วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ล้วงลึกรหัสร้อน BMW M3 f80

ล้วงลึกรหัสร้อน BMW M3 f80

  • Share:

BMW M3 เดินทางมายาวไกลถึง 31 ปี จากรุ่นแรกสู่รุ่นล่าสุดยาวนาน 4 เจนเนอเรชั่น แต่ยังคง DNA ของรถแรงรอบจัดเอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะ การตอบสนอง การยึดเกาะ เสียงเครื่องยนต์และการกระจายน้ำหนัก (ที่เหนือชั้นกว่า BMW M4 ผู้น้อง) เครื่องยนต์ของ BMW M3 ถูกทำให้ใหญ่ขึ้นและมีกำลังมากยิ่งขึ้น จากเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.3 ลิตร 197 แรงม้าใน BMW M3 e30 เครื่อง 6 สูบหายใจเองขนาด 3.0-3.2 ลิตรใน BMW M3 e36 โฉมนกแก้ว ตามด้วยเครื่อง 6 สูบสุดระห่ำใน BMW M3 e46 CLS หลังจากนั้น แบรนด์ตราใบพัดได้ทำการปรับขนาดของเครื่องยนต์โดยหันไปคบกับเครื่องยนต์ไซส์ยักษ์แบบ V8 4.0 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศที่วางอยู่ใน BMW M3 e90-e92 มาจนถึงยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงจากกระแสลดขนาดเครื่องยนต์เพื่อลดอัตราสิ้นเปลือง และลดการปล่อยมลพิษ BMW ปรับเครื่องยนต์ของ M3 รุ่นใหม่อีกครั้ง โดยลดจำนวนกระบอกสูบเหลือแค่ 6 ตำแหน่ง แล้วติดตั้งระบบอัดอากาศเทอร์โบคู่ ทำให้ BMW M3 F80 รุ่นล่าสุดกลับมาใช้เครื่องยนต์ 6 สูบเรียงวางตามยาวขับเคลื่อนล้อหลัง กำลังจากรุ่นแรกที่มีแค่ 197 แรงม้าขยับมาเป็น 430 แรงม้า ตามขนาดและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปของเครื่องยนต์สายพันธุ์ M Power

BMW M3 e30
รถ M3 เจนเนอเรชั่นแรกสุด ถือกำเนิดเกิดมาบนโลกแห่งความแรงและพลังในปี ค.ศ. 1985 มันคือ M Car เวอร์ชั่นแรกสุดที่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ท่ามกลางเทคโนโลยีในยุค 80' เรือนร่างแบบสองประตูคูเป้ของ e30 ถูกขยายแทร็กฐานล้อให้กว้างขึ้นกว่า e30 รุ่นมาตรฐาน เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบแบบหายใจเอง ปริมาตรความจุ 2.3 ลิตร กลั่นเรี่ยวแรงออกมาให้ใช้งาน 195 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุดที่ M Car รุ่นแรกสุดในตระกูล Series-3 สามารถทำได้ คือ 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถ M3 ในรหัสตัวถัง e30 ทำยอดขายทั่วโลกได้ 17,970 คัน ตลอดช่วงอายุของมันนับจากปี ค.ศ. 1985 ไปจนถึงการยุติสายการผลิตในปี 1991 รถสปอร์ตรุ่นนี้ ได้สร้างชื่อเสียงเอาไว้มากมายในสนามแข่ง มันคือ M Car ที่ขับได้ดีอย่างเหลือเชื่อ ถึงแม้เทคโนโลยีในขณะนั้นจะไม่เอื้ออำนวยมากนัก โป่งข้างตัวถังกับวิงหลังที่สมส่วนลงตัว ทำให้มันกลายเป็นรถ M สุดคลาสสิกสำหรับการเก็บสะสมไปโดยปริยาย

