วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รีวิวทดสอบสปอร์ตซาลูนจอมหรู MERCEDES BENZ CLS250d AMG PREMIUM

รีวิวทดสอบสปอร์ตซาลูนจอมหรู MERCEDES BENZ CLS250d AMG PREMIUM

  • Share:

สิ่งที่หายไปของ Mercedes Benz CLS 250d รุ่นใหม่เมื่อเทียบกับ CLS รุ่นเก่าก็คือรูปทรงแบบกล้วยหอมที่โค้งมนและไฟหน้าแบบใหม่รวมถึงไฟท้ายที่ลงตัวกว่าเดิม มันคือซาลูนหรูแบบ Coupe ที่มีบานประตู 4 บานคล้ายกับ E-Class แต่มีเรือนร่างที่แบนและโค้งมนมากกว่า นี่คือรถบ้านในคราบรถสปอร์ตที่มีการออกแบบรูปลักษณ์ให้แตกต่างไปจากรถตราดาวรุ่น E-Class เสาหน้ามีองศาของความลาดเอียงแนวรถสปอร์ตทำให้ CLS 250d เตี้ยแค่ 1,418 มิลลิเมตร ขนาดของความยาวล่อกันเกือบ 5 เมตรบนตัวเลขความยาวตัวถังที่ 4,937 มิลลิเมตร ยาวเหยียดเบียด S-Class กันเลยทีเดียว สำหรับฐานล้อวัดจากดุมหน้าไปหลังยาว 2,874 มิลลิเมตร ความกว้างล้อคู่หน้า 1,596 มิลลิเมตร หลัง 1,626 มิลลิเมตร ลำตัวกว้าง 1,881 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรวม 1,820 กิโลกรัม ตัวหนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน 

กระจังหน้าแบบใหม่ใน CLS 250d AMG Premium เป็นแบบ Diamond grille ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED เป็นระบบไฟส่องสว่างแบบใหม่ของ Mercedes Benz ไฟหน้าจะคำนวณระดับความสูงหรือต่ำแบบอัตโนมัติ ไม่ต้องคอยยกไฟสูงหรือกดลงไฟต่ำ เมื่อมีรถขับสวนมาไฟหน้าแบบใหม่ของ CLS 250d จะทำการลดไฟสูงลง รวมถึงปรับช่องแสงไฟหน้าไม่ให้ไปรบกวนรถที่แล่นสวนมา ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ใช้สมองกล ECU ทำหน้าที่ควบคุมหลอดไฟแบบแอลอีดี 24 หลอด โดยจะปรับระดับความสว่างแยกเป็นอิสระจากกัน ระบบไฟนี้ใช้กล้องอินฟราเรดตรวจจับความเคลื่อนไหวและคำนวณระดับความสว่างอัตโนมัติ ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและการจราจร นับเป็นนวัตกรรมการส่องสว่างที่มีความปลอดภัยให้แสงสว่างไกลมากกว่าไฟแบบเดิมชนิดเทียบกันไม่ติด

ซันรูฟหลังคาแบบกระจก ล้อ AMG ขนาด 19 นิ้วลายก้านถี่ 14 ก้าน ยาง Pirelli P-ZERO คู่หน้าขนาด 255/35ZR19 คู่หลังขนาด 285/30ZR19 เบรกติดรถมาตรฐานใช้คาร์ลิปเปอร์เบรกหน้า 4 พอตของ Mercedes กล้องมองรอบตัว 360 รอบทิศทาง ชุดแต่ง AMG รอบคันจากโรงงาน ไฟท้ายหลอด LED ไฟเบรกดวงที่สามติดตั้งอยู่กับสปอยเลอร์หลังในตำแหน่งที่ต่ำกว่าปกติแต่เห็นได้อย่างชัดเจน เสาท้ายที่เทลาดทำให้พื้นผิวกระจกหน้าและหลังครอบคลุมผืนหลังคาเยอะมาก ซันรูฟไฟฟ้าจากโรงงานติดตั้งมาให้ใช้งานแต่ไม่ค่อยได้ใช้เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยที่มีแค่ฤดูร้อนมากกับฤดูร้อนมากที่สุด!! 

