วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หยุดตีทะเบียนสื่อ หยุดครอบงำประชาชน!

หยุดตีทะเบียนสื่อ หยุดครอบงำประชาชน!

โดย ซูม
1 พ.ค. 2560 05:01 น.
  • Share:

มีข่าวว่าวันนี้ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนจะเข้าสู่การพิจารณาของสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)

ท่ามกลางเสียงคัดค้านของสื่อมวลชนและนักวิชาการอย่างกว้างขวาง โดยระบุว่าเป็นกฎหมายที่มีเจตนารมณ์ในการที่จะควบคุมสื่อ

ผมขอร่วมคัดค้านด้วยอีกคนครับ โดยเฉพาะในประเด็นที่ระบุว่าใครจะมาประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนจะต้องมีใบอนุญาตเสียก่อน

ถ้าไม่มีใบอนุญาตจะมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท ค่อนข้างแรงพอสมควรทีเดียว

ไปขออนุญาตกับใคร? ใครจะเป็นผู้อนุญาตออกทะเบียน หรือจดทะเบียนแก่ผู้จะมาทำหน้าที่สื่อมวลชน ตามที่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีความประสงค์?

คำตอบตามที่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ระบุไว้ก็คือ “สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ” นั่นเอง...เป็นสภาที่ประกอบขึ้นด้วยกรรมการ 15 คน มีผู้แทน สภาวิชาชีพ 7 คน ผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ
คณะกรรมการอื่นอีก 4 คน

ที่สำคัญก็คือจะมีตัวแทนของภาครัฐมาร่วมด้วย 2 คน ได้แก่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงวัฒนธรรม

นี่คือจุดหนึ่งที่สื่อมวลชนรู้สึกไม่สบายใจ เพราะแม้จะดูเหมือนว่ามีตัวแทนของรัฐเพียง 2 เสียง แต่ก็เป็นเสียงใหญ่ ซึ่งอาจจะกลายเป็นเสียงที่มีอิทธิพลเหนือคณะกรรมการขึ้นมาได้

ในที่สุดก็จะกลายเป็นว่า ภาครัฐส่งคนมาควบคุมตรวจสอบว่าจะอนุมัติ หรือไม่อนุมัติใบประกอบวิชาชีพให้แก่สื่อมวลชน

เป็นประเด็นที่ท่านนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯท่านพูดอยู่เสมอว่า ถ้าเป็นแบบนี้ นักข่าว นักเขียน หรือนักวิชาชีพสื่อมวลชนที่ไหนจะกล้าแสดงความคิดเห็นที่เป็นปฏิปักษ์กับภาครัฐ หรือรัฐบาลได้

จึงได้เกิดการรวมพลังคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างแข็งขันจาก สื่อมวลชนทุกๆแขนงในประเทศไทย

ก่อนอื่นคงต้องเรียนให้พี่น้องประชาชนได้ทราบเสียก่อนว่า การต่อสู้ทั้งหมดนี้ สื่อมวลชนมิได้ต่อสู้เพื่อตัวเองแต่อย่างใด หรือเห็นว่าตัวเองวิเศษวิโสกว่าอาชีพอื่นๆในประเทศนี้

ที่เราต้องต่อสู้ในครั้งนี้ เป็นการต่อสู้เพื่อสิทธิขั้นพื้นฐานของการเป็นมนุษย์ อันได้แก่ สิทธิเสรีภาพในการพูด การเขียน การแสดงความคิดเห็น การบอกกล่าวเรื่องราว และสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน

เป็นสิทธิที่ติดตัวมนุษย์ทุกคนมาตั้งแต่กำเนิด และจะคงอยู่ตลอดไปจนกว่าชีวิตของคนผู้นั้นจะหาไม่

เป็นสิทธิที่รัฐธรรมนูญของประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยจะต้องกำหนดไว้อย่างแจ้งชัด

สื่อมวลชนต่างๆนั้นเปรียบเหมือนช่องทางในการที่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของสิทธิเสรีภาพจะใช้ในการแสดงความคิดเห็นผ่านออกสู่สาธารณชน

สื่อมวลชนจึงเป็นอาชีพที่มนุษย์ทุกคนสามารถจะเข้ามาทำได้ตราบเท่าที่ยังอยู่ในกรอบกติกาของกฎหมายอื่นๆ หรือกติกาสังคม หรือจารีตประเพณีอันดีงามต่างๆของสังคม

หากมีใครมาบังคับให้ผู้ทำหน้าที่สื่อต้องตีตรา ต้องจดทะเบียนเหมือนอาชีพอื่นๆ หรือมาตีตราตีกรอบอย่างโน้นอย่างนี้ก็จะเท่ากับเป็นการปิดกั้นประชาชน มิให้มีโอกาสใช้สิทธิและเสรีภาพผ่านช่องทางที่เรียกว่า “สื่อ” ไปเสียส่วนหนึ่ง

ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของมนุษยชาติ เคยมีรัฐบาลอังกฤษโบราณควบคุมสื่ออย่างเข้มงวดมาก่อน

มีหลักฐานว่ากฎหมายเก่าของอังกฤษเมื่อปี 1662 หรือ 355 ปีก่อนโน้น กำหนดไว้ว่า การตีพิมพ์ใดๆจะทำมิได้ หากมิได้รับอนุญาตจากรัฐบาล

อังกฤษใช้กฎหมายฉบับนี้อยู่นานพอสมควร แต่ในที่สุดก็ยกเลิกและให้สิทธิอย่างเต็มที่แก่สื่อ (ภายใต้ขอบข่ายของกฎหมายอื่น)

เราพูดกันนักหนาว่า เรากำลังปฏิรูปประเทศและกำลังจะเดินไปสู่จุดโน้นจุดนี้ ดังเช่นในทางเศรษฐกิจ เราก็ฝันว่าจะเป็นไทยแลนด์ 4.0 ที่เต็มไปด้วยความทันสมัยและนวัตกรรม

แต่ในด้านการปฏิรูปสื่อแทนที่จะเดินไปข้างหน้า กลับกลายเป็นเดินถอยไปข้างหลังเสียฉิบ และก็มิใช่ถอยไปแค่ 40–50 ปีเท่านั้น นี่ถอยกลับไป 355 ปี เท่าอังกฤษยุคโบราณโน่นเลย ไม่อายเขาแย่หรือครับ ท่านประธานทินพันธ์ ถ้าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่าน สปท.ออกมา.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้