วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หุ้นไทยปิดตลาดเช้า ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.13 ดัชนีอยู่ที่ 1,567 จุด

หุ้นไทยปิดตลาดเช้า ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.13 ดัชนีอยู่ที่ 1,567 จุด

  • Share:

หุ้นไทยปิดตลาดเช้า ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.13 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,567.25 จุด มูลค่าซื้อขาย 15,621.12 ล้านบาท บลจ.ไทยพาณิชย์ แนะทยอยสะสมหุ้นตลาดเกิดใหม่ ให้น้ำหนักเอเชีย ญี่ปุ่น และยุโรป

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 3 พ.ค. 60 พบว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.13 จุด เปลี่ยนแปลง +0.20% ดัชนีอยู่ที่ 1,567.25 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 15,621.12 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก 1. บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) 3. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)

ทยอยสะสมหุ้นตลาดเกิดใหม่เอเชีย ญี่ปุ่น และยุโรป

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยถึง ภาพรวมการลงทุนในสัปดาห์นี้ แนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อสะสมตลาดหุ้นเกิดใหม่เอเชีย จากภาพปัจจัยพื้นฐานยังสนับสนุนการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย เช่น ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยุโรป และจีน ที่ออกมาดีต่อเนื่อง และการส่งออกที่ขยายตัวดีขึ้นจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ฟื้นตัว นอกจากนี้ ราคาของตลาดหุ้นเกิดใหม่ในภาพรวมยังต่ำกว่าตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว ทำให้ตลาดมีความน่าสนใจ

สำหรับตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นญี่ปุ่น เนื่องจาก นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ระบุว่ามาตรการผ่อนคลายทางการเงินยังคงดำเนินต่อไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 2% ทำให้ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นมีโอกาสอ่อนค่าลง สนับสนุนการส่งออกและผลประกอบการบริษัท และทยอยเข้าซื้อสะสมหุ้นยุโรปจากเศรษฐกิจที่มีสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง และผลประกอบการบริษัทที่ออกมาสูงกว่าการคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ

ด้านสินทรัพย์ทางเลือก ยังคงแนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมทองคำเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงตลาดหุ้นขาลงจากเหตุการณ์ เช่น การก่อการร้ายและความตึงเครียดระหว่างประเทศ และแนะนำให้ทยอยสะสมน้ำมันจากความต้องการที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลกเร่งตัว

ส่วนตลาดตราสารหนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในระยะสั้น จากปัจจัยความกังวลต่อปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ และความล่าช้าของการผ่านนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งนี้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มขยายตัวน้อยกว่าการคาดการณ์ของตลาด ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะยังเคลื่อนไหวในกรอบในช่วงสั้น

อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางยังคงแนะนำให้เลี่ยงการเพิ่มอายุการลงทุน เนื่องจาก แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจะยังส่งผลให้ เฟด มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน มิ.ย.

ส่วน ตราสารหนี้ไทยนั้น อัตราดอกเบี้ยไทยอายุ 1-3 ปี ยังเคลื่อนไหวในกรอบ จากความกังวลต่อความเสี่ยงจากภายนอก ทั้งนี้ แนวโน้มค่าเงินบาทเริ่มเห็นสัญญาณกลับมาอ่อนค่า ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่นักลงทุนต่างชาติจะลดการลงทุนในตราสารหนี้ไทยลง จึงยังคงคำแนะนำในระมัดระวังการเข้าลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้