วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บึมกลางกรุง! ย้อนรอยหนุ่มช้ำรัก ส่งพัสดุมรณะ ซวยระเบิดกลางไปรษณีย์

บึมกลางกรุง! ย้อนรอยหนุ่มช้ำรัก ส่งพัสดุมรณะ ซวยระเบิดกลางไปรษณีย์

  • Share:

ตื่นตกใจไปตามๆ กันเมื่อเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการส่งสินค้าเคอรี่ เอ็กซ์เพรส สาขาบางเขน พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดอยู่ในกล่องพัสดุ ก่อนแจ้งอีโอดีมาตรวจสอบ พบว่าเป็นระเบิด M67 (ลูกเกลี้ยง) 4 ลูก ลักษณะสมบูรณ์พร้อมใช้งาน แต่โชคดีที่อีโอดีเก็บกู้ได้ทัน จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ก่อนหน้านี้ในอดีตเคยมีการส่งระเบิดทางพัสดุไปรษณีย์ด้วยเช่นกัน โดยเหตุการณ์ระทึกขวัญครั้งนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2536 เวลา 08.15 น. ร.ต.อ.ชาย ศรีภา ร้อยเวร สน.บางซื่อ รับแจ้งว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขสามเสน ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ บริเวณห้องเก็บพัสดุด้านหลังของที่ทำการ ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียว ข้าวของโต๊ะตู้ล้มระเนระนาด เศษเนื้อ อวัยวะ กระจายไปทั่ว กองเลือดสาดกระเซ็นตามผนังและเพดาน ห่างจากประตูทางเข้าด้านหลัง 15 เมตร เคาน์เตอร์วางของแตก ห่อพัสดุรับร้อยห่อได้รับความเสียหาย และมีเศษดอกกุหลายปะปนอยู่กับซากปรักหักพัง

ระเบิดกลางกรุงครั้งนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายสมควร อัสสพาหุ พนักงานไปรษณีย์ระดับ 5 อยู่แผนกจัดแยกพัสดุไปรษณีย์ลงทะเบียน และมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 6 ราย ทั้งหมดเป็นพนักงานนำจ่าย ถูกนำส่ง รพ.เปาโลฯ

จากการตรวจสอบจากเจ้าหน้ากองสรรพาวุธ สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ระหว่างที่พนักงานไปรษณีย์กำลังแยกห่อพัสดุและจดหมายที่ลงทะเบียนอยู่นั้น พัสดุที่บรรจุระเบิดถูกยัดด้วยกลีบกุหลาบอำพราง อาจได้รับความกระเทือนอย่างรุนแรง เนื่องจากพนักงานต้องใช้ความเร็วในการแยกเพื่อจัดส่งให้ผู้รับอย่างเร่งด่วนแข่งกับเวลา จึงเกิดพลาดพลั้งทำให้ระเบิดที่ซุกซ่อนอยู่ในกล่องพัสดุเกิดทำงานทันที จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

แต่แล้วหลังจากผ่านไป 2 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็รวบตัวคนส่งพัสดุมรณะได้อย่างรวดเร็ว โดย พล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ อธิบดีกรมตำรวจในสมัยนั้น นำทีมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมแถลงผลการจับกุม นายสมชาย พันธ์เทพนิมิตร อายุ 26 ปี เป็นพนักงานรับส่งสินค้าอยู่ห้างแห่งหนึ่งย่านอนุสาวรีย์ฯ โดยนายสมชายให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นผู้ส่งระเบิดทางพัสดุไปรษณีย์ไปเอง โดยจุดหมายปลายทางผู้รับ คือ น.ส.สาลินี ทรงประดิษฐ์ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นแผนกบัญชีของห้างเดียวกัน เนื่องจากแค้นใจที่ทุ่มเทเงินทองและความรักให้อย่างเต็มที่ แต่ถูกตีจากจะไปแต่งงานกับชายอื่น

“หลังจากปลดประจำการจากกองพันทหารช่างที่ 9 จ.กาญจนบุรี ก็สมัครเข้าทำงานที่ห้างแห่งนี้ จนรักใคร่ชอบพอกันฝ่ายหญิง โดยให้ความช่วยเหลือไปรับส่งตลอด รวมทั้งเรื่องเงินทองด้วยเป็นเวลานานถึง 6 เดือน จนได้ยินข่าวจากเพื่อนที่ทำงานว่า เขาจะแต่งงานกับแฟน ซึ่งไม่รู้มาก่อนว่ามีแฟนอยู่แล้วเลยรู้สึกเสียท่าที่ถูกหลอกลวงมาโดยตลอด และเจ็บแค้นใจ จึงใช้ลูกระเบิด M67 ซึ่งเก็บไว้ตั้งแต่ปลดประจำการมาถอดสลัก ประกอบใส่ลงในกล่องพัสดุไปรษณีย์ โดยใช้เทปกาว 2 หน้าติดลูกระเบิดกับกล่อง และคล้องสลักนิรภัยกับฝากล่อง เพื่อให้เวลาเปิดกล่องระเบิดจะทำงานทันที” มือระเบิดไปรษณีย์ เล่าเบื้องหลัง

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวถามได้ซักถามว่า เมื่อเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามความคาดหมาย รู้สึกอย่างไร นายสมชาย กล่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจพอส่งพัสดุไปแล้วตนก็อยากจะได้คืน เพราะทำไปเพียงอารมณ์โกรธชั่ววูบเท่านั้น ไม่ได้คิดว่าจะเกิดผลเสียหายร้ายแรงเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมช.คมนาคม ในฐานะรับผิดชอบดูแลกรมไปรษณีย์ขณะนั้น ได้เสนอแนวความคิดให้การบรรจุห่อไปรษณีย์อาจจะต้องทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย และติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ โดยอาจจะติดในจุดที่ทำการใหญ่ เช่น สถานีรถไฟหัวลำโพง ส่วนการติดตั้งเครื่องนี้ทุกจุดคงทำไม่ได้ เพราะไปรษณีย์ทั่วประเทศมีพันกว่าแห่ง และราคาเครื่องเอกซเรย์ ประมาณ 2 ล้านกว่าบาท คงต้องใช้งบประมาณมากถึง 3,000 ล้านบาท.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้