วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ป.ป.ส.ยัน 'เปรี้ยว' หั่นศพ โยงค้ายา!

ป.ป.ส.ยัน 'เปรี้ยว' หั่นศพ โยงค้ายา!

  • Share:

พบเบาะแส 3ชายพาหนี มี‘หมายจับ’

เผย 3 ชายไทยซื้อตัว “เปรี้ยว” กับเพื่อนสาวสวย แก๊งฆ่าหั่นศพไปจากร้านคาราโอเกะแล้วหายตัวปริศนาไปในดินแดนพม่า ตรวจสอบภายหลังทราบชาย 1 ใน 3 เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดอยู่ระหว่างหนีหมายศาล เร่งประสานการล่าตัวมาดำเนินคดี ขณะที่ ป.ป.ส.ระบุ “สาวเปรี้ยว” เคยพัวพันกับแก๊งค้ายานรกข้ามชาติติดต่อนำยานรกจากเมียนมาผ่านสามเหลี่ยมทองคำส่งเข้าไทย ถือเป็นเครือข่ายใหญ่ที่กำลังถูกตามล่า

หลายฝ่ายเร่งประสานกับทางการเมียนมาตามล่าตัวแก๊ง 3 สาวสวยโหด ประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย น.ส.กวิตา หรือเอิร์น ราชดา และ น.ส.อภิวันท์ หรือแจ้ สัตยบัณฑิต ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ฐานร่วมกันฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม กลิ่นจุ้ย อายุ 22 ปี สาวคาราโอเกะในเมืองขอนแก่น โดยยัดศพแยก 2 ท่อนใส่ถังพลาสติกไปฝังดินในพื้นที่บ้านโนนสง่า ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เบื้องต้นคาดว่า 3 สาวแก๊งโหดหนีไปกบดานในเขตอิทธิพลของกลุ่มว้าแดงหรือมูเซอในประเทศเมียนมาฝั่งตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย

ต่อมาเวลา 10.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. ที่ บก.สส. ภาค 4 (ขอนแก่น) พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก. สส.ภาค 4 เปิดเผยว่า ขณะนี้เป็นที่ทราบแน่ชัดแล้วว่ากลุ่มผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศราหรือแอ๋ม นั้นมีทั้งหมด 5 คนคือ นายวศิน นามพรหม อายุ 22 ปี น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือเบนซ์ อายุ 21 ปี ซึ่งถูกจับแล้วและเข้าสู่กระบวนการชั้นศาลเป็นที่เรียบร้อย ขณะนี้ทั้ง 2 คนถูกคุมขังแล้ว โดย น.ส. จิดารัตน์ถูกขังที่เรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น ส่วนนายวศินถูกขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น

ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับอีก 3 คนคือ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย น.ส.กวิตา หรือเอิร์น ราชดา และ น.ส.อภิวันท์ หรือแจ้ สัตยบัณฑิต ยังหลบหนีอยู่ที่ประเทศเมียนมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานกันทั้งทางการทูตและการประสานส่วนตัวไปยังหัวหน้ากลุ่มว้า กลุ่มมูเซอ และกลุ่มไทยใหญ่ เพราะหลังจากที่ทั้ง 3 คนข้ามไปประเทศเมียนมาแล้วทำงานที่ร้านคาราโอเกะมีคนมาพาตัวทั้ง 3 คนหลบหนีไป ซึ่งประเทศเมียนมาแบ่งกันหลายกลุ่ม ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ต้องประสานกันทุกวิถีทางเพื่อเชื่อมถึงตัวคนที่นำทั้ง 3 สาวหลบหนีไป เชื่อว่าน่าจะมีคนให้ที่พักอาศัย เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกจับกุมข้อหาหลบหนีเข้าเมือง เพราะถ้าดูจากวันเวลาที่เข้าไป ยังประเทศเมียนมาแล้วถือว่าหมดเวลาที่จะอยู่ในประเทศเมียนมาแล้ว ถ้าอยู่ต่อได้ต้องมีคนดูแลและให้ที่พักพิง

ผบก.สส.ภาค 4 กล่าวต่ออีกว่า ถ้าหากทั้ง 3 คน ถูกทางการเมียนมาจับกุมในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายของเมียนมาก่อนซึ่งไม่รู้ว่าจะกี่วัน กี่เดือน เพราะตอนนี้ยังไม่ทราบว่าทั้ง 3 คนอาศัยอยู่กับคนกลุ่มใดแน่ ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผบช.ภ.4 ได้แต่งตั้งคณะทำงานของภาค 4 ในคดีนี้เพื่อสืบสวนสอบสวนตามจับกุมคนร้ายที่ยังหลบหนี และสืบสวนต่อไปว่า นอกจาก 5 คนนี้แล้ว ยังมีใครเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ พร้อมกันนี้ชุดสืบสวนยังต้องลงพื้นที่ต่างๆที่คาดว่าจะเชื่อมโยงเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งตัวบุคคล สถานที่พักหรือบ้านพักอาศัย เพื่อตรวจค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีกด้วย

