วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มาร์ค เตือน รัฐต้องชัดอย่าแทรกแซง ไร้เหตุผลมีตัวแทนใน กก.วิชาชีพ

มาร์ค เตือน รัฐต้องชัดอย่าแทรกแซง ไร้เหตุผลมีตัวแทนใน กก.วิชาชีพ

  • Share:

อภิสิทธิ์ ให้กำลังใจสื่อ แนะรัฐ 

"อภิสิทธิ์"ให้กำลังใจสื่อ เตือนรัฐอย่าแทรกแซง ย้ำ ไร้เหตุผลมีตัวแทนรัฐในกก.วิชาชีพ ขอยึดหลักการ 3 ข้อ สอนมวย สปท.ตั้งหลักให้มั่น อย่าชงข้อเสนอสวนสังคม

วันที่ 4 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกฯ กล่าวถึงกรณีองค์กรสื่อมวลชนคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมสื่อ และวันเสรีภาพสื่อโลก 3 พ.ค. ว่า ขอเป็นกำลังใจให้กับสื่อ ซึ่งมีบทบาทหน้าที่สำคัญ เป็นกลุ่มบุคคล องค์กรที่จะต้องทำหน้าที่ในการที่จะตรวจสอบ นำเสนอข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชน เป็นหัวใจของสังคมยุคข้อมูลข่าวสาร และขอให้ประสบความสำเร็จในการยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน เพื่อที่จะเป็นกำลังสำคัญของสังคมต่อไป

เมื่อถามว่า สื่อต้องการจัดระเบียบ ดูแลกันเอง ไม่ต้องการให้คณะกรรมการฯที่มีรัฐบาลเข้ามาควบคุม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ตนเป็นนายกฯ ได้จัดทำกฎหมายเพื่อจะมาคุ้มครองวิชาชีพสื่อ ใช้หลักการสำคัญ คือ สื่อจะตรวจสอบกันเอง และสังคมด้วย แต่น่าเสียดายที่สื่อเข้ามาดูรายละเอียดและทำไม่ทันจนมีการเปลี่ยนรัฐบาล ฉะนั้นกลไกก็ต้องมีกฎหมายรองรับการทำงานขององค์กรสื่อในการที่จะจัดการกันเอง แต่ความสามารถในการจัดการปัญหาของสื่อด้วยกันยังมีจำกัด อาจไม่ทำให้เกิดสภาพบังคับอะไรได้ ก็ต้องอาศัยกลไกอื่น เช่น ให้มีกลุ่มมีเดีย มอนิเตอร์ คือ กลุ่มที่คอยติดตามเฝ้าระวัง และจะนำเสนอข้อมูลเพื่อฟ้องสังคมได้ ส่วนการปฎิรูปสื่อทุกฝ่ายในสังคม รวมทั้งสื่อเองต้องการที่จะส่งเสริมสื่อที่ดี มีคุณภาพ มีจรรยาบรรณในวิชาชีพเพื่อลดปัญหาที่เกิดจากสื่อ

ทั้งนี้ ตนยืนยันว่า หลักการที่ถูกต้อง คือ ต้องอาศัยสื่อกำกับดูแลกันเอง บวกกับการใช้กลไกอื่นๆ ของสังคม สิ่งที่พึงระวังมากที่สุด คือ การเอาอำนาจรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือ เอารัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะรัฐ คือ ผู้ที่สื่อจะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบมากที่สุด