ห้องโดยสารของ Mercedes Benz CLS 250d มีการตกแต่งภายในด้วยวัสดุพวกหนังแท้ หนังสังเคราะห์ กับวัสดุพวกเปียโนแบล็คสีดำเงางามสะท้อนแสงแดดเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน CLS รุ่นดีเซล 250d เวอร์ชั่น Minor Change มีปรับเปลี่ยนหน้าตาทั้งภายนอกและภายใน เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมจากรุ่นเดิมแบบ minor change นั่นเอง พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ทรง 3 ก้านฐานตัดของ AMG ให้อารมณ์ สปอร์ตด้วยแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Paddle shift พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง ควบคุมจอภาพ MID รวมถึงการรับหรือวางสายโทรศัพท์แบบบลูทูธ ก้านไฟเลี้ยวอยู่ด้านซ้ายมือ คันเกียร์ใช้ก้านติดตั้งอยู่กับคอพวงมาลัยบริเวณขวามือของคนขับ ส่วนที่ปัดน้ำฝนจะอยู่ตรงปลายในก้านเดียวกันกับก้านไฟเลี้ยว เมื่อกะพริบไฟสูงก็แค่กดก้านไฟเลี้ยวเข้าหาตัว ก้านเล็กๆ ฝั่งซ้ายมือของคนขับติดตั้ง cruise control กับก้านปรับพวงมาลัยแบบไฟฟ้าสามารถปรับได้ 4 ทิศทาง ยืดออก หดเข้า ยกขึ้น ยกลง อยู่ฝั่งซ้ายมือใต้ก้านไฟเลี้ยว คันเกียร์แบบก้านของ Mercedes Benz เมื่อใช้งานจนคุ้นชินจะมีความสะดวกรวดเร็วมาก ตำแหน่งของการขับเคลื่อนหรือเกียร์ D ก็แค่กดก้านลงมา ส่วนตำแหน่งเกียร์ว่างหรือเกียร์ N ก็แค่ดันก้านเกียร์ให้อยู่ตรงกลาง สำหรับตำแหน่งของการจอดหรือเกียร์ P ก็กดสวิตช์สีเงินปลายก้านเกียร์ ส่วนเกียร์ถอยหรือเกียร์ R ก็แค่ดันก้านเกียร์ขึ้นบน เกียร์ทุกตำแหน่งจะมีการแสดงผลผ่านจอ MID เพื่อความสะดวกในการใช้งาน 

เบาะคู่หน้าปรับตั้งด้วยไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 3 ระดับ เบาะหนังแท้ตัดเย็บอย่างเนียนโดยเฉพาะตำแหน่งของเบาะคู่หลังนั้นมีการออกแบบให้แยกจากกันคล้ายรถสปอร์ตคูเป้ ช่องแอร์ด้านหลังช่วยทำให้พื้นที่เบาะหลังมีไอเย็นจากระบบปรับอากาศ ส่วนงานตกแต่งแผงประตูก็คล้ายกับ Mercedes Benz รุ่นอื่นๆ ใช้หนังสังเคราะห์กับงานพลาสติกมาประดับประดาเพิ่มความหรูหรามีระดับสำหรับนักขับที่มีเงิน การตัดเย็บคอนโซลเน้นความประณีตของงานหนังในระดับสูงสุด รถรุ่น CLS ใช้การเดินจักรเย็บทุกส่วนตั้งแต่หนังหุ้มคอนโซลด้านบน คอนโซลบริเวณซุ้มเกียร์ (แต่ไม่ยักกะมีคันเกียร์!) พนักเท้าแขน แผงประตู คอนโซลกั้นกลางด้านหลังระหว่างผู้โดยสารทั้งสองตำแหน่งซ้าย-ขวา รวมถึงบริเวณใต้คอพวงมาลัย ส่วนตำแหน่งลำโพงด้านหน้าหรือทวีตเตอร์อยู่ติดกับแผงประตูบริเวณที่ติดกับเสา A ลำโพงเสียงกลางอยู่ด้านล่างตรงแผงประตู ระบบ Multi Media จัดช่องเชื่อมต่อ USB 2 Port / Bluetooth Audio และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Blutooth ซึ่งเมื่อลองเชื่อมต่อดูก็พบว่ามีเสียงที่คมชัดมาก

ระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารใช้ชุดควบคุมอุณหภูมิในรถแบบดิจิตอลแยกโซน ปุ่มควบคุมระบบแอร์ภายในรถแบบแยกฝั่งสามารถปรับตั้งอุณหภูมิได้หลากหลายตามความต้องการ โดยปรับแยกอิสระทั้งซ้ายและขวาทั้งแรงลมและระดับของความเย็น การตกแต่งห้องโดยสารทำได้ดี มีความเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน แต่ค่ายตราดาวก็กำลังปรับลดจำนวนของปุ่มสั่งงานให้น้อยลงเพื่อความง่ายในการใช้งานหรือเข้าออกจากเมนู

