วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บูรณะเสร็จ ระบบขับเคลื่อน พระมหาพิชัยราชรถ

บูรณะเสร็จ ระบบขับเคลื่อน พระมหาพิชัยราชรถ

  • Share:
เหลือทำลวดลายล้อ เปลี่ยน ‘ห่วงชักลาก’ จากขาเดียวเป็นตัวยู

ช่างศิลปกรรมเผยลวดลายประดับราชรถปืนใหญ่ ส่วนที่เป็นไม้แกะสลักลายประจำยาม-ลายกระจัง-ลายเศียรพญานาค ขณะที่ภาพรวมยืนยันถอดแบบมาจากที่เคยใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 8 แต่ปรับฐานขาเป็นสิงห์และเพิ่มลวดลายให้ดูสง่าและสมพระเกียรติ ด้านกรมสรรพาวุธ ทบ. บูรณะระบบขับเคลื่อนของพระมหาพิชัยราชรถเสร็จแล้ว เปลี่ยนห่วงชักลากใหม่ จากห่วงขาเดียวเป็นห่วงรูปตัวยู เพิ่มความคล่องตัวในการขับเคลื่อน ส่วนการจัดสร้างและทำลวดลายล้อประดับทั้ง 4 ล้อใหม่ คาดเสร็จในเดือน มิ.ย. ประชาชนร่วมถวายสักการะพระบรมศพ กว่า 6.6 ล้านคน ยอดถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลกว่า 534 ล้านบาท

หลังจากกรมสรรพาวุธทหารบก จัดสร้างราชรถปืนใหญ่ สำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช และส่งมอบให้กรมศิลปากรไปเรียบร้อยแล้ว เพื่อนำไปดำเนินการประดับลวดลายด้านศิลปกรรม ต่อมาเมื่อวันที่ 2 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายชนะโยธิน อุปลักษณ์ นายช่างศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ผู้ออกแบบราชรถปืนใหญ่ เผยว่า ลวดลายส่วนใหญ่ถอดแบบมาจากองค์ราชรถปืนใหญ่ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 8 แต่ได้ปรับเปลี่ยนชั้นฐานด้านล่างเป็นฐานขาสิงห์ ซึ่งแสดงถึงฐานานุศักดิ์ของพระมหากษัตริย์ จากเดิมเป็นฐานขาหมู ส่วนฐานด้านบนยังคงเป็นกลีบบัว นอกจากนี้ ยังเพิ่มการประดับลวดลายที่แคร่ปืนใหญ่และล้อเพิ่มเติมมา เพื่อให้มีความสง่างาม และสมพระเกียรติ

ทั้งนี้ ลวดลายที่แคร่ปืนใหญ่เป็นไม้แกะสลักลายประจำยาม ลงรักปิดทอง แล้วนำมาประดับด้วยการใช้สกรูยึดติด ส่วนที่ล้อจะประดับด้วยไม้แกะสลัก ลายกระจัง ลงรักปิดทองขนาดใหญ่ บริเวณรอบดุมล้อ แต่ส่วนขนาดเล็กจะใช้ประดับที่ปลายซี่ล้อ สำหรับฐานกลีบบัว จะรองรับด้วยแปรก หรือแคร่ไม้ โดยด้านบนมีขนาดความกว้าง 10 เซนติเมตร ปลายแคร่ ด้านหน้าประดับด้วยไม้แกะสลักลายเศียรพญานาค ลงรักปิดทอง ส่วนปลายแคร่เป็นหางพญานาค ขณะที่แคร่ด้านล่าง มีขนาดความกว้างเล็กกว่า 2 เซนติเมตร แต่ประดับด้วยไม้แกะสลักลวดลายเดียวกัน

ขณะที่นางวิจิตร์ ไชยวิชิต หัวหน้ากลุ่มประณีตศิลป์ และนักวิชาการช่างศิลป์ชำนาญการ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กล่าวถึงการบูรณปฏิสังขรณ์และงานศิลปกรรมประณีตศิลป์พระมหาพิชัยราชรถ ล่าสุด กลุ่มงานช่างปิดทองประดับกระจก ประดับกระจกไปแล้วกว่าร้อยละ 70 ยังเหลือในส่วนของตัวเรือนบุษบกที่อยู่บริเวณช่วงชั้นเสาย่อมุมไม้ คาดว่าภายในเดือนพฤษภาคมนี้ การประดับกระจกจะแล้วเสร็จทั้งหมด จากนั้นช่างไม้จะเริ่มทำลวดลายส่วนที่ชำรุด และปิดทองลวดลายที่ต้องแกะเสริมใหม่อีกเล็กน้อย เมื่อเสร็จแล้ว ทางกรมสรรพาวุธทหารบกจะนำล้อของราชรถที่จัดสร้างขึ้นใหม่มาส่งมอบกับทางสำนักช่างสิบหมู่ เพื่อติดตั้งช่วงล่าง อย่างไรก็ตาม ล้อทั้ง 4 ที่ทางกรมสรรพาวุธทหารบกจัดสร้าง ทางช่างสิบหมู่จะปิดทองประดับลวดลายกระจกใหม่ เพื่อความงดงามสมพระเกียรติ