BMW M3 e36
สืบสานความแรงต่อจาก e30 ในปี ค.ศ. 1992 ความเข้มข้นของตราสัญลักษณ์ M ปรากฏไปทั่ววงการรถแรง ด้วยเรือนร่างแบบ 2 ประตูคูเป้ ตามด้วย M3 e36 เวอร์ชั่น 4 ประตู นับเป็นครั้งแรกที่ BMW Group ผลิตรถ M ในตระกูล Series-3 โดยมีประตูมากกว่า 2 เป็นครั้งแรก รุ่น 2 ประตูคูเป้ออกขายก่อนในปี 1992 หลังจากความสำเร็จอันล้นหลาม ทำให้ผู้บริหารของแบรนด์ใบพัดตัดสินใจสร้างรถ M3 เวอร์ชั่น 4 ประตูตามออกมาในปี ค.ศ. 1994 ต่อเนื่องด้วยรุ่นเปิดประทุนหลังคาผ้าใบ ซึ่งนับเป็นการยกระดับรถ M Car ในรูปแบบของรถเปิดหลังคาสุดงาม เครื่องยนต์ถูกขยายความจุจาก 4 สูบ มาเป็นแบบแถวเรียง 6 สูบ ปริมาตรความจุ 3.0 ลิตร แต่ยังคงเป็นเครื่องยนต์ NA หรือ Naturally Aspirated ซึ่งไม่มีการพึ่งพาระบบอัดอากาศแบบใดทั้งสิ้นเหมือนกับรุ่นแรก เครื่องยนต์ของ M3 e36 ในรุ่นแรกมีกำลังประมาณ 286 แรงม้า โดยมีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.7 วินาที ความเร็วปลายถูกควบคุมด้วย ECU ให้วิ่งเต็มสปีดได้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่อมาในปี ค.ศ. 1995 BMW Group ยกระดับพละกำลังของ M3 e36 ด้วยการขยายความจุกระบอกสูบไปที่ขนาด 3.2 ลิตร แรงม้าอัพขึ้นเป็น 321 แรงม้า ตามติดด้วยปี ค.ศ. 1997 ด้วยการใส่ระบบส่งกำลังอันทรงประสิทธิภาพ มันคือเกียร์คลัตช์คู่สมรรถนะสูง ที่ใช้ชื่อว่า SMG หรือ Sequential M Gearbox ซึ่งมีการควบคุมการจับตัวของคลัตช์ด้วยชุดคลัตช์แบบไฮดรอลิกไฟฟ้า Electro hydraulically ยอดขายทั่วโลกของ M3 รหัส e36 ทั้งแบบคูเป้ แบบสี่ประตูและรุ่นเปิดประทุนหลังคาผ้ามีตัวเลขอยู่ที่ 71,242 คัน

BMW M3 e46
M3 e46 ลืมตาดูโลกในปี ค.ศ. 2000 เจนเนอร์เรชั่นที่ 3 ของรถยนต์ในตระกูล M 3 คันนี้ เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ ชุดส่งกำลังและระบบรองรับที่ก้าวไกล ค่าย BMW กลับมาผลิตรถ M3 รหัสตัวถัง e46 โดยมีเฉพาะแค่รุ่น 2 ประตูคูเป้กับรุ่น 2 ประตูเปิดประทุนหลังคาผ้าใบ พร้อมกลไกมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ในการพับหรือกางหลังคา e46 M3 มีความทันสมัยมากในทศวรรษที่ 2000 เครื่องยนต์เบนซินแบบ 6 กระบอกสูบแถวเรียง ปริมาตรความจุ 3.2 ลิตร โดยยังคงไม่มีระบบอัดอากาศ เข้ามาเกี่ยวข้องในการบูสต์พลังงาน เครื่อง 3.2 ลิตร รีดเค้นพิษสงออกมาได้ 343 แรงม้า มันยังเป็นเจ้าของสถิติรถสปอร์ตที่มีแรงม้าต่อน้ำหนักตัวสูงที่สุดในยุคนั้นอีกด้วย BMW M3 e46 ยังวางระบบส่งกำลังแบบ SMG เวอร์ชั่นที่ 2 บวกกับงานแอร์โรพาร์ทและงานคาร์บอนไฟเบอร์ หลังจากนั้นยังมีรุ่นพิเศษออกมาให้แฟนๆ M ได้เลือกใช้ มันคือ M3 e46 รุ่น CSL ซึ่งประกอบขึ้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะลดทอนน้ำหนักส่วนเกิน เพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในด้านของพลังงานและการควบคุมที่เหนือชั้น รถ M เวอร์ชั่นพิเศษ CSL ยังถูกประกอบและส่งให้กับทีมแข่งชั้นนำทั่วโลก สำหรับการลงแข่งขันในรายการสำคัญ แรงม้าถูกปรับจูนจนมีกำลังถึง 360 แรงม้า รถ M3 e46 เวอร์ชั่นพิเศษ ในชื่อ CSL ขายออกไปได้ 1,383 คัน ส่วน M3 e46 รุ่นปกตินั้น มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 5.4 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกล็อกไว้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นเหตุผลในด้านความปลอดภัยและกฎหมายของเยอรมัน

