ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ความจริงแก้ขัดแย้ง

    สายล่อฟ้า10 ก.ค. 2553 05:00 น.
    SHARE

    ประเทศชาติต้องเดินหน้าต่อไปตามกาลเวลา ทุกอย่างไม่สามารถหยุดนิ่งได้แม้จะมีอุปสรรคขวากหนามต่างๆก็ตาม ต้องยอมรับว่าหลังผ่านเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองไปแล้ว แต่ก็ยังหาความสงบไม่ได้  มีความเคลื่อนไหวใต้ดินกันอย่างต่อเนื่อง

    นั่นเพราะยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ไม่ยอมเลิกรา พร้อมที่จะต่อสู้ต่อไป รัฐบาล ทหาร ตำรวจ จึงต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป เพราะมีความจำเป็น แม้จะยกเลิกไป 5 จังหวัด แต่ก็ยังเหลืออีก 19 จังหวัด

    ในท่ามกลางเสียงคัดค้านและสนับสนุน เสียงหนุนเพราะเชื่อว่าเหตุการณ์ยังไม่สงบจริง เสียงคัดค้านก็เห็นว่าเป็นเรื่องของเผด็จการ ลิดรอนสิทธิของประชาชน ไม่เป็นประชาธิปไตย ทำลายการท่องเที่ยว การลงทุน แล้วแต่จะหาเหตุผลมาเป็นองค์ประกอบ

    ซึ่งก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้กับเสียงสวดต่างๆ มันก็ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้อำนาจพิเศษนั้นจะเป็นไปเพื่อความถูกต้อง เป็นธรรมมากน้อยแค่ไหน

    ตรงนี้จะเป็นจุดสำคัญในจิตสำนึก

    หากใช้อำนาจผิดแผกไปจากนี้มันก็จะหวนกลับไปสู่รัฐบาลเอง และยิ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถกุมสภาพของประเทศได้จึงต้องเสพติดอำนาจต่อไปเพราะความอยู่รอดเท่านั้น

    อย่างไรก็ดี ขณะนี้รัฐบาลได้สร้างกลไกที่เรียกว่า  คอป.เพื่อหวังว่าจะหาข้อเท็จจริงในความขัดแย้งของสังคม หาข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อหวังจะสร้างความปรองดองในชาติ

    คอป.มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน กรรมการ 8 คน ประกอบไปด้วย นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ รศ.ดร.จุฑารัตน์ สังขวรรณ รศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ นายไพโรจน์ พลเพชร นายมานิจ สุขสมจิตร นายสมชาย หอมละออ และ รศ.ดร.สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล

    ก่อนที่จะหาตัว กก.ครบ 8 คนนั้น ดูเหมือนว่านายคณิตจะต้องเดินสายหาข้อมูลเบื้องต้น พูดจากับบุคคลและบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคู่ความขัดแย้งเพื่อทำความเข้าใจ และประเด็นสำคัญก็คือเพื่อให้เกิดความยอมรับ

    และก็มาถึงการหาบุคคลมาเป็นกรรมการก็ต้องใช้เวลา ติดต่อ ทาบทามจนลงตัว เพราะการเข้ามาทำหน้าที่นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ใครก็ไม่อยากเอาตัวเองมาเป็นหนังหน้าไฟในงานยากๆอย่างนี้

    การที่บุคคลเหล่านี้ตัดสินใจรับงานนี้จึงถือว่าเป็นความ "เสียสละ" คิดถึงประโยชน์ของบ้านเมืองมากกว่าผลที่จะตามมา ซึ่งมีอัตราเสี่ยงสูงและยังไม่รู้ผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไรด้วย

    ก็ต้องขอคารวะต่อจิตใจของทุกท่านเหล่านี้

    เหนืออื่นใดได้มีการกำหนดวาระการทำงานเอาไว้ 2 ปี ต้องรายงานให้รัฐบาลทราบทุก 6 เดือน โดยยึดมั่นในความเป็นอิสระ ตรงไปตรงมา เป็นกลาง โปร่งใสและซื่อสัตย์

    มีแนวทางการทำงานอยู่ 3 ประการ

    1. ตรวจสอบและค้นหาความจริง โดยเฉพาะความรุนแรงทางการเมือง การละเมิดสิทธิมนุษยชน การสูญเสียชีวิต การบาดเจ็บทางร่างกายและจิตใจ ความเสียหายด้านทรัพย์สินในช่วงเดือนเมษายน 53 และที่สำคัญประเด็นที่เป็นรากเหง้าของความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้น

    2. ป้องกันความขัดแย้ง ทำให้เกิดความเข้าใจ และเยียวยาในระยะสั้นให้กับกลุ่มต่างๆที่ได้รับผลกระทบ

    3. ฟื้นฟูและเยียวยาสังคมไทย รวมถึงองค์กร สถาบัน และบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง

    ที่ผ่านมา นายคณิตเคยเป็นกรรมการตรวจสอบงานในลักษณะนี้มาแล้ว แต่ปรากฏว่าผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆไม่ได้เปิดเผยทางสาธารณะ เพราะรัฐบาลเก็บใส่ลิ้นชักเอาไว้ นั่นเพราะไม่กล้าเผชิญกับความจริงที่เกิดขึ้น ทำให้ไม่ได้ประโยชน์อันใดเลย เสียเวลา เสียเงิน และทำให้ปัญหายืดเยื้อมาถึงวันนี้

    ดังนั้น  ครั้งนี้รัฐบาลจึงต้องเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อจะได้แก้ให้ตรงจุด

    ก็หวังว่าผลสอบที่ออกมาจะทำให้ความจริงปรากฏและแก้ปัญหาของชาติได้.

    "สายล่อฟ้า"

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้