วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อึ้ง! ข้อมูลจากมูลนิธิพิทักษ์สตรี พบขรก.บางราย จัดหาเด็กๆเพื่อเอาใจนาย

อึ้ง! ข้อมูลจากมูลนิธิพิทักษ์สตรี พบขรก.บางราย จัดหาเด็กๆเพื่อเอาใจนาย

  • Share:

(ภาพจากประชาสัมพันธ์กลุ่มองค์กรเด็กและสตรี)

องค์กรเด็กและสตรี แถลงไม่ยอมรับผลสอบผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ไม่มีเอี่ยวคดีค้าประเวณีเด็ก ขณะที่ มูลนิธิพิทักษ์สตรี พบข้อมูลข้าราชการบางรายจัดหาเด็กมารับรองนาย เช่น เลี้ยงต้อนรับ เลี้ยงส่งนาย ล่าสุด เตรียมตัวยื่นหนังสือเพื่อให้ปลัดยุติธรรมสอบสวนคดีที่แม่ฮ่องสอนใหม่ ในวันที่ 2 พ.ค.นี้ 

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดเวทีเสวนา “เด็กกับวัฒนธรรมเลี้ยงดูปูเสื่อสังคมไทยรับได้จริงหรือ?” โดยมีกลุ่มองค์กรด้านเด็กและสตรีสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย สภาเยาวชนกรุงเทพมหานคร นักวิชาการ นักสังคมสงเคราะห์กว่า 50 คน เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้

นางทิชา ณ นคร ผอ.ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชาย บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า กรณีขบวนการล่อลวงและบังคับให้เด็กผู้หญิงค้าประเวณีที่ จ.แม่ฮ่องสอน ที่มีข้าราชการตำรวจ ผู้ว่าราชการจังหวัด พัวพัน ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีนี้ ระบุว่าผู้ว่าฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่พบการกระทำผิดนั้น

อย่างไรก็ตาม กลุ่มองค์กรด้านเด็กและสตรี ขอแถลงคัดค้านและไม่ยอมรับกับการสอบสวนตรวจสอบดังกล่าว เนื่องจากมองว่าไม่มีความเป็นกลาง และเป็นสิ่งที่สังคมต้องไม่ยอมรับ เพราะการค้าประเวณีถือเป็นการเอารัดเอาเปรียบแสวงหาประโยชน์ ล่วงละเมิด และกระทำความรุนแรง ผิดทั้งกฎหมายและหลักจริยธรรมต้องหาคนผิดมาลงโทษ และต้องมีกระบวนการคุ้มครองและเยียวยาเด็ก เยาวชน และครอบครัว ซึ่งเป็นผู้เสียหายให้ปลอดภัยและได้รับความเป็นธรรม

นอกจากนี้ เป็นเรื่องที่เศร้าใจมากที่ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยตำแหน่งเป็นรองประธานคณะกรรมการคุ้มครองเด็กระดับจังหวัด ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กแห่งชาติ แต่กลับมีเรื่องเหล่านี้ จึงเรียกร้องให้เร่งรัดคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งผู้จัดหาและผู้ซื้อประเวณี โดยต้องไม่ละเว้น หรือทอดเวลาการดำเนินคดีอาญาต่อข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงกระบวนการตรวจสอบไม่ควรทำเฉพาะภายในหน่วยงานด้วยกันเอง

อย่างไรก็ตาม ควรตั้งบุคคลภายนอกหรือตัวแทนองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านการคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรี เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย ขณะเดียวกันระหว่างการสอบสวน กระทรวงมหาดไทย ควรย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาออกจากการปฏิบัติราชการในพื้นที่ เพื่อลดโอกาสใช้อำนาจหรืออิทธิพลจากตำแหน่งหน้าที่เข้าไปแทรกแซงหรือขัดขวางกระบวนการทางอาญา ทั้งสร้างความมั่นใจว่าพยานผู้เสียหายจะไม่ถูกกดดันหรือคุกคาม

ทั้งนี้ ในวันที่ 2 พ.ค.นี้ กลุ่มองค์กรด้านเด็กและสตรี จะไปยื่นหนังสือถึง นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรมเพื่อคัดค้านและไม่ยอมรับผลสอบทั้งขอให้มีการสอบสวนใหม่

นางสาวชลีรัตน์ แสงสุวรรณ ผู้ประสานงานมูลนิธิพิทักษ์สตรี กล่าวว่า จากข้อมูลมักพบว่า ข้าราชการในพื้นที่จะจ่ายส่วยในรูปแบบหาเด็กเพื่อมารับรองนายใหญ่เลี้ยงต้อนรับเลี้ยงส่งนาย เช่น ข้าราชการระดับสูงเกือบทุกกระทรวง ผู้อำนวยการส่วนต่างๆ นักธุรกิจ ทั้งไทยและต่างชาติ เด็กผู้หญิงหลายรายต้องตกเป็นเครื่องมือทางเพศส่วนใหญ่ มาจากภาคเหนือ อีสาน และชนเผ่าอายุระหว่าง 17-18 ปี จึงอยากให้กรณีที่แม่ฮ่องสอนเป็นบทเรียน สร้างการเปลี่ยนแปลง และฝากว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดูแลระเบียบวินัยข้าราชการอย่างเข้มงวดจริงจัง มีภาคประชาชนร่วมตรวจสอบ

นางสาวอภัสรินทร์ ขณะรัตน์ นักวิชาการอิสระด้านเด็กเยาวชนและครอบครัว กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลในกลุ่มเด็กขายบริการกว่า 4-5 ปี พบว่า การค้าประเวณีจะพบในจังหวัดใหญ่ๆ ตามสถานบันเทิง มีรูปแบบที่เปลี่ยนไปมีทั้งคนในวงการข้าราชการ เอกชน คนมีสีเข้ามาเกี่ยวข้อง มีเครือข่ายที่ทำงานเป็นทีมแฝงไปกับอาชีพอื่นๆ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย มีทั้งแบบประจำและครั้งคราว

ส่วนเพศ พบว่ามีทั้งชายและหญิง อายุน้อยสุดคือ 12 ปี และนับวันอายุยิ่งลดน้อยลงเรื่อยๆ อีกทั้งมีการนำสารเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง ลักษณะที่พบคือการล่อลวง ชักชวน ตีสนิท ให้มาทำงานโดยใช้วัตถุนิยมหลอกล่อกรณีที่เป็นแฟนกัน ตกเย็นผู้หญิงจะไปขายบริการ ให้ผู้ชายไปส่งและรออยู่หน้าห้อง สังคมต้องโฟกัสที่การซื้อบริการ ไม่ใช่ไปมองที่คนขายเพียงฝ่ายเดียว เพราะมีวัฒนธรรมการเลี้ยงดูปูเสื่อ ยังเป็นปัญหาที่ซ่อนไว้ใต้พรม

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้