง แถมมีลมพัดกระโชกเป็นช่วงๆ จนรู้สึกเย็นยะเยือก และมีสุนัขเห่าหอนตลอดเวลา ทำให้บรรยากาศน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

สำหรับวัดวังตะวันตก เป็นวัดที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ในย่านธุรกิจการค้าท่าวัง กลางเมืองนครศรีธรรมราช ภายในวัดมีการให้เช่าที่จอดรถ แต่ละวันจะมีรถเข้ามาจอด 100 กว่าคัน ช่วงเสาร์-อาทิตย์ มีมากถึง 300 คัน โดยค่าจอดคันละ 30 บาท โดยมีพระรูปหนึ่งกับสีกาเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ หากมีพระภิกษุหรือสามเณรรูปใดขัดแย้งกับพระและสีการายดังกล่าว จะมีทีมฆราวาสที่เป็นพวกกันคอยช่วยเหลือจนพระและสามเณรที่มีปัญหาจะอยู่ในวัดไม่ได้ ขณะที่ชาวบ้านใกล้วัดทราบเรื่องดี แต่ไม่มีใครกล้าดำเนินการ เพราะเกรงกลัวอิทธิพล จนเกิดเรื่องฆ่าฝังศพในวัดขึ้น

ขณะเดียวกัน ตำรวจเข้าสอบปากคำพระเทพสิริโสภณ อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช และอดีตเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก ที่ถูกใส่กุญแจขังไว้ในกุฏิ ให้การว่า อาตมาถูกใส่กุญแจกุฏิล็อกออกไปไหนมาไหนไม่ได้ 2 ปีกว่าแล้ว โดยจะมีคนเอาอาหารมาให้ฉันทุกวัน และไม่เคยรับรู้สถานะการเงินของวัด เนื่องจากอยู่ภายใต้การควบคุมจากกลุ่มของพระเด่น รวมทั้งทีมผู้ต้องหาที่ร่วมฆาตกรรมสามเณรปลื้ม เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น ส่วน น.ส.ปิยฉัตร และนายเด่นชัยไม่ได้เป็นญาติกัน และเจ้าหน้าที่ถามว่าเหตุใดถึงเข้ามาควบคุมวัดได้อย่างเบ็ดเสร็จ พระเทพสิริโสภณกลับนิ่งเฉย ไม่ยอมบอกแต่อย่างใด

ต่อมา พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 พร้อม พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ร่วมแถลงข่าวว่า วัดวังตะวันตกมีผลประโยชน์มหาศาล กลุ่มผู้ต้องหาทั้งสามีภรรยา คือนายเด่นชัย ภูมินิยม และ น.ส.ปิยฉัตร อรุณสกุล ครอบงำได้ทั้งหมด แม้แต่อดีตเจ้าอาวาสก็ถูกขังไว้ไม่สามารถทำอะไรได้ อยู่ในสภาพห่มผ้าเหลืองเพียงอย่างเดียวกรรมการวัดก็ไม่มี จึงขอเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากวาดล้างทำความสะอาดวัดครั้งใหญ่ และอาจมีผู้ต้องหาเพิ่มในคดีนี้อีกรวมเกือบ 10 คน เป็นผู้ที่มีส่วนเช่นคนขุด คนจัดหาปูน คนผสมปูน ที่ช่วยกันปิดบังอำพรางซ่อนเร้นศพ

“สำหรับผลประโยชน์ของวัดที่กลุ่มผู้ต้องหาครอบครองจัดการอยู่นั้นมีทั้งรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ของวัดมูลค่าหลายร้อยล้านบาท เงินสดที่ไหลเข้าวัดทุกวัน วันละไม่น้อยกว่า 15,000 บาท ทั้งจากการเก็บค่าแผงค้ารายวัน ค่าจอดรถรายวัน และอื่นๆอีกหลายรายการ รายได้ทั้งหมดนั้นไม่ปรากฏอยู่ในสถานะทางบัญชีของวัด ส่วน น.ส.ปิยฉัตรนั้นเดิมพบว่ามีอาชีพขายน้ำผลไม้ปั่นอยู่บริเวณหลังวัด และภายหลังได้มาบริหารจัดการภายในวัด ทำให้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยขณะนี้ใช้รถยนต์ราคาแพงอยู่ถึง 3 คัน” พล.ต.ท.เทศากล่าวในที่สุด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้