BMW M3 e92
M3 e90-92 ถูกเปิดตัวในปี ค.ศ. 2007 นี่คือรถสปอร์ตสายพันธุ์ M Car ที่เปลี่ยนหัวใจของตัวเองจากเครื่องแถวเรียง 6 สูบ มาเป็นเครื่องไซส์โตแบบ V8 4.0 ลิตร เครื่องยนต์ตัวใหญ่แบบหายใจเอง โดยไม่พึ่งพาระบบอัดอากาศ เค้นแรงม้าออกมาได้ 414 ตัว ตามด้วย M3 e93 แบบเปิดหลังคาที่ใช้หลังคาโลหะอัลลอยแทนที่หลังคาผ้าใบในรุ่นที่ผ่านมา เวอร์ชั่นที่ 4 ของ M Car ยังมีการยัดระบบส่งกำลังแบบคลัตช์คู่ M-DTC หรือ M Double Clucth Transmission คลัตช์ 2 ชุด พร้อมซอฟต์แวร์เกียร์แบบล่าสุด ทำให้มันเปลี่ยนอัตราทดได้ว่องไวขึ้น เกียร์ใหม่ 7 สปีด ยังช่วยทำให้อัตราเร่งดีขึ้นจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.6 วินาที ความเร็วปลาย 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถ BMW M3 e92 รุ่นคูเป้ ยังเข้าไปอาละวาดในสนามแข่งรถทั่วโลก การคว้าชัยชนะในรายการเอนดูลานซ์หลายครั้ง พิสูจน์ได้ถึงพลังและความเป็นรถที่สืบสายเลือดของ M Car อย่างแท้จริง

BMW M3 f80
BMW M3 F80 มีทุกอย่างเหมือน M4 F82 ยกเว้นน้ำหนักที่เพิ่มเข้ามาอีก 23 กิโลกรัม ซึ่งเกิดจากน้ำหนักของบานประตูหลังอัลลอยกับกระจกและมอเตอร์ไฟฟ้า น้ำหนักตัวที่หายไปเกือบ 100 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับ M3 รุ่นที่แล้วเกิดจากชิ้นส่วนน้ำหนักเบาของฝากระโปรง หลังคากับฝาท้ายที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ วิศวกรในแผนก M ทำการปรับให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำลงอีก เพื่อให้มีผลดีต่อการทรงตัว การเร่งความเร็ว การเบรกและถ่ายเทน้ำหนักที่ความเร็วสูงกับความประหยัด เบ้าสปริงในล้อคู่หน้าจากที่เคยเป็นเหล็กในรุ่นที่แล้ว พอมาถึงรุ่นล่าสุด เบ้าสปริงของมันจึงต้องทำมาจากอัลลอย แก้มข้างทั้งสองฝั่งใช้วัสดุประเภทเทอร์โมพลาสติก ท่อนหน้าของตัวรถถูกรีดน้ำหนักออกไปจนมีตัวเลขการกระจายน้ำหนักที่ให้ความสมดุล 50/50

