วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พลัดพ่อ15ปี ตามหาจนพบ

พลัดพ่อ15ปี ตามหาจนพบ

  • Share:

หนีจากบ้านวัย10ขวบ หลงอยู่ในเมืองหลวง ได้‘กูเกิล’ช่วยแกะรอย

เทคโนโลยีทำให้เกิดปาฏิหาริย์ คนงานหนุ่มวัย 25 ปี เขียนอ่านไม่ได้ ใช้กูเกิลค้นหาพ่อแม่ที่พลัดพรากนานกว่า 15 ปี หลังหนีเที่ยวตั้งแต่ 10 ขวบแล้วกลับบ้านไม่ถูก ด้วยการพูดข้อมูลที่จำได้ในวัยเด็กใส่โปรแกรมแปลงเป็นตัวอักษร คุยกับมูลนิธิกระจกเงาและตำรวจ ดส. กระทั่งตามหาพ่อจนพบ ด้านตำรวจยืนยันดีเอ็นเอตรงกัน ขณะที่ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายชี้เป็นเคสตัวอย่าง สร้างความหวังได้ลูกหลานสูญหายกลับคืน ส่วนหนุ่มโชคดีรับเบญจเพสเผย จะตามหาแม่ที่แยกทางกับพ่อต่อ หลังทำบัตรประชาชนเสร็จ

กูเกิล ทำให้คนงานหนุ่มพบครอบครัวอีกครั้ง เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 พ.ค. ที่กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.บช.น.) พ.ต.ท.ปฏิศาสตร์ ศรีมณฑา รอง ผกก.ดส. พ.ต.อ.วาที อัศวุต หัวหน้ากลุ่มงานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดินปืน สถาบันนิติเวชวิทยา สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. และนายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงาร่วมกันแถลงข่าวช่วยเหลือนายปิยะบุตร พลายลมูล หรืออั้ม อายุ 25 ปี ที่หายออกจากบ้านไปนานกว่า 15 ปี กลับคืนสู่ครอบครัวอีกครั้ง

พ.ต.ท.ปฏิศาสตร์ ศรีมณฑา รอง ผกก.ดส.กล่าวว่า มูลนิธิกระจกเงา ประสานมาว่ามีนายอั้ม ไม่มีชื่อและนามสกุลจริง อายุ 25 ปี แจ้งผ่านกล่องข้อความในเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา” ขอให้ช่วยตามหาครอบครัว หลังหนีออกจากบ้านตั้งแต่เด็ก จำชื่อนามสกุลจริงรวมทั้งคนในครอบครัวไม่ได้ จำได้แต่ชื่อเล่นตัวเองว่าอั้ม มีพ่อชื่อบุญธรรม แม่ชื่อแมว เดิมพักอยู่ในชุมชนริมทางรถไฟไม่ทราบชื่อ มีคลองหรือแม่น้ำใกล้ๆมีตลาดอยู่หลังชุมชน หลังรับเรื่อง ตำรวจ ดส. ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา ได้เข้าพูดคุยกับนายอั้ม ทำงานรับจ้างยกของอยู่ที่บริษัทขนส่งแห่งหนึ่งใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนตามค้นหาครอบครัวนายอั้มจนทราบว่า มีที่พักในชุมชนย่านตลาดศรีเขมา เขตบางซื่อ กระทั่งพบนายบุญธรรม พลายลมูล อายุ 54 ปี บิดานายอั้ม ที่ให้ข้อมูลและหลักฐานในเวลาต่อมาว่า นายอั้มเป็นลูกชายคนโต มีชื่อจริงคือนายปิยะบุตร

ขณะที่นายปิยะบุตร หรือนายอั้มเล่าเรื่องย้อน หลังด้วยน้ำตาแห่งความดีใจที่ได้พบพ่อบังเกิดเกล้าอีกครั้งว่า ได้หนีเที่ยวออกจากบ้านมาตั้งแต่เด็ก อายุ 9-10 ขวบ มีเพื่อนชวนให้นั่งรถเมล์เล่น มาลงที่สนามหลวง แต่เมื่อถึงที่หมายเพื่อนได้ทิ้งตนไว้ และจำทางกลับบ้านไม่ได้ ต้องใช้ชีวิตขอทานอยู่ที่สนามหลวง และตรอกข้าวสาร กระทั่งโตขึ้นขอทานไม่ได้ จึงเก็บของเก่าขายและอาศัยข้าววัดกิน เมื่อ 4ปีที่แล้วมีเพื่อนชักชวนไปทำงานรับจ้างรายวันที่หัวหิน แล้วเห็นเพื่อนที่ทำงานกลับบ้านไปหาครอบครัวในวันหยุด เริ่มคิดถึงและอยากกลับไปอยู่กับครอบครัว เคยไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ถูกกล่าวหาว่าโกหก อีกทั้งไม่มีบัตรประชาชนด้วย

