วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เผด็จการปิดปากสื่อ ปิดหูปิดตาประชาชน

เผด็จการปิดปากสื่อ ปิดหูปิดตาประชาชน

โดย ลมกรด
1 พ.ค. 2560 05:01 น.
  • Share:

วันนี้เป็น วันแรงงานแห่งชาติ องค์กรผู้ใช้แรงงาน 2 สายจะแยกกันไปยื่นข้อเรียกร้องถึงนายกรัฐมนตรี ส่วนใหญ่เป็นข้อเรียกร้องเดิมที่เคยยื่นไปแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง เช่น ขอให้มีรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าที่มีคุณภาพ กำหนดค่าจ้างอย่างเป็นธรรม ยกเลิกแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ปฏิรูประบบประกันสังคม ฯลฯ ก็ขอเอาใจช่วยให้ผู้ใช้แรงงานทั้งประเทศมีสวัสดิการและหลักประกันในชีวิตที่ดีขึ้น

สื่อมวลชนจัดเป็นผู้ใช้แรงงานเหมือนกัน วันแรงงานปีนี้ผมก็ขอเรียกร้องหลักประกันในอาชีพของผมบ้าง เพราะ พวกเผด็จการบ้าอำนาจกำลังลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ด้วยการออก ร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ซึ่งที่ประชุมสภาปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีวาระพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวในวันนี้

ร่างกฎหมายชื่อโก้เก๋ดูดี แต่เป้าหมายอยู่ที่การ ตีตรวนกดหัวสื่อ โดยตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมาเรียกว่า “สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ” มีอำนาจในการ พิจารณาให้ใบอนุญาต และ เพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกคน

ถ้า นักข่าว ไม่ขึ้นทะเบียน หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้วออกไปทำข่าว จะมีความผิดอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท รวมถึง สำนักข่าว ที่รับนักข่าวที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงานก็จะมีความผิด มีโทษจำคุกและปรับเช่นกัน

ต่อไปหากรัฐบาลไม่ชอบนักข่าวคนไหน หรือสำนักข่าวแห่งไหน ก็เพิกถอนใบอนุญาตได้ทันที หรือจะไม่ขึ้นทะเบียนออกใบอนุญาตให้ก็ได้ เพราะมี คนที่อยู่ใต้อาณัติ ของรัฐบาลร่วมเป็นกรรมการสภาวิชาชีพฯ

ที่เคยถกเถียงกันเรื่องสัดส่วนตัวแทนภาครัฐจะมาร่วมเป็นกรรมการกี่คนนั้น ผมว่าตรงนี้ไม่ใช่ประเด็นหลัก หัวใจสำคัญคือ ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะตั้งสภาวิชาชีพสื่อมวลชนเพื่อเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลใช้สยบสื่อ

ไม่ใช่ว่าสื่อมวลชนวิเศษวิโสแตะต้องไม่ได้ แต่สื่อมวลชนไม่เหมือนหมอ พยาบาล ทนายความ คนขับรถโดยสารสาธารณะ หรือบางอาชีพที่ต้องรับผิดชอบความเป็นความตายชีวิตของผู้คน จึงต้องมีมาตรฐานทางวิชาชีพสูงกว่าอาชีพอื่นๆทั่วไป จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนสอบใบอนุญาต

ลักษณะงานของสื่อมวลชนเป็นการรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวเหตุการณ์ ถ้ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือ หมิ่นประมาทใส่ความให้เสื่อมเสีย ผู้เสียหาย สามารถ ดำเนินคดีทางกฎหมาย กับนักข่าวและต้นสังกัดได้ และในแง่ของจริยธรรมก็มี สภาวิชาชีพ คอยควบคุมตรวจสอบอยู่แล้ว

การออกกฎหมายคุมสื่อครั้งนี้เข้าข่าย ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 34 ที่บัญญัติว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา รวมทั้ง มาตรา 35 ที่บัญญัติว่า บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร หรือแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ

การปิดปากสื่อเท่ากับปิดหูปิดตาประชาชน ประเทศไหนยิ่งเจริญยิ่งต้องให้เสรีภาพสื่อมวลชนเต็มที่ เพราะสะท้อนถึงความศิวิไลซ์ของประเทศนั้น และเป็นการช่วยตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐด้วย

สื่อไทยตอนนี้ขนาดยังไม่โดนตีตรวน แต่ เรือดำน้ำ ก็ดำน้ำผ่าน ครม.จนได้ เศษแท่งเหล็ก จีที 200 ซื้อมาชุดละเป็นล้าน แต่ใช้ตรวจระเบิดไม่เจอ เรือเหาะ ซื้อมาก็บินตรวจการณ์ไม่ได้ ผู้เกี่ยวข้องได้แต่แก้ตัวแถไปเรื่อย พูดมั่วๆไม่กระดากอาย

เรื่องกฎหมายคุมสื่อนี่ก็ด้วย ตั้งแต่ ท้ายแถวยันหัวแถวระดับนายกฯ ให้เหตุผลแบบ จับแพะชนแกะ ยกเอา สื่อโซเชียล ที่โพสต์และแชร์ข้อมูลบิดเบือนมาอ้างเหมารวมกับการทำงานของสื่อมวลชน ทั้งที่เป็นคนละกรณีกัน

ไม่รู้ว่าแกล้งโง่หรือโลกทัศน์แคบกันแน่.

ลมกรด

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้