โป่งซุ้มล้อถูกขยายออกเพื่อรองรับล้อขอบ 19 นิ้ว เพิ่มความดุดันเป็นจริงเป็นจังให้กับ M Car เวอร์ชั่นล่าสุดได้เป็นอย่างดี และถึงแม้ว่า M3 ผู้พี่กับ M4 ผู้น้องจะมีขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น แต่น้ำหนักตัวโดยรวมของมันเบาลง 80 กิโลกรัม ผืนหลังคาแบบคาร์บอนของ M4 เอาน้ำหนักส่วนเกินออกไปอีก 6.5 กิโลกรัม สำหรับหลังคาแบบคาร์บอนของ M3 ลดทอนน้ำหนักลงไปได้ 5.0 กิโลกรัม เนื่องจากมันทำตัวเป็นรถ 4 ประตู แถมยังมีวัสดุซับเสียงกับจุดยึดที่เพิ่มเข้ามา หากเจ้าของรถไม่ต้องการหลังคาน้ำหนักเบาราคาแพง หลังคาแบบปกติจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นทันที 25 กิโลกรัม ทำให้เกิดผลกระทบต่อจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถค่อนข้างมาก มิติตัวรถ BMW M3/M4 มีความยาวเท่ากันที่ 4,671 มิลลิเมตร ความกว้างของ M3 1,877 มิลลิเมตร ส่วนความกว้างของ M4 แคบกว่านิดหน่อยที่ 1,870 มิลลิเมตร สัดส่วนความสูงของ M3 อยู่ที่ 1,424 มิลลิเมตร ส่วนความสูงของ M4 จะอยู่ที่ตัวเลข 1,382 มิลลิเมตร ฐานล้อเท่ากับพอดิบพอดี ระยะห่างของฐานล้อหน้า-หลัง 1,579-1,603 มิลลิเมตร ระยะห่างฐานล้อ 2,812 มิลลิเมตร รัศมีวงเลี้ยวของพี่น้องทั้งสองคันเท่ากันที่ 12.2 เมตร ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ หรือค่า CD อยู่ที่ 0.34 น้ำหนักตัวรถ M3 มีน้ำหนัก 1,560 กิโลกรัม ส่วน M4 เบากว่าเล็กน้อยที่ 1,537 กิโลกรัม ความจุถังเชื้อเพลิงก็ยังคงเท่ากันที่ 60 ลิตร

BMW M3 F80 เป็น M Car รุ่นแรกที่ติดตั้งเทอร์โบ เครื่องยนต์ 6 สูบ ทวินเทอร์โบ 3.0 ลิตร มีขนาดเล็กลง กินเชื้อเพลิงน้อยและปล่อย Co2 ต่ำ เครื่องยนต์ 6 สูบเทอร์โบคู่เบากว่า M3 รุ่นเก่าที่วางเครื่อง V8 ถึง 10 กิโลกรัม ทำให้ M3 F80 มีน้ำหนักตัวรวมเบากว่า M3 e90-92 ถึง 80 กิโลกรัม เครื่องยนต์ตัวใหม่เทคโนโลยี BMW M TwinPower Turbo เป็นเครื่องเบนซินแถวเรียง 6 กระบอกสูบแบบล่าสุด มีเทคโนโลยีใหม่ในด้านการออกแบบตัวเครื่องกับชิ้นส่วนภายในที่ต้องรับแรงในระดับที่ไม่ปกติ มันคือเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงที่แผนก M จงใจสร้างให้มีคาแรกเตอร์ของเครื่อง M แท้ๆ เทอร์โบสมรรถนะสูง 2 ตัว ทำให้เครื่องสามารถรีดเค้นทั้งแรงม้าและแรงบิดในเกือบทุกย่านของรอบเครื่องยนต์ การทำงานประกอบไปด้วยระบบ High Precision Injection หรือระบบฉีดเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง ระบบวาล์วแปรผันต่อเนื่อง Double Vanos / ValveTronic รวมกับชุดอัดอากาศแบบเทอร์โบคู่ เทคโนโลยี BMW M TwinPower Turbo ระบบวาล์วแปรผันในรอบต่ำ ช่วยเพิ่มจังหวะโอเวอร์แลป เพื่อทำให้ไอเสียที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ในวัฏจักรก่อนหน้านี้ กลับมาเผาไหม้ซ้ำอีกครั้ง เป็นการลดมลพิษที่จะเจือปนไปกับไอเสีย และช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง

ระบบ Double Vanos จะลดจังหวะของการโอเวอร์แลป เพื่อลดการสูญเสียไอดี จากการเลื่อนขึ้นลงของลูกสูบที่ย่านรอบเครื่องสูงๆ ในรอบสูง Double Vanos จะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงแบบไม่จำเป็น ส่วน ValveTronic รับหน้าที่เปลี่ยนระยะยกตัวของวาล์วไอดี สำหรับการเพิ่มปริมาณอากาศ ให้มีความสมดุลกับการจุดระเบิด โดยเฉพาะในรอบสูง Double Vanos จะทำงานด้วยแรงดันน้ำมันเครื่องที่ควบคุมการสั่งจ่ายน้ำมันด้วยโซนินอยวาล์ว สำหรับระบบ ValveTronic จะทำงานด้วยกลไกปรับเปลี่ยนระยะยกด้วยเซอร์โวมอเตอร์ ระบบวาล์วแปรผันทั้งหมด ยังผ่านการควบคุมด้วยสมองกล ECU  