นอกจากการตกแต่งที่เกินหน้าเกินตารถคู่แข่งแล้ว การจัดวางในส่วนของตำแหน่งขับขี่ก็ยังทำได้ดีมาก พวงมาลัยกระชับให้ความรู้สึกมั่นใจ เบาะแบบสปอร์ตนั่งสบายไม่แพ้เบาะของ New E-Class เบาะไฟฟ้าปรับตั้งได้อย่างรวดเร็วจากมอเตอร์ไฟฟ้าของเบาะที่ตอบสนองต่อการกดสวิตช์เพื่อเลื่อนหรือปรับลดความสูง มาตรวัดแบบอนาล็อกที่คลาสสิกแต่กำลังจะถูกเปลี่ยนแปลงของ CLS 250d นั้นอ่านค่าได้ง่าย จอภาพ MID Multi information display คอยแจ้งเตือนค่าและข้อมูลที่สำคัญในการขับเคลื่อน มีทั้งการคำนวณระดับเชื้อเพลิงในถังต่อระยะทางที่วิ่งถึง คำนวณอัตราสิ้นเปลือง แจ้งการทำงานของระบบเสียงและการเลือกเพลงหรือสถานีวิทยุ ทริปมิเตอร์ A/B ตำแหน่งเกียร์ อุณหภูมิภายนอก ฯลฯ 

Mercedes Benz CLS 250d AMG Premium ราคา 4,690,000 บาทนั้นใช้เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ วางตามยาวขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลัง เครื่องดีเซล 4 กระบอกสูบมีปริมาตรความจุ 2143 ซีซี ให้กำลัง 204 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดมากถึง 500 นิวตันเมตรที่ 1,600-1,800 รอบ/นาที แรงพอสมควรแถมยังประหยัดใช้ได้ ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 จังหวะ (7G-TRONIC PLUS) แบบ DIRECT SELECT พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering-wheel Gearshift Paddles) ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่เน้นความนิ่มนวล อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นใช้เวลาเพียงเเค่ 7.8 วินาที ความเร็วสูงสุดประมาณ 242 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 59 ลิตร ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เฉลี่ย 134-138 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร โหมดการขับเคลื่อนมีให้เลือก 3 แบบ เริ่มจากโหมดประหยัด หรือ ECO โหมดสปอร์ตหรือ S โหมดแมนวล หรือ M มีระบบเปลี่ยนเกียร์ที่แป้น Paddle shift หลังพวงมาลัย พลังขับเคลื่อนจากเทคโนโลยีใหม่ของ CLS-Class ในเจนเนอเรชั่นล่าสุดด้วยระบบเกียร์ 7G-TRONIC PLUS พร้อมกับช่วงล่างที่เเข็งเเกร่งเเละนุ่มนวลทุกการขับเคลื่อน ระบบกันสะเทือน DIRECT CONTROL sports เเละระบบ DIRECT STEER ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพและกันโคลง ด้วยด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ 

ระบบความปลอดภัยให้มาเต็มเหนี่ยว เช่น เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 5 ที่นั่ง เข็มขัดนิรภัยแบบผ่อนแรงและรั้งกลับอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชัน PRE-SAFE ถุงลมนิรภัยด้านหน้าและด้านข้างสำหรับคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า และม่านถุงลมนิรภัย สำหรับผู้โดยสารทั้ง 4 ตำแหน่ง ระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP (Electronic Stability Program) ระบบช่วยเบรก BAS (Brake Assist) ที่จะทำงานร่วมกับระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control) ระบบรักษาระดับความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC)

