วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ราชรถปืนใหญ่ ส่งมอบ ‘กรมศิลปากร’ เอาไปตกแต่งลวดลาย

ราชรถปืนใหญ่ ส่งมอบ ‘กรมศิลปากร’ เอาไปตกแต่งลวดลาย

  • Share:

กรมสรรพาวุธทหารบกส่งมอบราชรถปืนใหญ่ องค์จริงและองค์สำรอง ถึงมือกรมศิลปากรแล้ว นำเก็บที่โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เพื่อจัดทำลวดลายศิลปกรรม ด้านโฆษก คสช.เผยหัวหน้า คสช.สั่งทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างเต็มขีดความสามารถ และสมพระเกียรติ

หลังจากกองทัพบกเคลื่อนย้ายราชรถปืนใหญ่ 2 องค์ที่จัดสร้างโดยกองโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธ ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก (กรซย.ศซส.สพ.ทบ.) ภายในค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา มาถึงกองบัญชาการกรมสรรพาวุธทหารบก (สพ.ทบ.) กทม. เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 1 พ.ค. ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่ห้องสรรพาวุธ 109 ปี พล.ท.อาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก เป็นประธานในพิธีส่งมอบราชรถปืนใหญ่ องค์จริง หมายเลข 21863 และราชรถปืนใหญ่ องค์สำรอง หมายเลข 21866 ให้กับนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เพื่อรับไปจัดสร้างต่อในส่วนงานประณีตศิลป์ ซึ่งหลังลงนามส่งมอบราชรถแล้ว ก็มีการวางพวงมาลัยสักการะบนราชรถปืนใหญ่ร่วมกัน เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ ลานหน้า สพ.ทบ.

ต่อมา พ.อ.นพรัตน์ นาคจันทึก ผอ.กรซย. ศซส.สพ.ทบ. กล่าวว่า การจัดสร้างราชรถปืนใหญ่ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มี 3 องค์ คือ ราชรถปืนใหญ่องค์ต้นแบบ จัดส่งมาที่ สพ.ทบ. ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. ส่วนราชรถองค์จริงและองค์สำรอง เสร็จสมบูรณ์ในส่วนของโครงสร้าง ระบบขับเคลื่อนช่วงปลายเดือน เม.ย. สำหรับการจัดสร้างแบ่งเป็นสองส่วน คือราชรถปืนใหญ่ส่วนหน้า ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดตามการออกแบบของกรมศิลปากร ราชรถปืนใหญ่ส่วนหลัง มีโครงสร้างมาจากฐานปืนใหญ่แบบ 51 มาผ่านการตรวจสอบความแข็งแรงทางโครงสร้าง ก่อนจะจัดสร้างและบูรณะตามแบบที่กรมศิลปากรออกแบบไว้ นอกจากนี้ ในส่วนของล้อและดุมจัดทำขึ้นมาใหม่โดยยึดตามแบบดั้งเดิม ทั้งมีการออกแบบล้อที่ 3 หรือล้อรับน้ำหนัก เพื่อสร้างสมดุลเวลาจอดเทียบกับเกรินบันไดนาค ออกแบบสร้างโครงสร้างเหล็กรับฐานรองพระบรมโกศ หูหิ้ว และทดสอบแล้ว มีความแข็งแรงสามารถใช้ในพระราชพิธีได้

ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จะนำราชรถปืนใหญ่ 2 องค์นี้ ไปเก็บไว้ที่โรงราชรถพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เพื่อดำเนินการต่อในด้านศิลปกรรม ส่วนที่เป็นไม้ สำนักช่างสิบหมู่จะรับไปแกะสลัก ส่วนโครงรถที่เป็นเหล็กและถูกพ่นด้วยสีเขียว จะมีการประดับตกแต่งลาย ตามแผนที่วางไว้ คาดว่าราชรถปืนใหญ่จะแล้วเสร็จในเดือน ก.ย. เนื่องจากในเดือน ต.ค. จะต้องนำราชรถ องค์ต่างๆไปฝึกซ้อมยังสถานที่จริง และทำพิธีบวงสรวง ก่อนการชักลาก

ขณะที่ พ.ต.สิทธิศักดิ์ ศรีนวลดี หัวหน้าครูฝึกกำลังพล สพ.ทบ.ที่จะปฏิบัติหน้าที่ในการฉุดชักราชรถ ในริ้วขบวนพระอิสริยยศที่ 2 กล่าวว่า จากการประชุมล่าสุด กำหนดจำนวนกำลังพลฉุดชักราชรถดังนี้ พระมหาพิชัยราชรถ หมายเลข 9780 จำนวน 222 นาย ราชรถพระนำ 79 นาย กำลังพลสำรอง 30 นาย รวม 301 นาย เมื่อรวมกับกำลังพลในส่วน ของประจำเกรินบันไดนาค ช่าง จะมีทั้งสิ้น 506 นาย สำหรับการคัดกำลังพล ฝ่ายกองกำลังพล สพ.ทบ.คัดเลือกไปแล้ว 2 รอบ คาดว่าในวันที่ 8 พ.ค. จะประกาศรายชื่อ และเปิดฝึกซ้อมกำลังพลในวันที่ 11 พ.ค.อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เริ่มฝึกครูฝึกกำลังพลฉุดชักราชรถ จำนวน 20 นาย ซึ่งการฝึกผ่านไปด้วยดี ส่วนริ้วขบวนพระอิสริยยศที่ 3 กำลังพลฉุดชักราชรถทั้งหมดเป็นทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ จำนวน 30 นาย และมีช่างประจำราชรถอีก 10 นาย รวม 40 นาย สพ.ทบ. จะให้คำปรึกษาในเรื่องการฉุดชัก โดยเฉพาะการออกแบบท่าในการเดิน เนื่องจากในริ้วขบวนพระอิสริยยศที่ 3 ไม่มีการบรรเลงเพลง เป็นจังหวะเหมือนในริ้วขบวนที่ 2 ทาง สพ.ทบ.จะประชุมร่วมกับกรมศิลปากร และสำนักพระราชวัง เพื่อกำหนดท่าเดินที่เหมาะสม โดยยึดรูปแบบของพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 8

วันเดียวกัน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ รองเลขาธิการ คสช.เป็นประธานการประชุมสำนักงานเลขาธิการ คสช. โดยหัวหน้า คสช.และเลขาธิการคสช. มอบหมายให้ทุกส่วนงาน ของ คสช. เตรียมความพร้อมในการสนับสนุนการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 25-29 ต.ค.2560 อย่างเต็มขีดความสามารถ และเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

ส่วนที่ท้องสนามหลวงตลอดวัน เนื่องจากเป็นวันหยุดเนื่องในวันแรงงาน ทำให้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ท่ามกลางอากาศร้อนและการตรวจสัมภาระอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมถึงไม่อนุญาตให้นำอาหารเข้ามารับประทานภายในจุดพักคอย เพื่อความเป็นระเบียบและลดปริมาณขยะด้วย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้