ส่วน พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.เขา-สวนกวาง จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำญาติของน้องแอ๋มที่ได้กล่าวพาดพิงถึงบุคคลอื่น เจ้าหน้าที่ได้เรียกตัวบุคคลที่ถูกพาดพิงมาสอบสวนแล้วปรากฏว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีแต่อย่างใด แต่ทุกคนให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ต่อไปเจ้าหน้าที่จะเรียกพ่อ แม่ และคนใกล้ชิดของ น.ส.เปรี้ยว น.ส.เอิร์น น.ส.แจ้มาสอบสวนเช่นกัน ขณะนี้สอบพยานไปแล้วกว่า 50 ปาก

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุม สำนักงานตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนภาค 4 พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะ หัวหน้าชุดสอบสวนภาค 4 พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภาค 4 พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบก. สส.ภาค 4 พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.สส.3 บก.สส.ภาค 4 พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม โดย พล.ต.ต.เจริญวิทย์ กล่าวว่า การตามตัว 3 ผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ในเมียนมานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังเมียนมาและทราบแล้วว่า หลัง 3 คนเข้าไปทำงานร้านคาราโอเกะที่ จ.ท่าขี้เหล็ก เมื่อวันที่ 25 พ.ค.และในคืนวันเดียวกันมีชายไทย 3 คนเข้าไปเที่ยวที่ร้านคาราโอเกะได้ซื้อตัวทั้งสามออกจากร้านแล้วหายตัวไป

“การสืบสวนทราบด้วยว่า 1 ใน 3 ชายไทยนั้นเป็นผู้ต้องหาในคดียาเสพติด ซึ่งถูกจับในพื้นที่ จ.ปทุมธานี กับ จ.ศรีสะเกษ อยู่ระหว่างหลบหนีในชั้นศาลและมีภรรยาอยู่ที่ จ.ศรีสะเกษ ส่วนชายอีก 2 คนกำลังตรวจสอบว่าเป็นใคร และมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติหรือไม่ แต่ในส่วนของ น.ส.เปรี้ยว มีส่วนพัวพันกับยาเสพติดชัดเจนคือเรื่องเสพ แต่ความเกี่ยวพันกับขบวนการค้ารายใหญ่นั้น เจ้าหน้าที่สืบสวนภาค 4 ยังไม่พบประวัติในส่วนนี้ อีกทั้งสามีของ น.ส.เปรี้ยวที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่นจับกุมในคดียาเสพติด เป็นเพียงการจับกุมในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งการสืบสวนในขณะนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าชาย 3 คน ที่ไปซื้อตัว 3 คนจากร้านคาราโอเกะนั้นไม่รู้จักกันมาก่อน เป็นเพียงนักเที่ยวที่เข้าไปเที่ยวแล้วเกิดความพึงพอใจในตัว 3 สาวจึงซื้อตัวไป ทั้งนี้ทั้งนั้น ความสัมพันธ์ต่างๆหรือการเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดกับใคร ฝ่ายใดนั้นต้องได้ตัว น.ส.เปรี้ยวมาก่อนจึงจะชัดเจน” พล.ต.ต.เจริญวิทย์กล่าว

รอง ผบช.ภ.4 กล่าวอีกว่า ในส่วนของผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนั้น ขณะนี้พบความเคลื่อนไหวจากทาง น.ส. เปรี้ยวที่ติดต่อมาหาญาติผ่านเฟซบุ๊กว่ายังปลอดภัยทั้ง 3 คน จึงเชื่อได้ว่ามีที่อยู่ที่พักพิงและปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามติดต่อผ่านญาติให้เข้ามอบตัวเพื่อความปลอดภัยของทั้ง 3 คน และให้เชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนการประสานงานกับทางประเทศเมียนมานั้น ได้ประสานทางการทูตและประสานส่วนตัวกับกลุ่มต่างๆทั้งมูเซอ ว้า และไทยใหญ่ เชื่อว่าจะได้ตัวในเร็วๆนี้