การใช้ชีวิตอยู่ใน Mercedes Benz CLS 250d AMG Premiun เป็นเวลา 7 วันนับเป็นเรื่องที่มีความน่าจดจำอยู่เหมือนกัน นี่คือซาลูนยอดนิยมของคนรวยในประเทศไทยที่ทำให้ผมต้องพยายามหาข้อแตกต่างระหว่างรถรุ่นนี้กับรถคู่แข่งเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้งานในชีวิตประจำวันซึ่งมีทั้งการขับในเมืองและการขับออกทางไกลยาวๆ ไปยังจังหวัดประจวบฯ สิ่งที่ขาดหายไปของ CLS รุ่นนี้ก็คือช่วงล่างแบบ Adaptive Suspension นอกนั้นถือว่าลงตัวสุดติ่งโดยเฉพาะแรงบิดจากเครื่องยนต์ การตอบสนองของระบบส่งกำลัง ชุดบังคับเลี้ยวที่แม่นยำกับช่วงล่างที่มีส่วนผสมของรถสปอร์ตกับรถบ้านที่ให้ทั้งการยึดเกาะกับความนิ่มนวลไปพร้อมๆ กัน

กำลัง 204 แรงม้าเหลือเฟือสำหรับการขับใช้งานปกติ แรงบิดที่มากถึง 500 นิวตันเมตรฉุดลากตัวถังหนักเกือบ 2 ตันให้วิ่งได้อย่างว่องไวตั้งแต่ตอนออกตัวไหลลื่นต่อเนื่องไปจนถึงย่านความเร็วเดินทาง เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเดี่ยวโดดๆ ส่งกำลังผ่านไปยังเกียร์อัตโนมัติแบบ 7 สปีด แรงบิด 500 นิวตันเมตรหลั่งไหลออกมาอย่างต่อเนื่องหากคันเร่งจนมิดมันจะพุ่งลิ่วๆ จนทำอัตราเร่งได้ 7.8 วินาทีในการทะยานจาก 0 ไปถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงท่ามกลางการควบคุมที่มั่นคงผ่านพวงมาลัยไฟฟ้า Mercedes Benz direct steering แถมยังมีอัตราสิ้นเปลืองแค่ 18 กิโลเมตรต่อลิตรทำให้เชื้อเพลิง 1 ถัง 60 ลิตรทำระยะทางได้ไกลเกือบๆ 1 พันกิโลเมตรสำหรับการวิ่งทางยาวแบบลากทั้งวัน 

การเก็บเสียงทำได้อย่างเกินหน้าเกินตา New E-Class เสียงลมและยางจะดังเบาๆ ที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อขยับเติมความเร็วไปที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เสียงที่ลอดเข้ามาให้ได้ยินทั้งลมและเสียงยางบดพื้นถนนก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากๆ ห้องโดยสารที่เงียบสงัดทำให้เกิดสมาธิยามขับขี่ รวมถึงเสียงเครื่องยนต์ดีเซลในรอบเดินเบาที่เงียบลงมาก แทบจะไม่ได้ยินเสียงการทำงานของวาล์วที่กำลังขยับอยู่ในรอบเดินเบา เมื่อเร่งความเร็ว เสียงเครื่องยนต์ดีเซลก็ยังมีความเร้าใจใช้ได้ ให้อารมณ์สปอร์ตมากกว่าเครื่องยนต์ดีเซลยุคเก่าแบบเทียบกันไม่ติด เสียงการทำงานที่เงียบลงของเครื่องยนต์ทำให้ต้องคอยมองมาตรวัดรอบอยู่ตลอดเวลาจากความเงียบงันของเครื่องยนต์ดีเซลยุคใหม่จากแบรนด์ตราดาว 

ช่วงล่างมีทั้งความแข็งและความยืดหยุ่นผสมผสานจนออกแนวหนึบแน่นตามสไตล์ของยนตรกรรมเยอรมนี มันเกาะถนนอย่างแนบแน่นและถ่ายเทน้ำหนักได้ดีในโค้งยาวๆ อาการยวบเกิดขึ้นบ้างเมื่อเจอกับถนนแย่ๆ แต่ไม่ได้มากจนบั่นทอนการยึดเกาะของช่วงล่าง ล้อขอบ 19 นิ้วกับยางเส้นเขื่องของ Pirelli รุ่น P-ZERO เป็นยางรถสปอร์ตสมรรถนะสูงราคาก็เลยสูงตามไปด้วยแบบช่วยไม่ได้ ยางอิตาเลี่ยนให้การยึดเกาะที่ดีมากในอุณหภูมิสูงๆ ส่งถ่ายอาการของพวงมาลัยในแบบที่คุณหรือใครก็จะต้องพึงพอใจเมื่อได้ลองขับ พวงมาลัยมีความคมและแม่นยำไม่ต่างไปจากพวงมาลัยของ BMW Series-5 f10 น้ำหนักของพวงมาลัยไฟฟ้าใน CLS ค่อนข้างคงที่และคงเส้นคงวาออกมาในแบบเบาสบายข้อมือเหมาะกับผู้บริหารสูงวัยที่ชอบขับรถเอง เมื่อขับเข้าโค้งเร็วๆ อาการส่ายแทบไม่ปรากฏออกมาให้สัมผัส จากน้ำหนักของรถที่บาลานซ์มาดีเอามากๆ ทำให้การเข้าโค้งเร็วๆ กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายเมื่อใช้ล้อและยางไซส์ใหญ่ยักษ์ขนาดนี้  