แรงม้าสูงสุดจากการหมุนของข้อเหวี่ยงที่ขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีแรงดันสูง หรือฟอร์ซ เค้นกำลังออกมาได้ 430 แรงม้า เพิ่มขึ้นพอสมควร เมื่อเทียบกับเครื่องไซส์ยักษ์ แบบ V8 ในเวอร์ชั่นที่ 4 การปลดปล่อยกำลังของเครื่องยนต์ M ตัวใหม่ อยู่ในย่าน 5,750-7,000 รอบต่อนาที แรงบิดมีให้ตั้งแต่ 1,700 รอบต่อนาทีไปจนถึง 4,750 รอบต่อนาที ช่วยเสริมในจุดของแรงม้าสูงสุดได้ใกล้เคียงกับเครื่อง V8 ตัวก่อน หอยพิษหรือตัวอัดอากาศแบบเทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ขนาดเล็ก ที่อยู่ใกล้กับฝาสูบด้านบน เทอร์โบทั้งสองตัวจัดวางแปะอยู่ข้างตัวเครื่องด้วยการใช้เทคนิค แบบ Bi-Turbo โดยเทอร์โบ 1 ตัวรับหน้าที่ 3 กระบอกสูบในการอัดอากาศ เป็นเทอร์โบแบบ TWO MONO Scroll การแยกเทอร์โบให้รับผิดชอบฝั่งละ 3 สูบ ทำให้มันไม่ต้องรับภารกรรมการทำงานมากนัก เทอร์โบในเครื่องยนต์ M ตัวใหม่ สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ และตลอดเวลาแม้จะโดนอัดอย่างต่อเนื่องในสนามแข่งรถ

กลีบเทอร์ไบน์รวมถึงแกนสามารถหมุนในรอบที่เร็วถึง 200,000 รอบต่อนาที โดยมันจะสามารถคงรอบเอาไว้ที่ 120,000 รอบต่อนาที ไม่ให้ตกลงไปด้วยการทำงานของเวสเกตแบบไฟฟ้า ท่อไอดีถูกออกแบบให้มีความไหลลื่นเพื่อความเป็นระเบียบของอากาศขณะไหลผ่าน ท่อไอดีของ M ออกแบบให้แทบจะไม่มีจุดคอด โดยมีอินเตอร์คูลเลอร์ขนาดกะทัดรัด ที่ติดอยู่ใกล้กับท่อไอดี เพื่อช่วยในด้านการตอบสนองของเทอร์โบ ช่วยทำให้มั่นใจได้ว่า อากาศร้อนจะไม่ถูกอัดกลับเข้าไปยังห้องเผาไหม้แบบซ้ำ เทอร์โบคู่ของเครื่องยนต์ตัวนี้ ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงขึ้นอีก 30% ลดการปล่อย CO2 ลงอีก70 กรัมต่อ 1 กิโลเมตร น้ำหนักของเครื่องยนต์ทั้งตัวเบากว่าเครื่อง V8 ตัวเก่า น้ำหนัก 10 กิโลกรัม ที่หายไปถูกแทนที่ด้วยเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์กับท่อทางเดินต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามา สำหรับอ่างน้ำมันเครื่องนั้นทำจากแมคนีเซียมอัลลอยที่มีราคาแพงลิบ ปั๊มน้ำมันเครื่องแบบใหม่ กับท่อยังถูกปรับการทำงานโดยเฉพาะในด้านของความแข็งแกร่งทนทานต่ออุณหภูมิ และแรงที่เข้ามากระทำ

