วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฎีกาแก้จำคุก 5 ปี ผัวเมีย ‘รุกป่า 72 ไร่’ (คลิป)

ฎีกาแก้จำคุก 5 ปี ผัวเมีย ‘รุกป่า 72 ไร่’ (คลิป)

  • Share:

ไม่ใช่แค่‘เก็บเห็ด’ คอตกเข้าเรือนจำ

ศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุกสองสามีภรรยาที่เข้าไปเก็บเห็ดถูกจับกุมข้อหาบุกรุกและตัดไม้กว่า 72 ไร่ ในป่าสงวนฯที่ จ.กาฬสินธุ์ให้จำคุกคนละ 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา ภายหลังศาล ชั้นต้นพิพากษาจำคุกคนละ 30 ปี แต่จำเลยรับสารภาพลดโทษเหลือจำคุกคนละ 15 ปี ก่อนศาลอุทธรณ์พิจารณาแก้โทษให้จำคุก 14 ปี 12 เดือน จำเลยถึงกับคอตกยอมรับในชะตากรรม ส่วนญาติๆที่มาให้กำลังใจถึงกับร่ำไห้โฮ ก่อนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำทันที

ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 2 พ.ค. มีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ที่นาย อุดม ศิริสอน อายุ 51 ปี และนางแดง ศิริสอน อายุ 48 ปี ภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 4 ต.โนนสะอาด จ.กาฬสินธุ์ ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีบุกรุกแผ้วถางป่า ภายหลังเข้าไปเก็บเห็ด และถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้จับกุม ในข้อหาบุกรุกและตัดไม้กว่า 72 ไร่บริเวณป่าสงวนดงระแนง หมู่ 6 บ้านกุงไทย ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2553 โดยจำเลยทั้งสองเดินขึ้นไปที่บัลลังก์ 10 เพื่อรอฟังคำพิพากษา ท่ามกลางญาติๆเดินทางมาให้กำลังใจจำนวนมาก นายอุดมและนางแดงกล่าวว่า ยอมรับมีความกังวลต่อคำพิพากษาที่จะมีขึ้น แต่ก็พร้อมจะน้อมรับคำพิพากษา ส่วนผลที่จะออกมาอย่างไร และจะมีการรื้อฟื้นคดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับทนายความ

ต่อมา ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา โดยให้จำคุกนายอุดมและนางแดง สองสามีภรรยา คนละ 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา ภายหลังศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก นายอุดมและนางแดงสองสามีภรรยาถึงกับ เศร้าซึมนั่งก้มหน้าเหมือนกับยอมรับในชะตากรรม ในขณะที่ญาติๆที่มาให้กำลังใจถึงกับปล่อยโฮร่ำไห้ นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ทนายความ ได้พยายามพูดปลอบใจ และอธิบายขั้นตอนของกฎหมาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ศาลจะนำตัวนายอุดมและนางแดงไปควบคุมเพื่อรอส่งเข้าเรือนจำต่อไป

สำหรับคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนายอุดมและนางแดงสองสามีภรรยาคนละ 30 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกคนละ 15 ปี และประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ ต่อมา ศาลอุทธรณ์พิจารณาแก้โทษเป็นจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 14 ปี 12 เดือน

ด้านนายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอุดม และนางแดง ศิริสอน เป็นจำเลย กล่าวหาว่าเมื่อวันที่ 12 ก.ค.2553 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครอง และทำประโยชน์โดยการทำไม้ในป่าดงระแนง ต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ อยู่ในแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ และใช้อุปกรณ์เครื่องมือตัดและโค่นไม้สักไม้กระยาเลยที่เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก ออกจากต้นจำนวน 700 ต้น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และมิได้รับสัมปทานหรือได้รับยกเว้นใดๆ ตามกฎหมาย รวมทั้งร่วมกันมีไม้สัก และไม้กระยาเลยที่ยังไม่ได้แปรรูป จำนวน 1,148 ท่อน โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขาย ไว้ในครอบครอง และไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

คดีนี้ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ก.ย.2554 ให้จำคุกคนละ 30 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุกคนละ 15 ปี ริบของกลางทั้งหมด กับให้จำเลยทั้งสอง คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจำเลยทั้งสองออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติที่เข้าไปครอบครองด้วย ต่อมาจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2555 พิพากษาแก้เป็นความผิดฐานร่วมกันบุกรุก แผ้วถาง ก่อสร้าง ทำไม้ ยึดถือครอบครอง หรือกระทำการใดๆอันเป็นการกระทำให้เสื่อมสภาพป่าสงวนแห่งชาติเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานทำไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 11 ปี และฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้อันยังไม่ได้แปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 19 ปี ลดโทษให้กระทงละ กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว ฐานร่วมกันทำไม้ คงจำคุกคนละ 5 ปี 6 เดือน ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุกคนละ 9 ปี 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 14 ปี 12 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โฆษกศาลยุติธรรมกล่าวเพิ่มเติมว่า ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 106/2557 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ข้อ 3 และข้อ 5 ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา 69 และมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และให้ใช้ข้อความใหม่แทน แต่กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสอง จึงใช้กฎหมายเดิม ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยทั้งสอง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้