วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับอีก 5 เอเย่นต์ ค้ากามเด็ก ส่งบำเรอขรก.

จับอีก 5 เอเย่นต์ ค้ากามเด็ก ส่งบำเรอขรก.

  • Share:

‘ผู้ว่าสืบศักดิ์’บินรายงานตัวมท. ตัดพ้อเจอกระแสสังคมมาชี้นำ เปิดใจหวังให้ความจริงกระจ่าง

จับเพิ่ม 5 ผู้ต้องหาค้ากามเด็กสาวเมืองสามหมอก ตำรวจ ปคม.ขอหมายจับศาลอาญาลงพื้นที่บุกรวบได้ยกชุดแยกเป็นพ่อเล้า 1 และแม่เล้าอีก 4 ขณะที่ตำรวจ ภาค 5 เตรียมออกหมายจับอีกหลายคนพบมีตำรวจเอี่ยวถึง 7-8 นาย ด้าน ผวจ.แม่ฮ่องสอน บินด่วนเข้ารายงานตัวปลัด มท. หลังโดนคำสั่งเด้งเข้ากรุฐานพัวพันคดีซื้อกามในพื้นที่ ตัดพ้อสังคมตัดสินว่าผิดไปแล้ว ทั้งที่การสอบสวนยังไม่เสร็จ ยืนยันตัวเองบริสุทธิ์พร้อมพิสูจน์ความจริงให้กระจ่าง

ยังคงเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ กรณีตำรวจทลายแก๊งค้ากามเด็กสาวใน จ.แม่ฮ่องสอน ล่าสุดปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งย้ายนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ที่ถูกพาดพิงพัวพันซื้อบริการไปช่วยราชการที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้การสอบสวนเกิดความเป็นธรรม ไม่เป็นที่ครหาต่อสังคม เจ้าตัวออกมายืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ขณะที่ศาลอนุมัติออกหมายจับตำรวจ สภ.กองก๋อย จ.แม่ฮ่องสอน เพิ่มอีก 3 นายข้อหารุมโทรมประกอบด้วย ส.ต.อ.นิรันดร์ สายจันทร์ จ.ส.ต.พิทักษ์ สมกุล และ ส.ต.ท.เพชร เตชะโอฬาร จากที่มีการดำเนินคดี ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ สังกัด สภ.น้ำเพียงดิน น.ส.ปิยวรรณ สุขมา อายุ 26 ปี และ น.ส.ปิยทัสน์ ภาพเทียนสุวรรณ อายุ 28 ปี สองแม่เล้า และอยู่ระหว่างสอบขยายผลจับผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคน

ต่อมาเวลา 08.40 น. วันที่ 2 พ.ค. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการย้าย ผวจ.แม่ฮ่องสอน ไปช่วยราชการที่กระทรวงมหาดไทยระหว่างรอผลสอบสวนข้อเท็จจริงว่า ขณะนี้คณะกรรมการที่ลงไปสอบสวนพูดคุยกับคนในพื้นที่แล้ว แต่ได้รับข้อมูลเพียงบางส่วนเท่านั้น ตนได้พูดคุยกับนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เห็นว่าในสภาวะเช่นนี้ที่มีการกล่าวอ้างถึง ผวจ.แม่ฮ่องสอน เป็นผู้บูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วน อาจทำให้การทำงานมีปัญหา ในทางคดีอาจทำให้เกิดความคลางแคลงใจ จึงให้ ผวจ.แม่ฮ่องสอน มาทำงานที่กระทรวงมหาดไทยก่อน และเมื่อข้อเท็จจริงออกมาเป็นอย่างไรจะได้ดำเนินการต่อไป เรื่องนี้จะฟังความฝ่ายเดียวไม่ได้ จะต้องฟังความทั้งสองฝ่าย

ส่วนความเคลื่อนไหวของนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน หลังถูกคำสั่งย้ายไปช่วย ราชการที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 2 พ.ค. ได้เดินทางออกจากสนามบินแม่ฮ่องสอนเวลา 10.00 น. เพื่อเข้ารายงานตัวกับนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน มีหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนมาส่งให้กำลังใจ ทั้งนี้ นายสืบศักดิ์ยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองและต้องการให้ความจริงกระจ่างโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจสอบ เพื่อให้ความจริงปรากฏ เพราะต้องการกลับมาสานต่อการทำงานในพื้นที่ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำให้บรรลุตามความตั้งใจ

