วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แกนนำ นปช.ข้องใจ ยื่น ผบ.ตร.ตรวจสอบ สภ.พัทยา ทำคดีม็อบแดง ปี 52

แกนนำ นปช.ข้องใจ ยื่น ผบ.ตร.ตรวจสอบ สภ.พัทยา ทำคดีม็อบแดง ปี 52

  • Share:

แกนนำ นปช. ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ตร. ตรวจสอบการทำงาน สน.ดุสิต สภ.พัทยา ดำเนินการซ้ำซ้อนหรือไม่ หลังดำเนินคดีในข้อหาชุมนุมทางการเมืองปี 52

วันที่ 4 พ.ค. นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ผ่าน พันตำรวจเอก ภมร รัตนสมัย นายตำรวจเวรอำนวยการ เพื่อขอความเป็นธรรม โดยขอให้ ผบ.ตร. ตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยขอบเขตอำนาจของพนักงานสอบสวน รวมทั้งเป็นการใช้สิทธิ ที่อยากให้ ตร. ตรวจสอบกระบวนการออกหมายจับ ฐานมีส่วนร่วมกับการชุมนุมทางการเมือง ในเหตุการณ์ล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ต พัทยา เมื่อปี 2552

โดยนายจตุพร ระบุว่า กรณีที่ตำรวจพัทยา มีการออกหมายเรียกตนพร้อมพวกรวม 6 คน เพื่อให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ฐานก่อเหตุความวุ่นวายทางการเมืองเมื่อปี 2552 ยืนยันว่า ตนและพวกไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมืองที่พัทยา แต่ยอมรับว่า ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ในห้วงเวลาดังกล่าวแล้ว ฐานชุมนุมรอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล แต่หากจะมีการออกหมายเรียกในวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ สภ.พัทยา ให้ไปพบนั้น มองว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่มิชอบหรือไม่ หรือเป็นการทำงานซ้ำซ้อนหรือไม่ จึงอยากให้ ผบ.ตร. ตรวจสอบกระบวนการทำงานดังกล่าวให้เกิดความชัดเจน

"ฉะนั้น จึงอยากให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยข้อมูลของบุคคลที่มาร้องทุกข์กล่าวโทษว่า กลุ่มตนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นด้วย ในขณะเดียวกัน หากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี" นายจตุพร กล่าว.

ด้าน นายณัฐวุฒิ ยืนยัน ตัวเองไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนี และหลีกเลี่ยงกระบวนการยุติธรรม สู้คดีมาโดยตลอด และเมื่อปี 2552 ตนเองก็ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ดุสิต ฐานชุมนุมรอบทำเนียบรัฐบาล ซึ่งในขณะนั้น คณะกรรมการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีมติดำเนินการกับกลุ่มของตนแต่อย่างใด ซึ่งเวลาผ่านมาแล้วกว่า 8 ปี สภ.พัทยา กลับมีการขอศาลออกหมายจับ ถึง 2 ครั้ง แต่ศาลไม่อนุมัติ ตนเองจึงมองว่าเจ้าหน้าที่ข้ามขั้นตอนในการปฏิบัติ จึงเชื่อว่า อาจมีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งในวันที่ 8 พฤษภาคม จะมีการไปพบพนักงานสอบสวน สภ.พัทยา จะทำให้ถูกดำเนินการจับกุมฐานผิดคำสั่ง หมายเรียก 2 ครั้ง

ทั้งนี้ จึงขอให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชัดเจนในการตรวจสอบ และตั้งคำถามการทำงานของ สภ.พัทยา และสน.ดุสิต ซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ได้ให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบการทำหน้าที่ของตำรวจ ก่อนดำเนินการตามสิทธิ์ของตัวเอง แต่หากจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตนเองก็พร้อมและจะไม่หลบหนี

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุ จะรับเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาในรายละเอียด ต่อไป

ขณะที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 1 กองร้อย จำนวน 150 นาย กระจายกำลังติดตามสถานการณ์ และเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยโดยรอบพื้นที่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้