วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ถึงจุดได้วัดใจท็อปบูต

ถึงจุดได้วัดใจท็อปบูต

  • Share:

ลือกันถึงขั้นเป็นลางร้าย

ตามการทำนายของ นายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ว.ฉะเชิงเทรา ที่รู้จักกันดีในนาม “โหร ส.ว.” ที่ออกมาทักเหตุการณ์กิ่งต้นงิ้ว อายุกว่า 100 ปี ที่อยู่คู่รัฐสภามาตั้งแต่เริ่มแรก หักโค่นลงมาทับศาลาที่พักและรถยนต์ของเจ้าหน้าที่รัฐสภาได้รับความเสียหาย ทำเอาเจ้าหน้าที่ต้องวิ่งหนีตายกันกระเจิง

โดยระบุเป็นลางไม่ดี เพราะเป็นวันที่ดาวมฤตยูโคจรทับดวงเมือง เลยเถิดไปถึงขั้นอาจเกิดการรบราฆ่าฟัน หรือปฏิวัติซ้อนก็เป็นได้

คำทำนายโหรดังประจวบเหมาะในจังหวะที่รัฐบาลของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กำลังตกที่นั่งลำบาก เจอมรสุมกระหน่ำซ้อนๆกันหลายเรื่อง

ต้องตามไล่เคลียร์ปัญหากันไม่หยุดหย่อน

อย่างที่เห็นๆกันอยู่ ยังไม่ทันหมดจากปัญหาเดิมเรื่อง “การจัดซื้อเรือดำน้ำ” ที่ยังคาราคาซัง ตอบคำถามสังคมไม่กระจ่าง ก็ดันมีเรื่องระหองระแหงพิพาทกับสื่อมวลชนตามมาติดๆ

กรณีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กดปุ่มไฟเขียวผ่านร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน

ท่ามกลางกระแสคัดค้านจากองค์กรสื่อมวลชนทุกแขนงที่รวมตัวกันปลุกพลังต้านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่ยอมให้ผ่านขั้นตอนประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ง่ายๆ

เนื่องจากมีเนื้อหาให้ตัวแทนภาครัฐเข้ามามีที่นั่งในสภาวิชาชีพสื่อมวลชน เปิดช่องให้แทรกแซง ครอบงำการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน

แถมมีคิวแทรกจาก “บิ๊กเยิ้ม” พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิก สปท. เพื่อนเลิฟร่วมรุ่น ตท.12 ของ “บิ๊กตู่” เติมวาทะร้อน “จับสื่อยิงเป้า” กลางที่ประชุม สปท. เพิ่มความคุกรุ่นให้มากยิ่งขึ้น

ร้อนถึง “บิ๊กตู่” ต้องออกโรงช่วยประคองสถานการณ์

โยนเรื่องให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ทอดเวลาพิจารณาศึกษาหาทางออกให้ลงตัว ไม่บ้าจี้เร่งเครื่องตามรายงานที่ สปท.เสนอมา

ออกหน้าหย่าศึกแทน แม้ไม่ใช่ตัวต้นเรื่อง แต่ถ้าไม่รีบเบรกแรงปะทะ รัฐบาลก็ย่อมเจอแรงกระเพื่อมตามมาแน่นอน ในยามที่ฝ่ายการเมืองฉวยโอกาสผสมโรงช่วยถือหางสื่อร่วมขย่มอีกแรง

ผ่อนชนวนขัดแย้งสื่อมวลชนกับ สปท. ได้พักหายใจตั้งหลักกันยาวๆ

ในภาวะที่รัฐบาลออกอาการจุกสะสม ถูกล่อเป้าถล่มในหลายประเด็นอย่างต่อเนื่อง ไล่มาตั้งแต่ปมห้ามนั่งท้ายกระบะ กรณีหมุดคณะราษฎร การจัดซื้อเรือดำน้ำ และร่าง พ.ร.บ.กดหัวสื่อ

ทั้งความศรัทธา และกลุ่มแนวร่วม ถูกบั่นทอนต้นทุนหดหายไปเยอะ ไม่ขลังเหมือนเก่า

ถึงเวลาต้องกู้เครดิตกลับคืนมา เร่งเคลียร์ความโปร่งใสในสิ่งที่สังคมยังเคลือบแคลง

ตามหน้าฉากที่เปิดทางให้ นายพิสิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) บุกถ้ำกองทัพเรือเข้าพบ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. ขอข้อมูลรายละเอียดโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำและขั้นตอนการใช้งบประมาณ

ขีดเส้นสัปดาห์เดียวต้องรู้ผลว่า มีความผิดปกติหรือไม่

รอประทับตราความโปร่งใส ภายหลังจาก พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ บินไปลงนามเซ็นสัญญาการจัดซื้อเรือดำน้ำที่ประเทศจีนเรียบร้อยแล้ว

การันตีความบริสุทธิ์ให้สังคมหยุดตั้งข้อสงสัย กล้าแอ่นอกยอมรับการตรวจสอบ ลดข้อครหา

แต่ช็อตที่กระตุกอารมณ์ท็อปบูตจะออกอาการแหยงหรือไม่คือ กรณี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมออกประกาศเพิ่มเติมเรื่องการยื่นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สิน

บอกกล่าวกันแต่เนิ่นๆอีก 2 เดือนข้างหน้าจะให้นายทหารระดับผู้บังคับหน่วยที่มีภารกิจดูแลเรื่องงบประมาณกว่า 100 คน ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ด้วย

อยู่ในข่ายต้องถูกเอกซเรย์ทรัพย์สิน เพราะมีความเสี่ยงหมิ่นเหม่ต่อสิ่งเร้าเรื่องผลประโยชน์

ยกระดับมาตรฐานคุมเข้มจริยธรรมคนในเครื่องแบบสีเขียวไม่น้อยหน้าไปกว่านักการเมืองอาชีพ

ในอารมณ์ที่ทหารเคยเรียกร้องให้เข้มงวดตรวจสอบฝ่ายการเมือง มาถึงคราวที่ตัวเองจะต้องถูกตรวจสอบตามกระบวนการ

เป็นจุดวัดใจพร้อมยอมรับกติกาหรือไม่.


ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้