ด้านนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับทีวีช่องหนึ่งว่า ตอนนี้กระแสสังคมได้ลงความเห็นว่าตนผิด ตนขอถามสังคมกลับไปว่า การที่ฝ่ายหนึ่งเอาแม่มาอ้างว่าเป็นแม่ของผู้เสียหาย แล้วมาถามต่อหน้าสื่อ เป็นการสอบสวนที่ถูกต้องหรือไม่ หรือเป็นเพียงการสร้างกระแสชี้นำสังคม อีกข้อคือมหาดไทยยังสอบไม่เสร็จ เพราะคณะกรรมการขอตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย ฝ่ายแรกไม่อนุญาต อ้างว่าอยู่ในการคุ้มครองพยาน เพราะฉะนั้นอยากถามสังคมกลับไปว่า ขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมนั้นอยู่ตรงไหน สังคมไทยจะอยู่ด้วยกระแส หรืออยู่ด้วยข้อเท็จจริง ขณะนี้ทั้งสื่อมวลชน สังคมยังไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเลยว่าเรื่องราวเป็นเช่นไร เพราะยังไม่มีความชัดเจนเกิดขึ้นเลย ถ้าจะให้แก้ข่าว ยังไม่ทราบเลยว่า ตนทำอะไร ที่ไหน อย่างไร กับใคร จึงต้องย้อนถามสังคมกลับไปว่า ผู้ว่าราชการอย่างตนทำอะไรผิด

ผวจ.แม่ฮ่องสอนกล่าวอีกว่า ส่วนงานเลี้ยงรับรองเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นั้น มีการจัดงานเลี้ยงจริง ตนไปงานเลี้ยง มีผู้คนร่วมงานนับหมื่นคน ถ่ายรูปมากมาย เพราะฉะนั้นสังคมควรไปเปิดดูว่ามีใครอยู่ที่งานนั้นบ้าง อย่างไร ส่วนเรื่องคำถามว่า “รับขนมหวานมั้ย” นั้น ตนไม่รู้หรอกว่าใครพูดอะไร อย่างไร ตนแน่ใจว่างานกลางคืน ไม่มีของหวานกันหรอก แต่ถ้าบอกว่ามีคนพูด ให้ไปหามาว่าใครเป็นคนพูด ตนพูดกับใคร เมื่อไหร่ เพราะคนเยอะแยะ ที่กล่าวกันว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัตินั้น เป็นการดูถูกคนแม่ฮ่องสอน เป็นการดูถูกคนไทย เป็นการดูถูกข้าราชการ ส่วนกระแสการค้า ประเวณีในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตนเป็นหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม ก็มาร้องเรียน ได้ดำเนินการส่งเรื่องให้อัยการตามขั้นตอนทุกประการ และรายงานกระทรวงมหาดไทยให้ทราบเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้ละเลยหรือละเว้นทั้งสิ้น

“สุดท้ายนี้ ขอให้คนแม่ฮ่องสอนเข้มแข็ง ไม่ว่าใครจะพูดอะไร และให้ความจริงกระจ่าง ไม่ให้ใครมาดูถูกคนแม่ฮ่องสอน เราไม่ใช่คนนิสัยอย่างนั้น ผมอยู่ที่แม่ฮ่องสอนมาแล้ว 2 รอบ เพราะฉะนั้นผมรักคนแม่ฮ่องสอน และคนแม่ฮ่องสอนก็รักผม เพราะฉะนั้นสังคมอย่าดูถูกคนแม่ฮ่องสอนและดูถูกผู้ว่าราชการจังหวัดขณะนี้ ทั้งๆที่ยังไม่รู้อะไรเลย” นายสืบศักดิ์กล่าว

สำหรับความคืบหน้าชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และ ภ.จ.แม่ฮ่องสอน ยังคงเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อขอออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมก่อนรายงานให้กับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ทราบเพื่อพิจารณากลั่นกรอง โดยมีรายงานว่าพนักงานสอบสวนเตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนเพิ่มเติม ในจำนวนนี้มีตำรวจประมาณ 7-8 นาย รวมทั้งครูและข้าราชการในพื้นที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบหลักฐานแน่นหนาก็จะยื่นขอหมายจับต่อศาลต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.วรธันว์ เครือจันทร์ต๊ะ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน เปิดเผยถึงการดำเนินคดีตำรวจ สภ.กองก๋อย อ.สบเมย กรณีถูกกล่าวหารุมโทรมเด็กสาวค้ากามว่าคดีนี้ศาลสั่งตีกลับให้มาทำสำนวนใหม่ 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 เม.ย. และวันที่ 1 พ.ค. ศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คนคือ ส.ต.อ.นิรันดร์ สายจันทร์ ส.ต.ต. พิทักษ์ สมกุล และ ส.ต.ท.เพชร เตชะโอฬาร ในข้อหา พรากผู้เยาว์เพื่อทำอนาจารในลักษณะโทรม และผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้ออกจากราชการแล้ว เพราะถือเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรง ส่วน พ.ต.ท. ตำแหน่ง รอง ผกก. ร.ต.อ. รอง สว. และสิบเวร ที่ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนก่อนหน้านี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวม พยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติม

ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.ท.สิทธินันท์ สิทธิกำธร สว.กก. 4 บก.ปคม. นำหมายจับศาลอาญาวันที่ 2 พ.ค.60 เข้าจับกุมผู้ต้องหา 5 คน ข้อหาค้ามนุษย์และร่วมกันค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ประกอบด้วย นายมงคล หรือแป๊ะ เกียรติภักดีพงษ์ น.ส.ปัทมพร หรืออึง อิ่นแก้ว น.ส.กนกวรรณ หรือละม่อม รัตนภักดี น.ส.ขวัญหทัย หรือตั๊ก ฤกษ์อุดม และ น.ส.กัลยา หรือจอย วุฒิคุณ หลังจากทั้งหมดเป็นธุระจัดหาหญิงสาวให้ข้าราชการใน จ.แม่ฮ่องสอน

