วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ช่วยตอบที

ช่วยตอบที

  • Share:

นโยบายย่อมเปลี่ยน ได้ตามความจำเป็น

ต้นเดือนมีนาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศข่าว ใหญ่จะยกเลิกรถเมล์บีอาร์ที สายช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ ระยะทาง 15 กม.

เนื่องจากประเมินว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการรถเมล์บีอาร์ทีมากกว่าวันละ 3 หมื่นคน แต่ภายหลังพบว่ามีผู้โดยสารเฉลี่ยเพียง 2.1 หมื่นคนต่อวันเท่านั้นเอง

ทำให้ กทม.ต้องแบกภาระขาด ทุนบักโกรกปีละ 200 ล้านบาทมา นานถึง 7 ปี

ฉะนั้น เพื่อไม่ให้ กทม.ต้องขาดทุนริดสีดวงบานเป็นกลีบมะไฟ จึงจำเป็นต้องยกเลิกรถเมล์บีอาร์ที ตั้งแต่สิ้นเดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป

(พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ)

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า การประกาศจะยกเลิกบริการรถเมล์บีอาร์ที ทำให้ผู้บริหาร กทม. โดนชาวบ้านรุมด่าจนหูบาน

เพราะถ้า กทม.เลิกรถบีอาร์ที ผู้โดยสาร 2 หมื่นคนก็ต้องเปลี่ยนไปใช้บริการรถเมล์ ขสมก. หรือต้องนั่งรถแท็กซี่ หรือต้องซ้อนมอเตอร์ไซค์ ซึ่งไม่สะดวกสบายเหมือนรถเมล์บีอาร์ทีที่วิ่งในเลนพิเศษของตัวเอง

อนึ่ง ถ้า กทม.ประสบปัญหาขาดทุน ผู้ใช้บริการรถเมล์บีอาร์ทีก็ยินดีจ่ายค่าโดยสารเพิ่มจาก 10 บาท เป็น 20 บาท โดยไม่เกี่ยงงอน

ข้อสำคัญรัฐบาล คสช.ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง ผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบัน ไม่ต้องการ ให้ กทม.ยกเลิกรถเมล์บีอาร์ทีทุกกรณี

ทำให้ พล.ต.อ.อัศวิน ผู้ว่าฯกทม.ต้องกลับลำเปลี่ยนใจไม่ยกเลิกรถเมล์บีอาร์ทีด้วยประการฉะนี้แล

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการที่ กทม.ยอมต่อวีซ่ารถเมล์บีอาร์ที ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาในเดือนนี้ออกไปอีก 6 ปี

ถือเป็นการตัดสินใจที่ฝ่ายประชาชน ฝ่าย กทม. และฝ่ายเอกชนผู้รับช่วงเดินรถเมล์บีอาร์ทีได้ประโยชน์ร่วมกัน

ฝ่ายประชาชน ยังสามารถใช้บริการ รถเมล์บีอาร์ทีได้เหมือนเดิมเพียงแต่ต้องจ่ายค่าโดยสารเพิ่มอีก 50 เปอร์เซ็นต์

ฝ่าย กทม. ก็ไม่ต้องแบกภาระขาด ทุนบานทะโร่ ปีละ 200 ล้านบาทอย่าง ที่ผ่านมา

และฝ่ายเอกชน คือบริษัทบีทีเอส ซึ่งรับจ้างเดินรถให้ กทม. ก็สามารถใช้รถเมล์บีอาร์ทีเป็น “ฟีดเดอร์” รับผู้โดยสารไปส่งขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส (ของตัวเอง) ได้เป็นกอบเป็นกำ

เรียกว่าสมประโยชน์ทั้งสามฝ่ายสบายแฮ

“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่าปัญหา รถเมล์บีอาร์ทีกำลังจะลงเอยด้วยดีแฮปปี้วันเดอร์ฟูล

ถ้า ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ไม่สวมวิญญาณนกกะปูด ออกมาปูดข้อมูลที่ส่อว่ามีปัญหาไม่ชอบมาพากล??

ดร.สามารถแฉเบื้องหลังการถ่ายทำว่า ช่วงต้นปี 2553 กทม.ได้ว่าจ้างบริษัทกรุงเทพธนาคม (ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ กทม.) เป็นผู้รับผิดชอบจัดการเดินรถบีอาร์ทีเวลา 7 ปี

โดยใช้งบ กทม. 1,553 ล้านบาท เป็นค่าบริการจัดการ

สัญญานี้ได้รวมค่าจัดซื้อรถเมล์บีอาร์ที 25 คัน เป็นเงิน 249 ล้านบาท ไว้ครบครัน

แต่ บริษัทกรุงเทพธนาคมได้ไปทำสัญญาจ้างบริษัทบีทีเอสเป็นผู้รับช่วงเดินรถแทน

ปรากฏภายหลังว่ารถเมล์บีอาร์ที 25 คัน ซึ่งใช้เงิน กทม.จัดซื้อมาแทนที่จะเป็นทรัพย์สินของ กทม.กลับกลายเป็นทรัพย์สินของบริษัทบีทีเอส ซึ่งเป็นของเอกชน

ดร.สามารถ อดีต ส.ส.ปชป. ตั้งคำถาม ตัวโตๆว่า เรื่องนี้จริง? หรือไม่จริง?

ถ้าจริง...มันเป็นไปได้อย่างไร??

ใครกันแน่เป็นเจ้าของรถเมล์บีอาร์ทีทั้ง 25 คัน??

ถ้าผู้ว่าฯกทม.ตอบไม่ได้ จะให้ ผู้ว่าการ สตง.ช่วยหาคำตอบเอง.

“แม่ลูกจันทร์”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้