การลดกระบอกสูบลง 2 ตำแหน่งด้วยการเพิ่มระบบอัดอากาศ ทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ในด้านการให้พลังงานและการปล่อยมลพิษลดลงเป็นเงาตามตัว เครื่องยนต์ใน M รุ่นล่าสุด พัฒนามาจากเครื่องยนต์รหัส B58 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบบ Modular สามารถเปลี่ยนปรับดัดแปลงได้ง่ายมาก ปริมาตรความจุแต่ละสูบที่ 500 ซีซี ทำให้เครื่องยนต์สามารถกลายเป็นเครื่องแบบ 4 สูบ หรือ 3 สูบได้อย่างสบายๆ ความจุกระบอกสูบที่ 500 ซีซี พอหั่นเหลือ 3 สูบ ก็จะได้เครื่องยนต์ความจุเพียงแค่ 1.5 ลิตร สำหรับรถเล็กในอนาคต (ในรถอย่าง i8 กับ BMW 118i และ MINI รุ่นใหม่ล่าสุด) หรือลดจาก 6 เหลือ 4 กระบอกสูบ ก็จะได้เครื่องยนต์แบบ 2.0 ลิตร ที่สามารถนำไปใช้กับรถยนต์หลากหลายรุ่นภายในค่าย ที่เจ๋งสุดและแสดงให้เห็นถึงความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีของ BMW ก็คือ เครื่องยนต์ที่ M3/M4 ใช้ร่วมกันตัวนี้สามารถจูนอัพเพิ่มแรงม้าให้ออกมาเป็นรุ่นพิเศษที่แรงกว่า M รุ่นปกติ โดยจะเห็นได้จาก M4 รุ่นพิเศษอย่าง M4 Competition Package / M4CS และ BMW M4 GTS ที่เบ่งแรงม้าและแรงบิดได้มากกว่า M3/M4 รุ่นมาตรฐาน!! เครื่องยนต์ตัวใหม่มีอัตราส่วนกำลังอัด 102.:1 สร้างแรงม้าสุงสุดที่ 430 แรงม้าในรอบเครื่องยนต์ 5,500-7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร หรือ 55 กิโลกรัมเมตรที่ 1,750-5,500 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 4.1 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดอยู่ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Optional M Driver’s Package เพิ่มเติมความเร็วปลายให้ไปถึง 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างสบายๆ

ชิ้นส่วนเจ๋งๆ บนรถคันนี้ยังมีอยู่อีกเพียบ เช่น แครงน้ำมันเครื่องและท่อระบายทั้งเส้นไล่จากหัวไปท้ายผลิตจากแมกนีเซียม ค้ำโช้กรูปตัวยูในห้องเครื่องยนต์ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ หลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ แพหน้าน้ำหนักเบา หรือ Light wight Front Axle ทำจากอัลลอยขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีแรงดันสูง เพลากลางคาร์บอนไฟเบอร์ บานประตูทั้งสี่และแก้มข้างผลิตจากอะลูมินั่มอัลลอย ชุดส่งกำลังหรือเกียร์นั้นใช้เกียร์ทวินคลัตช์ 7 สปีด M-DCT หรือ Dual clutch transmission ยกมาทั้งยวงจาก M5 แต่มีการปรับปรุงอัตราทดให้เหมาะสมกับรูปแบบของ M3/M4 สำหรับการขับขี่แบบปกติในเกียร์คลัตช์คู่ลูกนี้ มันจะให้อารมณ์เรียบลื่น ไม่แตกต่างไปจากเกียร์ 8 Speed ของ ZF เท่าใดนัก ต่อเมื่อโหมดการขับถูกปรับไปที่ Sport Mode จังหวะของการเปลี่ยนอัตราทด จะว่องไวและกระชากกระชั้นขึ้น เป็นไปตามซอฟต์แวร์ของสมองกลไฟฟ้าที่ใช้ในการควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่ได้โปรแกรมเอาไว้สำหรับการขับที่มีความหลากหลาย