คุณสามารถเร่งความเร็วเพื่อแซงรถช้าได้ดั่งใจหากทะยานมาในเกณฑ์ปกติแล้วต้องการจะจัดหนักก็แค่กดโหมดไปที่ Sport คันเร่งจะตอบสนองว่องไวขึ้น เกียร์ 7 G Tronic Plus จะคาเกียร์ที่สามารถเรียกแรงบิดได้อย่างต่อเนื่องสำหรับการขับเร็วๆ ถึงแม้จะเป็นเกียร์ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ขับหลังแต่การตัดต่ออัตราทดถือว่าทำออกมาได้เนียนเอามากๆ การทำงานของเกียร์ในทุกโหมดขับเคลื่อนนั้นมีความราบเรียบใช้ได้ไม่มีอาการกระตุกกระชากแม้แต่น้อย บนเส้นทางที่คดเคี้ยวนั้น Mercedes ออกแบบแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ให้คนขับสามารถเลือกอัตราทดที่เหมาะสมกับเส้นทางด้วยตัวเองโดยมีความบันเทิงเล็กๆ น้อยๆ จากการทำงานของเกียร์ 7G-Tronic Plus ซึ่งจะเข้ามาช่วยลดรอบเครื่องยนต์ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงเมื่อขับบนไฮเวย์แล้วใช้ความเร็วคงที่ตามที่กฎหมายกำหนดก็จะมีทั้งความปลอดภัยและความประหยัดควบคู่กันไปในลักษณะของการใช้งานปกติ 

CLS250d AMG Premium เป็นรถที่สวยงามและมีประสิทธิภาพดีแต่ดันมีราคาแพงไปนิด ภายในห้องโดยสารหรูหรามีระดับทำให้โดนใจลูกค้าที่จงรักภักดีต่อแบรนด์ตราดาวไม่ว่าจะเป็นงานหนัง อะลูมิเนียมหรืออะไรก็ตามที่ประดับประดาอยู่ภายในส่งถ่ายความหรูออกมาจนเกินหน้าเกินตารถคู่แข่ง เครื่องยนต์ดีเซลทรงพลัง ไม่ได้แรงจนกระชากทุกเม็ดแต่ไหลขึ้นไปอย่างต่อเนื่องไม่รู้จักจบสิ้นจนความเร็วทะลุ 200 กิโลเมตรอย่างง่ายดายหากเผลอกดคันเร่งกันเพลินมีหวังโดนจับความเร็วอย่างแน่นอน ช่วงล่างนิ่งโคตรๆ แม้จะขับเร็วมันก็ยังนิ่ง อาการในโค้งคล้ายกับรถซาลูนขนาดกลางทั่วไป มีทั้งความมั่นคงและความแม่นยำในการเทมวลน้ำหนักเมื่อทะยานผ่านทางโค้ง

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการเป็นพาหนะคนมีเงิน Mercedes Benz ได้ทำการพัฒนา CLS รุ่นปรับโฉมจนมีความลงตัว มุมทางเรขาคณิตของระบบรองรับถูกปรับปรุงใหม่เพื่อช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น โช้คอัพหนืดขึ้นแต่ไม่ได้กระด้างจนทำให้รู้สึกเสียอารมณ์ เช่นเดียวกับความกว้างของช่วงล้อที่เพิ่มขึ้นจากการเลือกใช้ล้อและยางขนาดใหญ่กว่าเดิม (มาก) CLS 250d ยังมีการปรับตั้งค่าของพวงมาลัยใหม่โดยเน้นไปที่ความสะดวกสบายในมาดสปอร์ตมากกว่าจะออกมาหนักหน่วงแบบไม่มีเหตุผล!! เกียร์ 7 G ลูกใหม่อาจเป็นรองเกียร์ 9G ที่เพิ่งจะเข็นออกมาใน New E-Class ในด้านของอัตราทดมันอาจเป็นรองแต่ในด้านของการทำงานนั้นยอดเยี่ยมเอามากๆ โดยเฉพาะแง่มุมของพลวัตการขับเคลื่อน! เครื่องยนต์ไม่ได้แรงบ้าเลือดเหมือน CLS63 AMG แต่ก็แรงมากพอที่จะหอบตัวถังหนักๆ ให้ทะยานอย่างรวดเร็วเมื่อคันเร่งถูกจมลงจนมิดพรมปูพื้น

