วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ใหญ่กว่าไซซะนะ! จับ‘กิมเล้ง’ดีลเลอร์แก๊งยาข้ามชาติ อายัดรถหรู100ล.(คลิป)

ใหญ่กว่าไซซะนะ! จับ‘กิมเล้ง’ดีลเลอร์แก๊งยาข้ามชาติ อายัดรถหรู100ล.(คลิป)

  • Share:

รอง ผบ.ตร.-ผช.ปส.แถลงจับกุม “กิมเล้ง” ตัวละครสำคัญที่คอยฟอกเงินให้แก๊งค้ายาข้ามชาติ อายัดทรัพย์รถหรู เบนท์ลี่ย์-บีเอ็ม-ปอร์เช่ โฉนดที่ดิน บัญชีธนาคาร ฯลฯ มูลค่าร่วม 100 ล้าน ชี้เครือข่ายสีสุกใหญ่กว่าไซซะนะ...

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 พ.ค. ที่โรงประชุมดุรงควิบูลย์ ตชด.24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ จ.อุดรธานี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ฑีฆโชติ สุวรรณาคม ผบก.บก.ปส.2.บช.ปส. ผบช.ปส. พล.ต.กนก ภู่ม่วง ผบ.มทบ.24 พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี นายสมหวัง พ่วงบางโพ รอง ผวจ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่สอบสวนกลาง บก.ปส. กองปราบปราม ปปง., ดีเอสไอ, ดีอีเอ, ศุลกากร, กองทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ตชด.24, ตร.ภาค 4, ภ.จว.อุดรธานี ร่วมกันแถลงการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดชาวลาว นายไซซะนะ แก้วพิมพา และนายสีสุก ดาวเฮือง

ผู้ต้องหาประกอบด้วย 1.นายเอีย มิ้งไซย หรือเอก อายุ 22 ปี ราษฎรชาวสะหวันนะเขต สปป.ลาว ตามหมายจับศาลอาญาที่ 19/2560 ลงวันที่ 15 มกราคม 2560 โดยจับกุมได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2560 โดยนายเอีย มีหน้าที่นำรถยนต์หรูข้ามจากฝั่งไทยไปฝั่งลาว เมื่อดัดแปลงทำช่องลับขนยาเสพติด ให้เครือข่ายขับนำเข้ามาประเทศไทย และยังมีความเชื่อมโยงกับนายสีสุก ทั้งเรื่องการทำธุรกรรมทางการเงิน ธุรกิจหวย และเป็นผู้รับดูแลรถซุปเปอร์คาร์ให้นายสีสุกด้วย

2.นายรัชพล รัฐสพลพกรณ์ หรือกิมเล้ง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92/12 ถนนโพนพิสัย ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 130/2560 โดยกล่าวหา “สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด” หลังจากที่ตำรวจพบหลักฐานสำคัญที่เป็นความเชื่อมโยงการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับนายไซซะนะ แก้วพิมพา และนายสีสุก ดาวเฮือง ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดข้ามชาติ จับกุมได้ที่เธคมีชื่อแห่งหนึ่ง จ.อุดรธานี เมื่อกลางดึกวันที่ 1 พฤษภาคม ควบคุมตัวไว้ที่ ตชด.24
จนเช้าตรู่วันที่ 2 พฤษภาคม ได้คุมตัวเข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 92/12 ถนนโพนพิสัย เขตเทศบาลนครอุดรธานี พร้อมกับอายัดทรัพย์สินไปตรวจสอบ

ทั้งนี้ ทรัพย์สินประกอบด้วย รถเก๋งเบนซ์ สีขาว ทะเบียน กต 199 อุดรธานี รถเก๋งปอร์เช่ สีขาว ทะเบียน กล 199 อุดรธานี รถเก๋งเบนท์ลี่ย์ สีเทา ป้ายแดง ท 8821 กรุงเทพมหานคร รถเก๋ง BMW X1 สีขาว ทะเบียน ญร 59 กรุงเทพมหานคร รถเก๋งมินิคูเปอร์ สีแดง ทะเบียน กธ 199 อุดรธานี รถเก๋งโตโยต้า สีเทา ทะเบียน กว 199 อุดรธานี รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน กค 1777 หนองบัวลำภู รถแวนฮอนด้า สีเทา ทะเบียน กฉ 199 อุดรธานี รถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ทะเบียน กฒ 5520 กรุงเทพมหานคร จักรยานยนต์ฮอนด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน คจม 99 อุดรธานี รวมมูลค่า 65 ล้านบาท

ยังมี โฉนดที่ดิน 1 แปลง โฉนดที่ดินพร้อมบ้าน 1 แปลง มูลค่า 25 ล้าน ไม้แปรรูป 308 แผ่น 40 ท่อน มูลค่า 5 แสนบาท สมุดบัญชีเงินฝาก 8 เล่ม เอกสารบริษัทค้าน้ำมัน เอกสารประกันภัย เอกสารประกันชีวิต เอกสารผ่อนชำระคอนโด คอมพิวเตอร์ 1 ชุด โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง หนังสือจดทะเบียนการค้า 17 บริษัท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่อายัดไว้ตรวจสอบทั้งหมด 100 ล้านบาท