แป้น Paddle Shift หลังพวงมาลัยกับโหมดแมนนวล เชื่อมโยงการเปลี่ยนเกียร์ที่ให้อารมณ์ความรู้สึกคล้ายเกียร์ธรรมดา โดยไม่มีความจำเป็นต้องเหยียบคลัตซ์ช่วยแต่อย่างใดทั้งสิ้น โหมดสปอร์ตกับความกระชับฉับไวของอัตราทดที่เปลี่ยนขึ้น-ลงไปตามความเร็ว ที่แท้จริงมีความแม่นยำราวกับจับวาง เกียร์ M-DCT ยังเปิดโอกาสให้คุณใช้รอบเครื่องยนต์ได้อย่างสะใจ ด้วยการคารอบเอาไว้ แม้เท้าจะถูกยกออกจากคันเร่งเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนเกียร์ ขึ้นหรือลงอย่างต่อเนื่อง เฟืองท้ายที่ทดให้สั้นลง ส่งผลให้การเปลี่ยนอัตราทดว่องไวขึ้น เกียร์สามารถรับแรงบิดที่เกินระดับ 550 นิวตันเมตร ได้อย่างสบายๆ เหมาะกับเจ้าของ M ที่นิยมนำรถไปจูนเพื่ออัพแรงม้าให้มากกว่าเดิม หรือนำไปลงแข่งในสนามแข่งรถ เฟืองท้ายแบบ M-Limited Slip Differential เป็นเฟืองแบบลิมิเต็ดไฟฟ้า มีกล่องสมองกลที่คอยรับข้อมูลที่ส่งมาจากหลายๆ ส่วน ซึ่งรวมถึงตำแหน่งของลิ้นปีกผีเสื้อ มุมองศาของพวงมาลัย จากนั้นระบบจะประมวลผลไปยังชุด Differential ว่าจังหวะใดควรจะปล่อย หรือล็อกเฟืองท้าย หรือล็อกแบบ 100% มันช่วยเข้ามาแทนที่การทำงานในแบบกลไกสปริง ทำให้การเกาะถนนดีขึ้น ลดอาการอันเดอร์สเตียร์ ทำให้รีดแรงบิดลงพื้นได้อย่างเต็มที่ ระบบ M Diff ซึ่งถูกใช้มาตั้งแต่รุ่นที่แล้วเป็นเฟืองท้ายแบบกลไกควบคุมด้วยสมองกลไฟฟ้า ซึ่งจะส่งถ่ายแรงบิดไปยังล้อหลังที่ใช้ในการขับเคลื่อน และทำให้มันเป็นรถสปอร์ตที่มี 2 บุคลิก คือ เกาะถนนสุดๆ กับดริฟแบบควันท่วมล้อได้ทั้งสองแบบ ขึ้นอยู่กับการเลือกโหมดการขับขี่และฝีมือของผู้ที่ควบคุม

เกียร์ M-DCT วิศวกรของแผนก M ใช้การตั้งค่ามาตรฐานในแง่ของการรับแรงบิดและความสามารถในการเปลี่ยนเกียร์ ที่มีความรวดเร็วโดยไม่มีการประนีประนอม เกียร์กึ่งออโตลูกนี้ยังถูกออกแบบมา เพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน เกียร์ยังให้อารมณ์ของความเป็นรถสปอร์ตเมื่อขับเร็วขึ้น สำหรับการเปลี่ยนเกียร์ สามารถกระทำได้ทั้งแบบอัตโนมัติ ปล่อยให้โหมดการขับเคลื่อนตัดสินใจเลือกอัตราทดด้วยตัวของมันเอง หรือเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ด้วยตัวของผู้ขับเอง โดยในโหมดอัตโนมัติ M-DCT ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์รวดเร็ว โดยไม่มีการหยุดชะงัก ช่วยให้ประสิทธิภาพของแรงบิดถูกปล่อยลงไปยังเฟืองท้ายได้ดีขึ้น ที่ความเร็วต่ำ ระบบคลัตช์คู่ ควบคุมเสถียรภาพการทำงานให้มีความลื่นไหลต่อเนื่อง M DCT ยังมีฟังก์ชั่นโหมด Drivelogic ที่สามารถเลือกโดยคนขับ เพื่อให้ BMW M3 และ M4 มีความสะดวกสบายในการใช้งานบนชีวิตประจำวัน

เกียร์ M-DCT ต่อเชื่อมด้วยเพลากลางแบบคาร์บอนที่มีราคาแพงและมีน้ำหนักเบา เพลาที่ผลิตจากวัสดุผสม ทำให้มันมีน้ำหนักเบาขึ้นอีก 5 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับเพลากลางของ M ตัวก่อนหน้านี้ เพลาคาร์บอนยังเข้ามาช่วยลดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง รวมถึงยังแข็งแกร่งขึ้น เสริมในด้านของการตอบสนองต่อการเร่งความเร็วในระดับยิ่งยวด คุณสมบัติของวัสดุ CFRP ที่ใช้ประกอบขึ้นเป็นเพลากลาง เน้นไปที่การรับแรงบิดจากเกียร์ ส่งตรงไปยังเฟืองท้าย มันทำงานภายใต้ภารกรรมที่หนักมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยานพาหนะที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ในรถ M Car ความแข็งแกร่งที่น่าประทับใจและน้ำหนักเบาของเพลากลางแบบคาร์บอน เพลาขับถูกสร้างขึ้นเป็นแบบชิ้นเดียว วิศวกรของ M ประสบความสำเร็จในการลดมวล การหมุนด้วยความเร็วรอบสูงสุดด้วยความเสถียร เกียร์ M-DCT ทำงานพ่วงต่อกับ Active M Differential ภายในชุดเฟืองท้าย รับหน้าที่ปรับการส่งถ่ายแรงบิดของล้อขับเคลื่อนทั้งสองฝั่งให้มีความเหมาะสมกับสภาพการของการขับขี่ ความเร็วและรูปแบบในการเข้าโค้ง

