วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คุมสื่อครอบจักรวาล ออนไลน์เพจดังโดนหมด

คุมสื่อครอบจักรวาล ออนไลน์เพจดังโดนหมด

  • Share:

ในที่สุด สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (ที่กำลังขับเคลื่อนประเทศถอยหลังไปสู่ยุคไดโนเสาร์) ก็ลงมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น ผ่านร่างกฎหมายควบคุมสื่อ ในชื่อสวยหรู ร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน เห็นด้วย 141 เสียง ไม่เห็นด้วย 13 เสียง งดออกเสียง 17 เสียง

จากนี้ไปจะรวมข้อเสนอจากการอภิปรายสรุปส่งให้ ประธาน สปท. พิจารณา ก่อนส่งให้ ครม. พิจารณาต่อไป ไม่รู้จะมีความหวังอีกเฮือกหรือไม่

พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานกรรมาธิการด้านสื่อสารมวลชน สปท. กล่าวสรุปว่า ส่วนตัวยอมถอยถึง 3 ครั้ง ปรับลดตำแหน่งปลัดกระทรวงจาก 4 คน เหลือ 2 คน ในคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ ปรับเรื่อง ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน เป็น ใบรับรองวิชาชีพ ที่ออกโดยองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน จึงไม่มีโทษจำคุกและปรับสื่อและเจ้าของสื่อ แต่ยังให้มี สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ ต่อไป

ใน บทเฉพาะกาล จะมีการปรับให้ 2 ปลัดกระทรวงในคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติอยู่ในวาระ 5 ปี เช่นเดียวกับสมาชิกวุฒิสภาที่มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นเวลา 5 ปี หลังจากนั้นอาจจะตัดตัวแทนปลัด 2 คนออกไป อาจจะไปเพิ่มในส่วนของสื่อจาก 9 คน เป็น 11 คน หรืออาจจะตัดปลัด 2 คนออกไปทันที ให้เหลือคณะกรรมการฯเพียง 13 คน จากเดิม 15 คน

มีอำนาจก็ว่ากันไป คนออกกฎหมายไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอยู่แล้ว และมีความตั้งใจที่จะออกกฎหมายฉบับนี้มาควบคุมสื่อ ทั้งที่สื่อปัจจุบันก็ถูกควบคุมโดย กฎหมายอาญา และ กฎหมายแพ่ง อยู่แล้ว

แต่เรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่า ประชาชนคนไทยทุกคนต้องรู้ และ ต้องให้ความสนใจ ก็คือกฎหมายควบคุมสื่อฉบับนี้ ไม่ได้ควบคุมเฉพาะสื่อ แต่ ควบคุมไปถึงสื่อออนไลน์ทุกชนิด เพจดังทุกเพจ ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก

เรื่องนี้ พล.ต.ต.พิศิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงในสภาถึง “คำนิยาม” ของ “สื่อมวลชน” ในกฎหมายฉบับนี้ว่า จะครอบคลุมไปถึง สื่อออนไลน์ เจ้าของเพจดัง ที่มีแฟนเพจติดตามเป็นหมื่นๆคนด้วย กลุ่มเหล่านี้ถือว่าเป็นทั้งนักข่าวและบรรณาธิการ แต่ไม่มีสังกัด แม้จะอ้างว่าไม่มีรายได้เป็นค่าตอบแทนโดยตรงจากงานที่ทำ แต่มีรายได้ทางอ้อมที่เกิดขึ้นจากรายได้โฆษณาออนไลน์ เพราะมีผู้ติดตามจำนวนมาก จึงต้องบัญญัติให้กลุ่มเหล่านี้เป็นสื่อด้วย

เมื่อกฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับ ดารา นักร้อง นักแสดง คนดัง ที่มีเพจของตัวเองใน อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก หรือ สื่อออนไลน์อื่น ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ก็จะเข้าข่ายต้องเข้ามาอยู่ใต้กฎหมายควบคุมสื่อฉบับนี้

กฎหมายฉบับนี้ตั้งใจจะ “ควบคุมสื่อไทย” แต่ไม่แน่ใจว่า สื่อต่างประเทศ นักข่าวต่างประเทศ สื่อออนไลน์ต่างประเทศ จะอยู่ใต้กฎหมายฉบับนี้ด้วยหรือไม่ โลกวันนี้เป็นโลกยุค 4.0 ไม่ใช่ยุคไดโนเสาร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยังประกาศนโยบายประเทศเป็น “ไทยแลนด์ 4.0” ไปโรดโชว์เรียกร้องให้บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกมาลงทุนในประเทศไทย จะทำให้ ประเทศไทย เป็น ศูนย์กลางการสื่อสารของภูมิภาค แต่วันนี้ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กลับออกกฎหมายมาทำลายนโยบาย “ประเทศไทย 4.0” ของรัฐบาลเอง มีกฎหมายฉบับนี้เมื่อไหร่ ก็อย่าหวังว่าจะมีบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ไหนในโลกจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดและทำมาตลอด 3 ปี จะเสียเปล่า เพราะกฎหมายควบคุมสื่อฉบับเดียว

ผมก็ฝากความนี้ไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.

กฎหมายควบคุมสื่อฉบับนี้ยังต้อง ผ่าน ครม. จึงจะไปทำเป็นกฎหมายได้ ผมเชื่อว่า นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงจะเข้าใจคำว่า “ไทยแลนด์ 4.0” ได้ดีที่สุด.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้