หม้อน้ำลูกใหญ่ อินเตอร์คูลเลอร์ของระบบอัดอากาศกับออยคูลเลอร์ของเกียร์ทำให้อุณหภูมิการทำงานของระบบต่างๆ ค่อนข้างคงที่แม้จะโดนอัดท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนปานนรกมันก็ยังรักษาอุณหภูมิการทำงานได้อย่างคงที่ การทรงตัวดีที่ย่านความเร็วสูงนั้น นอกจากล้อและยางไซส์โตแล้ว หลักแอร์โรไดนามิกของตัวรถยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอีกด้วยเนื่องจาก Mercedes Benz CLS250d มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศแค่ 0.26 เท่านั้น เป็นรถซาลูนขนาดกลางที่ทำให้เจ้าของรู้สึกภาคภูมิใจและทำให้พวก BMW กับ Audi ต้องหาทางแก้ลำจัดหนักกว่าที่เป็นอยู่เพื่อการเอาชนะคะคานรถรุ่นนี้ให้จงได้นั่นเอง.

MERCEDES BENZ CLS250d AMG PREMIUM
engine type .................................turbocharged diesel
engine manufacturer ....................Mercedes-Benz
engine code................................. 
cylinders Straight ........................4
capacity .....................................2.1 litre 2,143 cc (130.774 cu in)
bore × stroke .............................83.0 mm × 99.0 mm 3.27 × 3.9 in
bore/stroke ratio.......................... 0.84
valves........................................double overhead camshaft (DOHC) 4 valves per cylinder  16 valves in total
maximum power output ...............204 PS (201 bhp) (150 kW)
at 3800 rpm
specific output ............................93.8 bhp/litre 1.54 bhp/cu in
maximum torque ........................500 Nm (369 ft·lb) (51 kgm)
at 1600-1800 rpm
specific torque ............................233.32 Nm/litre 2.82 ft·lb/cu3

engine construction
sump .........................................wet sumped
compression ratio ........................16.2:1
fuel system................................. common rail direct diesel injection
bmep (brake mean effective pressure) 2,932 kPa (425.2 psi)
maximum rpm.............................? 
crankshaft bearings .....................?
engine coolant ............................Water
unitary capacity ..........................535.75 cc
aspiration ..................................Turbo D.
compressor ................................non
intercooler .................................Y
catalytic converter...................... Y

cceleration 0-100km/h ................7.5 s
 maximum speed .......................242 km/h (150 mph)
power-to-weight ratio .................112.28 PS/g 82.58 Kw/g 110.74 bhp/ton 0.05 bhp/lb
weight-to-power ratio .................12.11 kg/kW 20.23 lb/bhp

engine position.......................... front
engine layout ............................longitudinal
drive wheels ..............................rear wheel drive
torque split................................ N/A
steering ....................................rack & pinion EPAS Mercedes Benz direct steering
turns lock-to-lock .......................?
front suspension ........................
rear suspension ........................
wheel size front ........................AMG 19"
wheel size rear .........................AMG 19"
tyres front ...............................255/35 ZR 19 Pirelli P-ZERO
tyres rear.................................285/30 ZR 19 Pirelli P-ZERO brakes f/r ................................VeDi/Di-S-ABS
front brake diameter .................380 mm
rear brake diameter...................360 mm 
gearbox................................... 7 speed automatic 7G-Tronic
top gear ratio ...........................0.6
final drive ratio.......................... 2.47

body type ................................4/5 seater sedan/saloon
number of doors .......................4
wheelbase ...............................2,874 mm
track/tread (front) ....................1,596 mm 
track/tread (rear) .....................1,626 mm
length .....................................4,937 mm
width ......................................1,881 mm
height .....................................1,418 mm
ground clearance...................... ?
length:wheelbase ratio ..............1.72
kerb weight ..............................1,820 kg 
fuel tank capacity...................... 59 litres 13 UK Gal 15.6 US Gal
aerodynamics
drag coefficient .........................0.26

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้