ที่ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม ศูนย์ราชการอาคารเอ นางทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญเด็กและเยาวชน นำกลุ่มองค์กรที่ทำงานด้านเด็ก เยาวชน สตรี และครอบครัว กว่า 30 คน เข้ายื่นหนังสือต่อนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรมให้ช่วยเหลือและสางคดีค้ากามเด็กที่ จ.แม่ฮ่องสอน โดยนางทิชากล่าวว่า มาขอให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมดำเนินการ 3 เรื่องคือ 1.ขอให้สืบพยานไว้ก่อน ไม่ต้องการให้มีการฟ้องร้องแล้วจึงสืบพยาน 2.ขอให้คุ้มครองพยานที่มีประสิทธิภาพ และ 3.ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับคดีนี้ไว้เป็นคดีพิเศษ และวันที่ 3 พ.ค.นี้ จะไปยื่นหนังสือที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และที่กระทรวงมหาดไทย เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการจัดการกับปัญหาค้ามนุษย์และค้ากามเด็กโดยตรง

ด้านนายชาญเชาวน์กล่าวว่า คดีนี้กรมคุ้มครองสิทธิกำลังดำเนินการรับผู้เสียหายเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยาน ส่วนการขอให้มีการสืบพยานก่อนฟ้องนั้นต้องอยู่ที่ดุลพินิจของพนักงานสอบสวนและตำรวจว่าจะดำเนินการได้หรือไม่ ส่วนที่ให้ดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษกำลังให้พิจารณาอยู่ หลังจากนี้จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินการควบคู่กันไปด้วย

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังการประชุม ครม. ถึงการแก้ไขปัญหาวัฒนธรรมการส่ง เด็กสาวไปเลี้ยงดูปูเสื่อข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไปตรวจราชการต่างจังหวัดว่าน่าจะเลิกไปตั้งแต่ปรโลกที่แล้ว ตนไม่เคยทำตั้งแต่เด็กจนโต ไม่เคยให้ใครต้องมาเลี้ยงต้อนรับแบบนี้ ตนเป็นนายกรัฐมนตรีเวลาไปไหน ต้องประหยัดเวลาให้มากที่สุด ไปแล้วก็กลับ ไม่รบกวน พยายามไม่ค้าง ไม่ใช่ไม่เอาใจใส่ แต่พูดให้เร็ว สั่งการให้จบและติดตามงานดีกว่าไปนอนค้าง เพราะจะต้องมาเลี้ยงข้าวเสียเวลา

ที่กระทรวงมหาดไทย เวลา 15.40 น. วันที่ 2 พ.ค. นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้ารายงานตัวกับนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย หลังมีคำสั่งให้ช่วยราชการ โดยนายสืบศักดิ์กล่าวว่า ได้บอกกับปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า “ผมยอมเจ็บปวดเพื่อให้ระบบอยู่ได้” การที่ตนออกมาจากพื้นที่จะทำให้เกิดอิสระในการสอบสวน และยินดีที่จะให้เกิดความโปร่งใส ยืนยันว่าไม่เคยประพฤติชั่วเช่นนั้น อีกทั้งขณะนี้กระบวนการตรวจสอบของมหาดไทยก็ยังไม่เสร็จสิ้น หรือมีข้อสรุปว่าตนทำผิด เรื่องอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร ที่ไหนกับใคร ทั้งนี้ ความจริงก็คือความจริง ขอให้ความจริงได้ปรากฏก่อนแล้วค่อยบอกว่าใครถูกใครผิด ตอนนี้ขอให้สื่อมวลชนไปหาความจริงก่อน ขอยอมเจ็บปวดเพื่อให้สังคมอยู่ได้ เรื่องนี้จะเป็นบทเรียนของสังคมที่จะเรียนรู้ต่อไป

ด้านนายกฤษฎากล่าวว่า การย้ายครั้งนี้เป็นการย้ายชั่วคราวเบื้องต้น 30 วัน มอบหมายให้ทำงานแผนพัฒนาจังหวัดแบบบูรณาการ ทั้งนี้ ต้องรอกระบวนการสอบสวน คณะกรรมการของกระทรวงมหาดไทยต้องสอบปากคำคนที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานกับหน่วยงานราชการที่ดูแลพยานดังกล่าวอยู่ที่กรุงเทพฯ อย่างไรก็ตามเมื่อผู้ว่าราชการไม่ได้อยู่ในพื้นที่แล้ว ขอให้หน่วยงานใดก็ตามที่เกี่ยวข้องเร่งสอบสวน เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏโดยเร็ว เช่น จะเสนออัยการส่งฟ้อง หรือไม่ฟ้อง ก็ขอให้ส่งเลย ขณะนี้ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ไม่ได้กังวลใจตรงนี้ พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้