ส่วนกรณีที่องค์กรสื่อ คัดค้านสัดส่วนของคณะกรรมการในสภาวิชาชีพสื่อสารมวลชน ที่มีตัวแทนจากภาครัฐ 2 คน นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องมีตัวแทนของรัฐอยู่ในกรรมการชุดนี้ ถ้าหากว่า ในร่างฯ ตั้งแต่แรกไม่มีตัวแทนรัฐ ก็ไม่มีเรื่องการไปพูดถึงการออกใบอนุญาต ตีทะเบียน เพิกถอน ลงโทษอะไร ต่างๆ โดยมีรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ถ้าผู้ทำกฎหมายนี้ไม่อยากได้ยินคำนี้อีก ก็ประกาศหลักการให้ชัดว่า ต่อไปนี้จะไม่เอารัฐเข้ามาเกี่ยวข้องกับการที่จะให้สื่อดูแลกันเอง ยิ่งฟังคำอภิปรายของสมาชิก สปท.บางคน ก็ไม่แปลกใจ เพราะเริ่มต้นพูดเรื่องการคุ้มครองวิชาชีพสื่อ ช่วยส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพสื่อ แต่โครงสร้างของกฎหมาย หลักคิดของคนที่ทำกฎหมายนี้ สะท้อนในร่างกฎหมายว่า คือ การควบคุมอย่างปฏิเสธไม่ได้ จึงอยากให้รัฐบาลช่วยพูดให้ชัดว่า การปฏิรูปสื่อ ซึ่งเป็นนโยบายรัฐบาลนี้จะอยู่บนหลักการที่ให้สื่อกำกับดูแลกันเอง อย่าทำนอกเหนือหลักการนี้ ให้เดินไปสู่การมีกฎหมายที่เป็นการปฏิรูปสื่อจริง ที่ไม่ใช่เป็นการมาแทรกแซง หรือ ครอบงำสื่อ ซึ่งเท่าที่ฟัง ท่านนายกฯ ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับ สปท. แต่ตนว่าอย่าไปรอให้มันมีร่างฯ ที่ออกมาแล้วมีปัญหาเลย จะยิ่งทำให้บรรยากาศความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน แย่ลง และเกิดความขัดแย้งมากขึ้น

ถ้าสุดท้ายแล้วจะต้องมีการออกระบบออกมาให้สื่อควบคุมกันเอง ขอใช้หลักการ คือ 1. การตรวจสอบกันเองของสื่อ 2. เพิ่มช่องทางให้สังคมช่วยตรวจสอบ 3. กฎหมายมีหน้าที่ คือ ทำอย่างไรให้องค์กรของสื่อมมีความเข้มแข็ง ศักดิ์สิทธิ์ แล้วก็จะไม่เอาเรื่องของรัฐเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในแง่ของตัวบุคคล ในแง่ของการเข้าไปเป็นกรรมการ หรือในแง่ของการที่เหมือนกับรัฐจะเป็นคนไปให้คุณให้โทษ ดีที่สุด

“แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ต้องมีใบอนุญาตหรือไม่ วันศุกร์ก็ตั้งเป็นชั่วโมง คืออย่าไปคิดในสิ่งที่มันมีแต่จะสร้างปัญหาเลย ต้องบอกตรงๆ ว่า มีกฎหมายหลายฉบับที่ออกมาในช่วง 2-3 ปีนี้ แล้วกำลังสร้างปัญหาเพราะการปฏิบัติไม่ได้ เช่น เรื่องรถกระบะที่เพิ่งผ่านไป ตั้งหลักกันสักนิด ทำอย่างไรให้กฎ กติกาที่จะออกมาจะด้วยเจตนาที่ดีให้สอดคล้องกับสังคมที่เขามีประสบการณ์ความคุ้นเคย โดยสามารถชี้แนะได้ว่า หลักการมันเป็นอย่างไร ขณะเดียวกันทุกฝ่ายก็ต้องเปิดใจกว้างว่า บางเรื่องก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ใช่ไปในทิศทางที่มันขัดหรือสวนทางกับหลักการที่ควรจะเป็น ในเชิงการปฏิรูป ผมไม่เคยได้ยินผู้ที่ทำงานปฏิรูปในขณะนี้ บอกกับประชาชนเลยว่า อะไรคือหลักของการปฏิรูป ทั้งที่หลักที่ทางคณะกรรมการปฏิรูปในอดีตเคยเสนอ คือ ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน แต่กฎหมายอย่างที่เขียนออกมาเรื่องสื่อ ไม่ใช่การปฏิรูป เพราะเป็นการเป็นเพิ่มอำนาจรัฐ ลดอำนาจประชาชน หรือ ข้อเสนอที่เสนอออกมาเรื่องจะไปยุบ อบต. ขนาดเล็ก ก็ไม่ใช่การปฏิรูป ขณะนี้ใครอยากเปลี่ยนแปลงอะไร ใช้คำว่า ปฏิรูปสวมเข้าไป เพื่อที่จะบอกว่า อันนี้จะได้ปฏิรูปแล้ว แต่มันไม่ใช่ ถ้าจะปฏิรูปประเทศ มันต้องชัดก่อนว่า หลักของการปฏิรูปคืออะไร" นายอภิสิทธิ์กล่าว...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้