ขณะที่ พล.ต.ต.ธนาศักดิ์กล่าวถึงการสอบสวนว่า คดีที่เกิดขึ้นเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและเป็นการก่อเหตุอาชญากรรมที่รุนแรงเกี่ยวพันกับคนหลายคน เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนให้กระจ่าง จำเป็นต้องมีทีมสอบสวนหลายคนช่วยกัน ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำบุคคลที่ใกล้ชิดคนตายและคนใกล้ชิดกับบุคคลทั้ง 5 คนที่ถูกออกหมายจับ หากการสอบสวนพาดพิงถึงบุคคลใดจะเชิญตัวมาสอบสวนทั้งหมด ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบและสอบสวนที่มาที่ไปของทรัพย์สินและเงินในบัญชีของ น.ส.เปรี้ยวรวมทั้งคนใกล้ชิดด้วยว่าเป็นเงินที่ได้มาอย่างไรและเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวว่า จากข้อมูลของทางการเมียนมายืนยันยังไม่พบ 3 สาวผู้ต้องหา แต่คาดว่า น.ส.ปรียานุช และเพื่อนยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่เมียนมา ที่ผ่านมา ป.ป.ส.ไม่เคยระบุว่า น.ส.ปรียานุชเข้าไปเกี่ยวข้องกับเครือข่ายของ พ.ท.ยี่เซ แต่วิเคราะห์เพียงว่า หากไม่ถูกส่งตัวกลับมีความเป็นไปได้ว่าอาจเข้าไปหลบอยู่ในพื้นที่ปกครองพิเศษที่ทางการพม่าเข้าไปไม่ได้เท่านั้น “จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว น.ส.เปรี้ยวเคยถูกจับในข้อหาครอบครองเพื่อเสพ ป.ป.ส.จึงขยายผลพบว่ามีการติดต่อเครือข่ายค้ายาเสพติดที่นำยาจากเมียนมาในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ แล้วมาส่งที่ไทยซึ่งเป็นเครือข่ายใหญ่ที่ ป.ป.ส.กำลังติดตามจับกุม แต่ยังไม่ขอระบุว่าเป็นเครือข่ายใด แต่เป็นหนึ่งในขบวนการค้ายาเสพติด ส่วน น.ส.เปรี้ยวจะทำหน้าที่เก็บเงินหรือหาลูกค้า ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผล” นายศิรินทร์ยากล่าว

เลขาฯ ป.ป.ส.กล่าวอีกว่า สำหรับพฤติกรรมฆ่าหั่นศพของ น.ส.เปรี้ยวนั้น ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดจากฤทธิ์ของยาเสพติดทั้งหมด เพราะคนที่เมาจากฤทธิ์ยาสมองหรือสติจะฟั่นเฟือน ไม่น่าจะสามารถกระทำการที่ค่อนข้างใช้ความละเอียดแบบนี้ได้ นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าการฆ่าหั่นศพครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการฆ่าตัดตอนจากหัวหน้าเครือข่ายยาเสพติด เพราะผู้ที่จะถูกฆ่าตัดตอนมักจะเป็นคนสำคัญในกระบวนการ แต่จากพฤติกรรมของ น.ส. แอ๋ม ผู้เสียชีวิต สันนิษฐานว่าถ้าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดคงเป็นเพียงผู้เสพรายเล็กหรือกลุ่มเพื่อนผู้เสพกับ น.ส.เปรี้ยวเท่านั้น

ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ บช.ปส.ติดตามข้อมูลของ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยวซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่หลบหนีไปยังประเทศเมียนมา โดย ป.ป.ส.ออกมาระบุข้อมูลว่ากลุ่มผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของ บก.ภ.จ.ขอนแก่น ที่ระบุว่าผู้ต้องหามีส่วนพัวพันกับยาเสพติดในพื้นที่ถึงแม้เบื้องต้นตำรวจจะยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคได้กำชับให้ บช.ปส.ไปตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกและทำงานร่วมกับ ป.ป.ส. โดยเฉพาะการตรวจสอบเครือข่ายและเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา

“กรณีการหลบหนีของผู้ต้องหาไปยังประเทศเมียนมาไม่ใช่อุปสรรค เพราะขณะนี้ได้สั่งการให้ตำรวจ บช.ภ.5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานกับทางการประเทศเมียนมาและผู้นำท้องถิ่น ตรวจสอบเส้นทางการหลบหนี ตรวจสอบข้อมูลว่าไปพักในพื้นที่ใด เชื่อว่าหากพบตัวจะทราบรายละเอียดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติหรือไม่ และสามารถจะนำตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยได้อย่างแน่นอน แต่ต้องหลังเสร็จสิ้นกระบวนการของทางประเทศเมียนมาเสียก่อน” รอง ผบ.ตร.กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้