นายปิยะบุตรกล่าวอีกว่า เนื่องจากไม่ได้เรียนหนังสือ ทำให้อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ อาศัยว่าตอนเร่ร่อนได้เล่นเกมออนไลน์ พอใช้คอมพิวเตอร์เป็นบ้าง เริ่มตามหาครอบครัวจากการใช้ Google พูดชื่อ ตัวเอง และคำว่า “เด็กหาย” ใส่โปรแกรมเสียงให้แปลเป็นอักษรค้นหา หวังจะพบประกาศตามหาตัวเองในอินเตอร์เน็ต ปรากฏว่า Google แสดงผลหน้าเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา” เห็นคนติดตามมากกว่า 4 แสนคน มีความน่าเชื่อถือ จึงส่งข้อความมายังเพจโดยพูดใส่ google และคัดลอกอักษรที่โปรแกรมแปล สื่อสารกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงาจนเข้าใจ ติดต่อพูดคุยกระทั่งตามหาครอบครัวจนพบ รู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก รีบขอลางานมากรุงเทพฯ ดีใจที่ได้พบพ่ออีกครั้ง และขอโทษที่หนีออกจากบ้านในวัยเด็ก ขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ช่วยกันแชร์ข้อมูลตน ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา ที่ทำให้ได้พบครอบครัวอีกครั้ง ส่วนแม่ทราบแล้วว่าชื่อนางปราณี แยกทางกับพ่อนานแล้ว จะตามหาต่อไป หลังจากทำบัตรประชาชนเป็นที่เรียบร้อย

ด้านนายบุญธรรม พลายลมูล อายุ 54 ปี ป่วยเป็นเบาหวานขาแขนอ่อนแรงกล่าวหลังสวมกอดลูกชายด้วยความดีใจว่า เมื่อ 15 ปีก่อน นายอั้มลูกชายคนโตจาก 3 คนได้หายออกจากบ้าน ขณะนั้นตนมีอาชีพขับรถประจำทางได้พยายามติดตามหาทุกทางแต่ไม่พบ ดีใจมากที่ลูกยังมีชีวิตอยู่ พร้อมรับลูกกลับมาอยู่ด้วยกันในครอบครัว และขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยพาลูกชายกลับมาอีกครั้ง

ขณะที่ พ.ต.อ.วาที อัศวุต หน.กลุ่มงานตรวจเลือดชีวเคมี และเขม่าดินปืน สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร.กล่าวว่า ได้รับการส่งตัวอย่างสารพันธุกรรมของนายอั้มและนายบุญธรรม จากมูลนิธิกระจกเงา ตรวจเปรียบเทียบแล้วตรงกันมีความสัมพันธ์ทางสายเลือด โดยสถาบันนิติเวชวิทยามีโครงการ ชื่อดีเอ็นเอโปรคิดส์ เป็นโครงการระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ ด้วยการเก็บสารพันธุกรรมของพ่อ แม่ ที่ลูกหาย ไว้ในระบบฐานข้อมูล เมื่อพบเด็กที่ไม่ทราบตัวบุคคลชัดเจน สงสัยว่าถูกลักพา หรือล่อลวงไป จะตรวจสารพันธุกรรมของเด็กเปรียบเทียบกัน อยากเชิญชวนให้ผู้ปกครองที่บุตรหลานสูญหาย มาเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรมไว้ ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ส่วนนายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีอีกหลายครอบครัวที่บุตรหลานหายออกจากบ้านนานนับสิบปี หวังว่าเด็กเหล่านั้นจะปลอดภัยและเติบโตมาจนมีโอกาสที่จะหาทางติดต่อกลับมาหาครอบครัว นี่เป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจสำคัญที่ครอบครัวที่มีบุตรหลานสูญหายยังมีความหวังในการได้ลูกกลับคืนมาสู่ครอบครัวอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้