วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“สมคิด” สั่งอุ้มคนจน4ล้านคน เติมเงินเข้ากระเป๋าให้ครบ3หมื่นบาทต่อปี

“สมคิด” สั่งอุ้มคนจน4ล้านคน เติมเงินเข้ากระเป๋าให้ครบ3หมื่นบาทต่อปี

  • Share:

“สมคิด” เดินหน้าช่วยคนจนที่มีรายได้ไม่ถึง 3 หมื่นบาทต่อปี ประมาณ 4 ล้านคน ต้องมีรายได้แตะ 3 หมื่นบาท ส่วนคนที่มีรายได้เกินกว่า 3 หมื่นบาท แต่ไม่ถึง 1 แสนบาท จะได้รับสวัสดิการรถเมล์ รถไฟฟรี และส่วนลดที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิต เช่น ค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า วานนี้ (3 พ.ค.) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว. คลัง เรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงของธนาคารเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคาร อาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารกรุงไทย เป็นต้น รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลัง เช่น สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นต้น ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น นายสมคิดกล่าวว่า การมาประชุมในครั้งนี้ เพื่อมาติดตามดูความคืบหน้าการลงทะเบียนของประชาชนที่มีรายได้น้อย ซึ่งได้รับรายงานล่าสุดว่า มียอดลงทะเบียนประมาณ 10 ล้านรายแล้ว และคาดว่าตัวเลขการลงทะเบียนน่าจะทะลุถึง 14-15 ล้านรายในอีกไม่ช้า

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงเรื่องสวัสดิการที่รัฐบาลจะมอบให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย โดยเฉพาะผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี และผู้มีรายได้ ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อปี โดยในที่ประชุมได้มีการหารือกันว่า ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปีนั้น รัฐบาลจะพยายามหาวิธีช่วยเหลือ โดยจะมีการเติมรายได้อื่นๆ เพื่อช่วยให้คนกลุ่มนี้สามารถดำรงชีพต่อไปได้ เช่น มีรายได้ 27,000 บาทต่อปี รัฐบาลก็จะเพิ่มให้อีก 3,000 บาท เป็นต้น ส่วนกลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อปีนั้น มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปหาวิธีช่วยเหลือด้านสวัสดิการตามความจำเป็นที่อาจจะแตกต่างกันระหว่างคนในกรุงเทพฯ กับคนในต่างจังหวัด

นอกจากนี้ ในการประชุม ยังเชิญตัวแทนจากกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมเข้าร่วมด้วย โดยตนมอบหมายให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ และกระทรวงแรงงานกลับไปร่วมกันหามาตรการที่จะสามารถช่วยเพิ่มรายได้ให้แรงงานที่ปัจจุบันยังคงมีรายได้ต่ำ โดยกระทรวงการคลังอาจจะช่วยเติมงบประมาณเพื่อดูแลแรงงานให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เนื่องจากเห็นว่า ผู้ใช้แรงงานในกลุ่มนี้ไม่ใช่กลุ่มที่ดำรงชีวิตแบบสุรุ่ยสุร่าย แต่อาจมีภาระค่าใช้จ่ายที่สูง เนื่องจากต้องส่งลูกเรียนหนังสือ

“สิ่งที่สำคัญคือ รัฐบาลจะเพิ่มรายได้ให้คนกลุ่มนี้ได้อย่างไร กระทรวงแรงงานจึงเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ แต่กระทรวงการคลังจะเป็น จุดศูนย์กลาง ซึ่งผมได้มอบหมายให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐกับกระทรวงแรงงานให้ช่วยกันคิดและจัดให้มีการประชุมกันเดือนละครั้ง ธนาคารแต่ละแห่งต้องคิดว่า จะช่วยพัฒนาชุมชนได้อย่างไร ซึ่งปัจจุบัน ธ.ก.ส.ก็มีแนวทางของตัวเองอยู่แล้ว เพราะเรื่องการเติมรายได้และการสร้างรายได้ในอนาคต เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีต้องการและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก”

ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีที่ในปีนี้ หากรัฐบาลเห็นยอดผู้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยสูงกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากรัฐบาลมีความต้องการที่จะลดจำนวนผู้มีรายได้ในประเทศให้ต่ำลงในแต่ละปี จึงมีความจำเป็นที่ต้องหามาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยากจนเพื่อให้มีงานทำผ่านโปรแกรมต่างๆ เช่น การทำสัญญาฝึกทักษะการทำงานด้าน ช่างต่างๆ กับบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อให้แรงงานเหล่านี้สามารถเข้ารับ การฝึกอาชีพเพื่อที่จะเป็นช่างซ่อมประปา ช่างปูนของบริษัท โฮมโปรฯ ซึ่งจะช่วยให้คนที่ผ่านการฝึกฝนมีรายได้พิเศษในอนาคตมากขึ้น

“ผมตั้งใจจะผลักดันเรื่องสวัสดิการของรัฐให้แก่ประชาชน ภายในวันที่ 1 ต.ค.นี้ โดยรัฐบาลจะของบประมาณกับสำนักงบประมาณในปีงบ ประมาณ 2561”

นายอภิศักดิ์กล่าวว่า งบประมาณที่นำมาใช้ในโครงการนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในแผนการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 450,000 ล้านบาท ส่วนรูปแบบการให้สวัสดิการนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี ซึ่งขณะนี้คาดว่ามีประมาณ 4 ล้านคนนั้น นอกจากรัฐบาลจะให้สวัสดิการเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านปัจจัย 4 เช่น รถเมล์ รถไฟฟรีแล้ว ยังมีเรื่องการรับส่วนลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาแล้ว ยังจะได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมในด้านการมีงานทำเพื่อให้รายได้เพิ่มอีกด้วย ส่วนผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อปี รัฐบาลจะมอบสวัสดิการด้านปัจจัย 4 เช่น ค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภครวมถึงระบบขนส่งมวลชน.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้