วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'เรืองไกร' ร้อง กกต.สอย 9 รมต.อ้างมีคุณสมบัติต้องห้าม

'เรืองไกร' ร้อง กกต.สอย 9 รมต.อ้างมีคุณสมบัติต้องห้าม

  • Share:

"เรืองไกร" ร้อง กกต.สอบ 9 รมต.พบคุณสมบัติต้องห้าม ตาม รธน.ปมถือหุ้นสัมปทาน-หุ้นสื่อ-เป็นลูกจ้าง

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 60 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึงประธาน กกต. ผ่าน นายพลวัฒน์ พิรติชัยธนกุล ผู้อำนวยการสำนักเลขานุการ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบรัฐมนตรี 9 ราย ว่ามีการกระทำเข้าข่ายเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามหมวด 9 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ และเข้าข่ายขาดคุณสมบัติ ต้องพ้นจากตำแหน่งตามความในมาตรา 264 วรรคสอง ประกอบมาตราอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่

โดย นายเรืองไกร กล่าวว่า จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินที่รัฐมนตรียื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้นพบว่ามีรัฐมนตรีอาจเข้าข่ายขาดคุณสมบัติ 9 ราย เป็นการกระทำต้องห้ามตามมาตรา 186 หรือ มาตรา 187 ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170(5) และมีผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีตามมาตรา 264 วรรคสอง ประกอบด้วย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ, นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง, ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมช.ศึกษาธิการ, นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน, นายอุตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเคยมีแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 12-14/2553 แล้ว และ กกต.ก็เคยมีมติเห็นว่ารัฐมนตรีจะถือครองหุ้นจนถึงวันที่เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีไม่ได้ 

นอกจากนั้น ยังมีกรณีอื่น คือ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา มีหุ้นของบริษัทที่ประกอบธุรกิจสื่อดิจิทัลและสื่ออื่น หากนางกอบกาญจน์ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นดังกล่าว อาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) และมีผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีตามมาตรา 264 วรรคสอง รวมทั้ง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่มีตำแหน่งในหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานเอกชนอื่นอยู่ ทั้งตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร กรรมการสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ จึงอาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญในมาตรา 187 ในส่วนความว่า “รัฐมนตรีต้องไม่เป็นลูกจ้างของบุคคลใด” จึงขอให้ กกต.ตรวจสอบว่านายวิษณุเข้าข่ายต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีตามมาตรา 264 ประกอบมาตรา 170(5) หรือไม่

"หลังจากรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ หากรัฐมนตรีหุ้นสัมปทานอยู่ แม้จะแค่ 1 หุ้น ก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง จึงต้องให้ กกต.ตรวจสอบว่ารัฐมนตรีทั้งหมดยังมีการถือครองหุ้นอยู่จนวันที่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้หรือไม่ หากรัฐมนตรีรู้ตัวว่ามีการถือหุ้นสัมปทานอยู่ก็ควรจะลาออก เพราะเรื่องนี้มีเพียงโทษการให้พ้นจากตำแหน่ง ไม่มีโทษทางอาญา การลาออกจากตำแหน่งก็จะถือว่าเรื่องดังกล่าวสิ้นสุด ซึ่งเรื่องนี้น่าแปลกใจว่าคนที่ไม่ควรจะตกใจกับเรื่องนี้อย่าง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กลับมีอาการตกใจ ขณะที่คนควรจะตกใจอย่างรัฐมนตรี กลับไม่ตกใจอะไร" นายเรืองไกร กล่าว

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า เรื่องดังกล่าว กกต.จะต้องดำเนินการตามมาตรา 170 โดยส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และก่อนหน้านี้ กกต.ก็เคยมีการดำเนินการในเรื่องลักษณะนี้มาแล้วหลายกรณีจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และคงจะใช้เวลาไม่นาน แต่ที่ตนห่วงคือเรื่องคุณสมบัติของ กกต.จะทำให้ กกต.ต้องพ้นจากตำแหน่งก่อนหรือไม่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้