วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เทคนิคเลี้ยงปลารับปีแดดระอุ

เทคนิคเลี้ยงปลารับปีแดดระอุ

โดย สะ-เล-เต
1 พ.ค. 2560 05:01 น.
  • Share:

ปีนี้ร้อนเหลือรับจนรู้สึกได้ นายอดิศร์ กฤษณวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักพัฒนาธุรกิจสัตว์น้ำ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ มีข้อมูลดีๆมาให้เกษตรกรนำไปปรับวิธีการเลี้ยงให้สอดคล้องกับสภาพอากาศร้อนทะลุ 40 ํ C

อันดับแรก ต้องเลี้ยงปลาไม่หนาแน่นจนเกินไป ลดอัตราการปล่อยปลาลงจากปกติ 30% เพื่อให้ปลาอยู่สบายขึ้น เพราะอากาศที่ร้อนทำให้น้ำเน่าเสียง่าย เนื่องจากออกซิเจนจะละลายน้ำได้น้อยลง รวมทั้งปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของปลา

ทำร่มเงาด้วยสแลนบังแดด เพื่อลดความเข้มของแสงที่ตกลงไปถึงกระชังปลาหรือบ่อเลี้ยงโดยตรง ใช้สแลน 60-70% กางคลุมเหนือกระชังหรือบ่อเลี้ยง นอกจากจะช่วยลดอุณหภูมิน้ำแล้ว ยังช่วยลดความเครียดจากแสงจ้ามากเกินไป ที่ทำให้ปลากินอาหารลดลง โตช้า และป่วยได้

การเลี้ยงปลาในบ่อ ปรับสภาพบ่อให้มีน้ำลึกไม่ต่ำกว่า 1.8 ม. วัดค่าความขุ่นใสให้ได้ 40–50 ซม. และวัดค่า DO บ่อยครั้งขึ้น และเปิดเครื่องตีน้ำในช่วงกลางวัน

ส่วนการเลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำก็เช่นกัน ควรลงเลี้ยงปลาน้อยลง 30% ถ้าเป็นไปได้ควรย้ายกระชังไปในบริเวณน้ำลึกขึ้น ทำความสะอาดกระชังบ่อยขึ้น เนื่องจากฤดูร้อนพาราไซต์และแบคทีเรียจะเติบโตรวดเร็ว และควรกำจัดวัชพืชน้ำและสาหร่ายไม่ให้เกาะกระชัง เพื่อลดการขวางการไหลของน้ำผ่านกระชัง

หากมีการเปลี่ยนแปลงสภาพน้ำให้ผสมวิตามินซีในอาหารให้ปลากินติดต่อกัน 3–5 วัน ควรหมั่นสังเกตการกินอาหาร อย่าให้มีอาหารเหลือเกินกว่า 5 นาที และเปลี่ยนมาให้อาหารในช่วงไม่ร้อนจัด โดยแบ่งการให้อาหารเป็น 5–6 มื้อต่อวัน เพื่อกระตุ้นการกิน

อีกเทคนิคลดอุณหภูมิน้ำอย่างได้ผล ติดตั้งเครื่องตีน้ำเพื่อช่วยเติมอากาศ และควรเปิดตลอดเวลาโดยเฉพาะช่วงกลางวัน เพื่อให้เกิดการกระจายตัวของอุณหภูมิน้ำ ไม่ให้มีการแบ่งชั้นของน้ำ ช่วยไม่ให้อุณหภูมิน้ำสูงเกินไป ต้องหมั่นสุ่มตรวจพาราไซต์ทุกสัปดาห์ และใช้แบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ให้เหมาะสม โดยดูจากค่าแอมโมเนียรวมที่ละลายน้ำไม่ควรเกิน 0.5 PPM

ทำเพียงเท่านี้จะสามารถผ่านวิกฤติเลี้ยงปลาในฤดูร้อนได้แล้ว.


สะ–เล–เต

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้