ด้าน พล.ต.ศักดา ศิริรัตน์ รองเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก ผู้ควบคุมการบูรณะซ่อมแซมระบบขับเคลื่อนราชรถ ราชยาน ในการอัญเชิญพระโกศพระบรมศพในริ้วขบวนพระราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เปิดเผยว่า ขณะนี้การบูรณะระบบขับเคลื่อนของพระมหาพิชัยราชรถ ดำเนินการ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนการจัดสร้างและทำลวดลายล้อประดับพระมหาพิชัยราชรถทั้ง 4 ล้อ คาดว่า จะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน และหากช่างสิบหมู่ดำเนินการบูรณะ ทำความสะอาดโครงสร้างองค์พระมหาพิชัยราชรถ และรื้อนั่งร้านออก กรมสรรพาวุธทหารบก จะเข้าไปติดล้อประดับ และทดสอบระบบรับน้ำหนัก การเทียบเกรินบันไดนาค ยังโรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

“ผมได้พบปัญหาของห่วงชักลากพระมหาพิชัยราชรถ ราชรถน้อย จากเดิมที่เป็นห่วงขาเดียว เกรงว่า เมื่อมีการบังคับเลี้ยวอาจจะเกิดการหักเสียหายได้ เนื่องจากองค์พระมหาพิชัยราชรถ มีน้ำหนักมากถึง 12-13 ตัน จึงสั่งให้ช่างกรมสรรพาวุธทหารบก เปลี่ยนห่วงชักลากราชรถใหม่ เป็นห่วงรูปตัวยูสองขา ที่มี ความแข็งแรงกว่าห่วงแบบขาเดียว ที่สำคัญห่วงรูปตัวยูจะส่งผลให้เชือกชักลากสามารถเคลื่อนตัวได้รอบทิศทาง ทำให้การขับเคลื่อนมีความคล่องตัว และป้องกันการหักเสียหายของห่วงระหว่างการใช้งานจริงด้วย ทั้งนี้ ทางกรมสรรพาวุธทหารบกยังได้จัดชุดช่างซ่อมฉุกเฉิน เตรียมพร้อมไว้ด้วย หากเกิดปัญหาใดๆขึ้นทั้งระหว่างการซ้อม และประกอบพิธีจริง” ผู้ควบคุมการบูรณะซ่อมแซมระบบขับเคลื่อน
ราชรถฯกล่าว

สำหรับบรรยากาศในพระบรมมหาราชวัง ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาตให้องค์กรภาคเอกชน ตลอดจนมูลนิธิ สมาคมต่างๆ อาทิ โรงพยาบาลพญาไท 2 และ 3 กลุ่มโรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลปิยเวท โรงพยาบาลวิรัชศิลป์ โรงพยาบาลสระโบสถ์ ตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ ๙ โรงพยาบาลท่ายาง จ.เพชรบุรี องค์กรแพทย์ โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา โรงพยาบาลธนบุรี และโรงพยาบาลหนองเสือ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานฯ สมาคมครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศ ไทย สมาคมผู้ประกอบการวิชาชีพบริหารการศึกษาเอกชน จ.สระบุรี ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย ฯลฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ส่วนที่ท้องสนามหลวง ตลอดทั้งวันมีประชาชนจากทั่วสารทิศ เดินทางมารอเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท กันอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เดินทางกันมาเป็นหมู่คณะจากจังหวัดต่างๆ อาทิ ปัตตานี สกลนคร อ่างทอง ฯลฯ เข้ากราบสักการะพระบรมศพตั้งแต่ ช่วงเช้ามืดอย่างไม่ขาดสาย หัวแถวอยู่ที่หน้าประตูมณีนพรัตน์ ส่วนหางแถวอยู่บริเวณตรงข้ามศาลฎีกา โดยมีทหาร อาสาสมัครป่อเต็กตึ๊ง เทศกิจ และกลุ่มจิตอาสา คอยอำนวยความสะดวก จัดระเบียบเข้ากราบ และแจกน้ำดื่มและผ้าเย็นบรรเทาความร้อน ขณะที่เจ้าหน้าที่ของกระทรวงวัฒนธรรมคอยดูแลเรื่องการแต่งกาย หากประชาชนแต่งกายไม่เรียบร้อย ต้องไปเปลี่ยนชุด ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จิตอาสาคอยให้บริการ ยืมชุดฟรี ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น

ที่จุดคัดกรองทั้ง 5 จุดรอบพระบรมมหาราชวังเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงตรวจเข้มทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาภายในพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวง ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 34,482 คน รวม 180 วัน มี 6,658,546 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,953,383.50 บาท รวม 180 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 534,693,638.26 บาท

ต่อมาเมื่อช่วงบ่าย ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุม ครม.ว่า พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ รายงานที่ประชุม ครม.ถึงความคืบหน้าในการจัดสร้างพระเมรุมาศฯ โดย ยืนยันว่าการจัดสร้างจะเสร็จตามกำหนดเวลาในช่วง เดือนกันยายนอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน กระทรวงวัฒนธรรมจะเชิญชวนสื่อมวลชนที่สนใจในเรื่องของการใช้คำศัพท์มาอบรมเรื่องการใช้คำศัพท์ในพระราชพิธีอย่างถูกต้อง แต่ยังไม่ได้ระบุว่าเมื่อใด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้