พล.ต.อ.สมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ยุทธการชัยยะสยบไพรี 60/4 ที่ต้องทำงานเชิงรุกทั้งป้องกัน และปราบปราม สืบเนื่องมาจากยุทธการแรกๆ เราสามารถจับกุมเครือข่าย ทำให้สามารถขยายผล รวบรวมพยานหลักฐาน ติดตามจับกุมผู้ประกับผิด ครั้งนี้เข้าตรวจค้นพร้อมกัน 31 แห่ง ในพื้นที่ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี 5 จุด, กรุงเทพฯ 4 จุด และหนองคาย-ขอนแก่น-ร้อยเอ็ด 8 จุด และอุดรธานี 14 จุด ในเครือข่ายธุรกิจน้ำมัน-ปศุสัตว์-ที่ดิน และอื่นๆ

"จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 ราย คือ นายรัชพล หรือ กิมเล้ง ในสถานบริการ และนายเอีย หรือเอก ชาวลาว ขณะข้ามแดนมาที่ จ.มุกดาหาร และผู้ต้องหาอีกรายพร้อมของกลาง 3 ราย ตรวจยึดทรัพย์มา 26 รายการ รวมแล้วมากกว่า 100 ล้านบาท เป็นกลุ่มรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ 10 คัน อาทิ BENTLEY ราคาคันละ 17 ล้าน, PORSCHE ราคา 7 ล้านบาท, โฉนดที่ดิน 2 แปลง มูลค่า 25 ล้านบาท, เป็นทรัพย์สินอื่นๆ อีก 14 รายการ นอกจากนั้นพบสมุดบัญชีเงินฝาก เอกสารธุรกรรมทางการเงิน และค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะมีการสอบสวนขยายผลต่อไป"

พล.ต.อ.สมเกียรติ กล่าวต่อว่า ขณะนี้การลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านมาทางภาคอีสานน้อยลง หลังจากเราสามารถจับกุมเครือข่ายสำคัญได้ และยังสอบสวนขายผลจับกุมต่อเนื่อง ตัดเส้นทางทางการเงิน ทั้งกลุ่มที่ทำหน้าที่ขนยาเสพติด และกลุ่มทำหน้าที่ฟอกเงิน เอาเงินที่ได้มาเปลี่ยนเป็นทรัพย์สิน ทำให้การลำเลียงกลับไปใช้เส้นทางเดิม คือผ่านมาภาคเหนือมุ่งหน้าลงไปยังภาคใต้ของประเทศไทย

ด้าน พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. เปิดเผยว่า หลังจับกุมตามปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 60/1 ที่เปรียบเสมือนเราเจอผึ้งรังหนึ่ง ที่มีนายไซซะนะเป็นนางพญาผึ้ง เราก็มาเจอลูกข่ายก็คือบอยและเบนซ์ ต่อมาก็มีผึ้งโผล่มาอีกรัง ที่ใหญ่กว่ารังผึ้งของไซซะนะ ก็คือท้าวสีสุก ที่ตนเคยบอกไปแล้วว่า ใหญ่กว่าเครือข่ายของไซซะนะ ที่สังเกตจากการยึดทรัพย์ที่เรายึดทรัพย์ได้มากกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งธุรกิจเช่นนี้มันจะไปเชื่อมโยงถึงกันเอง ณ จุดๆ หนึ่ง ที่ไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน แต่มันจะโยงใยไปหากันเองด้วยระบบของมัน คือ ต่างชาติเขาเป็นผู้ผลิตยา แต่พวกนี้เป็นดีลเลอร์เอายามาจำหน่าย การแข่งขันย่อมมี แต่ต้องไม่มาแย่งพื้นที่กัน

"สีสุกก็อาจจะกระโดดข้ามไปต่างประเทศ ที่มาเลเซีย ไต้หวัน ส่วนไซซะนะก็มาที่ประเทศไทย ที่ภูเก็ต สมุย กินพื้นที่ตรงนี้ ส่วนคนอื่นๆ ก็จะมีเส้นทางของตัวเอง กินกันแต่ละตอนไป ซึ่งขบวนการค้ายาเสพติด สิ่งที่น่ากลัวก็คือเงิน ไม่ใช่ยา ที่ผ่านมาเราไม่ค่อยจับเส้นทางการเงินได้ มีแต่จับเงินได้เป็นก้อนๆ 60 ล้าน 40 ล้าน 30 ล้าน เอามากองไว้ ความจริงเงินมันมากมายมหาศาลกว่านั้น แต่มันจับต้องไม่ได้ วันนี้เราตัดตอนและถอนรากถอนโคนการค้ายาเสพติด ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ให้ดูแล้ว ทุกจุดที่เราทำ เราตัดเส้นทางการเงิน จนมีคำถามจากสื่อมวลชนว่า ไม่มียาแล้วจับได้อย่างไร ก็นี่ไงเราทำให้ดูแล้ว" ผบช.ปส. กล่าว. 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้