วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ภาวิช เดินหน้าสรรหา อธิการบดี ม.นครพนม หลังตั้งรักษาการ คาด 90 วันจบ

ภาวิช เดินหน้าสรรหา อธิการบดี ม.นครพนม หลังตั้งรักษาการ คาด 90 วันจบ

  • Share:

ภาวิช นายก มนพ. เดินหน้าสรรหาอธิการบดี ม.นครพนม หลังตั้งรักษาการ คาด 90 วันจบ เร่งสางปมขัดแย้งภายใน ยัน ปัญหาจากคนบางกลุ่ม ย้ำ ต้องเอากฎหมายเป็นที่ตั้ง

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ศาสตราจารย์ ดร.ภาวิช ทองโรจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยนครพนม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าล่าสุด สำหรับความขัดแย้งภายในมหาวิทยาลัยนครพนม หลังจากมีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวโจมตีกล่าวหาตนว่า เป็นคนที่สร้างปัญหากดดันให้ ดร.ประวิต เอราวรรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ที่เพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ รับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2560 แต่ได้มีการประกาศลาออกจากตำแหน่งกลางคัน เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 ตนยืนยันว่าในการลาออกเป็นเรื่องส่วนตัวของอธิการบดี ไม่เคยใช้อำนาจบีบบังคับ

โดยจากการประชุมของสภามหาวิทยาลัยนครพนม ได้มีการประชุมลงมติแต่งตั้งรักษาการอธิการบดี ตามระเบียบกฎหมาย ซึ่งได้ นายจินดา งามสุทธิ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยนครพนม มาเป็นรักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม เพื่อดูแลทำหน้าที่จนกว่าจะมีการสรรหาคนใหม่ ทั้งนี้ ทางสภามหาวิทยาลัยนครพนมได้มีการตั้งคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี รวมถึงกรรมการสภาที่ลาออกไป 6 คน เป็นที่เรียบร้อย ที่จะต้องรอขบวนการสรรหา คาดว่าใช้เวลาประมาณ 30 วัน จะดำเนินการแล้วเสร็จ จากนี้ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ได้หารือกับ รักษาการอธิการบดี เข้าไปตรวจสอบดูแล เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นยืนยันว่ามาจากคนบางกลุ่มเท่านั้นที่เสียประโยชน์ อย่างไรก็ตาม หากมีการพูดคุย หรือหาต้นตอของปัญหา มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาในระยะยาว ที่สำคัญทุกอย่างจะต้องว่ากันด้วยระเบียบข้อกฎหมาย ไม่ใช่จะมาพูดกันแบบคิดเองเออเอง เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยนครพนมรวมถึงมหาวิทยาลัยนครพนมมีกฎหมายกำกับดูแล ใครผิดใครถูกเอาเอกสารหลักฐาน ข้อกฎหมายมาว่ากันเพื่อหาทางแก้ไข ลดความขัดแย้ง แต่ในส่วนของเรื่องระเบียบหรือความผิดที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยนครพนม จะต้องยอมรับว่าไม่สามารถเลี่ยงได้ จะต้องดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งอาญา รวมถึงทางวินัย โดยอาจมีคนบางกลุ่มออกมาแถลงข่าวให้ข่าว สามารถทำได้ แต่อย่างให้คิดถึงภาพรวม และผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสถาบัน เพราะอะไรก็ตามสุดท้ายความถูกต้องจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย แม้กระทั่งตัวนายกเอง หากกฎหมายชี้ว่าผิดจะต้องรับสภาพ แต่ถ้ายังอยู่ในกระบวนการพิจารณา หรือกระบวนการต่อสู้ทางกฎหมาย ต้องถือว่าเป็นการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ใครจะมาตัดสินหรือคิดเองไม่ได้

ฝากถึงทุกท่านว่า อยากให้คิดถึงความเชื่อมั่นของสถาบัน รวมถึงอนาคตลูกหลานเยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยนครพนมให้มากที่สุด จากนี้มหาวิทยาลัยนครพนมจะต้องเร่งรื้อระบบปรับโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงเข้าไปดูแลจริงจังในส่วนที่เกิดปัญหา ไม่ให้เกิดความขัดแย้งบานปลายกว่านี้ แต่หากใครที่ทำผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ จะต้องรับผิดชอบ ส่วนแนวทางที่จะใช้มาตรา 44 เข้ามากำกับดูแล ตนเห็นว่าไม่สำคัญเท่ากับการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพราะสภามหาวิทยาลัยนครพนมยังสามารถทำงานได้.

ข่าวเกี่ยวข้อง

นายกสภา ม.นครพนม ร้องมีกระบวนการดิสเครดิต ก่อเหตุวุ่น หวังกดดันลาออก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้