วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คงสถานะเดิม 10 ปีซ้อน! มหามิตรมองไทยยังมีปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์

คงสถานะเดิม 10 ปีซ้อน! มหามิตรมองไทยยังมีปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์

  • Share:

“พาณิชย์” เผยสหรัฐฯคงสถานะไทยเป็นประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 เหตุยังกังวลการละเมิดลิขสิทธิ์อยู่มาก ทั้งตลาดทั่วไปและออนไลน์ รวมถึงอนุมัติสิทธิบัตรล่าช้า แต่ยาหอมแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ มีโอกาสทบทวนสถานะให้ดีขึ้นในปีนี้ วงในเชื่อเหตุยังคงสถานะ เพราะสหรัฐฯหวังเล่นงานไทย หลังได้ดุลเกือบ 2 หมื่นล้านเหรียญฯในปี 59

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 เม.ย.60 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ประกาศผลการจัดสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้า ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ ประจำปี 2559 โดยสหรัฐฯยังคงจัดให้ไทยเป็นประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ (Priority Watch List PWL) ต่อไป หลังจากที่อยู่บัญชี PWL มาตั้งแต่ปี 50 อย่างไรก็ดี USTR ระบุในรายงานด้วยว่าพร้อมที่จะทบทวนสถานะของไทยให้ดีขึ้นในปีนี้ หากไทยมีความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯ

“แม้ไทยจะคงอยู่ในสถานะเดิม แต่เมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นว่า มีความแตกต่างจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยรายงานปีนี้ สหรัฐฯตระหนักถึงเจตจำนงที่แน่วแน่ในระดับนโยบายของไทย โดยเฉพาะกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวต่อสาธารณชนถึงความสำคัญของการคุ้มครอง และป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบ่อยครั้ง ตลอดจนมีการกำหนดโรดแม็ปทรัพย์สินทางปัญญาระยะ 20 ปี ที่รวมถึงเรื่องการปราบปรามการละเมิด การบูรณาการระหว่างหน่วยงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมุ่งเน้น เป้าหมายการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดมากขึ้น”

ส่วนข้อกังวลที่สหรัฐฯ เช่น ปัญหาการละเมิดทั้งในท้องตลาดและการละเมิดออนไลน์ และปัญหางานค้างการจดทะเบียนสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้า โดยเห็นว่า ไทยได้ดำเนินการในทิศทางที่เหมาะสมแล้ว โดยเฉพาะการเพิ่มจำนวนผู้ตรวจสอบของกรมทรัพย์สินทางปัญญา แต่เนื่องจากสหรัฐฯนั้นมีข้อกังวลในหลายเรื่อง ซึ่งไทยต้องนำมาพิจารณา เพราะบางเรื่องต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมกับสหรัฐฯ เช่น กฎหมายลิขสิทธิ์ประเด็นการคุ้มครองมาตรการทางเทคโนโลยี การคุ้มครองข้อมูลการบริหารสิทธิ และการป้องกันการแอบถ่ายภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์นั้น สหรัฐฯมองว่าการบังคับใช้กฎหมายของไทยไม่มีประสิทธิภาพ ไม่จริงจัง ทำให้ยังมีการละเมิดอยู่มาก ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาเคยเปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว แต่ไม่มีเจ้าของลิขสิทธิ์รายใด เสนอข้อมูลว่ามีปัญหาอุปสรรคแต่อย่างใด

นอกจากนี้ สหรัฐฯยังมีความกังวลกรณีร่างกฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลการติดต่อสื่อสารของภาคเอกชน กรณีการให้ความคุ้มครองข้อมูลผลการทดสอบยาและเคมีภัณฑ์เกษตร ที่สหรัฐฯ และกรณีกำหนดมาตรการด้านสาธารณสุขที่สหรัฐฯ เน้นย้ำว่าควรมีกระบวนการที่โปร่งใสและเปิดโอกาสให้เจ้าของลิขสิทธิ์มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ในการนี้กระทรวงพาณิชย์จะรายงานผลการจัดสถานะต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อทราบด้วย อย่างไรก็ตาม ไทยจะยังคงเดินหน้าปราบปรามการละเมิดอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงเพื่อให้หลุดจากบัญชี PWL อย่างเดียว แต่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติเห็นว่าไทยมีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์คาดว่าปีนี้ไทยน่าจะถูกเลื่อนสถานะให้ดีขึ้นมาอยู่บัญชีประเทศที่ถูกจับตามอง (Watch List : WL) เพราะที่ผ่านมาไทยได้แก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างต่อเนื่องและจริงจัง มีการแก้ไขกฎหมายให้ครอบคลุมการละเมิดบนอินเตอร์เน็ต และลักลอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ มีการจับกุมผู้ค้ารายใหญ่มากขึ้น จนทำให้แผงค้าสินค้าละเมิดในตลาดสำคัญที่สหรัฐฯกังวล เช่น ตลาดโรงเกลือ ห้างมาบุญครอง ลดลงมากกว่า 80%ส่งผลให้เจ้าของสิทธิ์อย่างสหรัฐฯพอใจการดำเนินงานของไทย และเสนอให้ USTR จัดไทยอยู่ในบัญชี WL ในปีนี้ แต่ในที่สุดสหรัฐฯยังให้ไทยอยู่บัญชี PWL ซึ่งอาจเป็นเพราะสหรัฐฯขาดดุลการค้าไทยกว่า 18,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯในปีที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างให้ไทยตอบคำถามเกี่ยวกับนโยบายการค้าของไทยต่อสหรัฐฯ เพราะเกรงว่าสาเหตุที่ไทยได้ดุลการค้า มาจากนโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรม และเลือกปฏิบัติ จนทำให้สหรัฐฯเสียเปรียบ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้