ชุดเฟืองท้าย ประกอบด้วย Multiple Plate Clutch สองชุด แยกการทำงานฝั่งซ้ายและขวา โดยระดับของการกระจายแรงบิดไปยังแต่ละล้อขึ้นตรงกับ ECU ระบบ Driveing Stability Control หรือตัวช่วยควบคุมการทรงตัวถูกอัพให้มีความแตกต่างจาก Series-3 รุ่นมาตรฐาน เพื่อทำให้มีความเหมาะสมกับแรงม้า 430 ตัว และแรงบิดระดับ 550 นิวตันเมตร ระบบควบคุมการทรงตัวใน M3/M4 มาพร้อมกับ M Dynamic Mode ซึ่งรับหน้าที่เชื่อมโยงระบบควบคุมการทรงตัวให้ทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน เช่น Dynamic stability control / M Specific Servotronic Steering / BMW Adaptive M Suspension / Active M Differential

Active M Differential คือ หนึ่งในบรรดาองค์ประกอบอื่นๆ ในฟังก์ชั่นการใช้งานที่เพิ่มความยึดเกาะแบบไดนามิกของรถ BMW M3 และ M4 ใช้การควบคุมการทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยควบคุมที่เชื่อมโยงกับ DSC Dynamic Stability Control (ระบบควบคุมเสถียรภาพ แบบไดนามิก) ระบบควบคุมจะมุ่งจับข้อมูลไปที่ตำแหน่งของการเหยียบคันเร่ง ความเร็วในการหมุนของล้อ และอัตราการหันเหของตัวรถในทุกสถานการณ์ สมองกลของเฟืองท้าย Active M Differential มีการวิเคราะห์อย่างแม่นยำ โดยจะตอบสอนงอย่างรวดเร็วต่อล้อขับเคลื่อนที่มีการสูญเสียแรงยึดเกาะสำหรับระดับของการสั่งให้เฟืองท้ายล็อก จะเกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาที ทำให้ล้อที่กำลังหมุนโดยขาดแรงยึดเกาะจะกลับมายึดเกาะกับผิวถนนอีกครั้ง ในกรณีที่เกิดอาการสูญเสียการเกาะถนน ที่ล้อขับเคลื่อนล้อใดล้อหนึ่ง การทำงานโดยสั่งให้ล็อกแบบ 100% หรือน้อยกว่า มีความแตกต่างผกผันกันไปตามสถานะการของการขับขี่ รวมถึงการประมวลผลของแรงเสียดทาน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางอย่างรวดเร็ว ระบบ Active M Differential ช่วยทำให้ส่วนท้ายเกิดความเสถียร มันเหมาะสำหรับสภาวะของการขับที่มีความท้าทายช่วยทำให้อัตราเร่งประทับใจขาแรงทุกคนที่ได้ลอง

ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า Electromechanical steering system ในรถ BMW M3 และ M4 แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการใหม่จาก BMW M GmbH และองค์ประกอบที่สำคัญ ในการเชื่อมโยงกันระหว่างคนขับและรถยนต์ มันถูกปรับตั้งน้ำหนักผกผันไปตามความเร็ว ตลอดจนโหมดของการขับขี่ ที่จะเชื่อมความรู้สึกพวงมาลัยไปยังผู้ขับขี่โดยตรง พวงมาลัยไฟฟ้ามีความแม่นยำ มันเต็มไปด้วยฟังก์ชั่น แบบบูรณาการ ครอบคลุมการขับขี่ด้วยการปรับตั้งน้ำหนักแบบอัตโนมัติ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Servotronic วาล์วและมอเตอร์ปรับระดับของน้ำหนักตามความเร็วให้มีค่าที่เหมาะสมกับลักษณะของการขับขี่ พวงมาลัยสำหรับ BMW M3 และ M4 ยังทำงานเชื่อมโยงกับโหมดการขับผ่านการตั้งค่า ผู้ขับสามารถเลือกโหมด COMFORT / SPORT / SPORT + ช่วยให้ระดับของน้ำหนักมีความเหมาะสมไปกับความเร็วในขณะนั้นๆ กลศาสตร์ขั้นสูงของแกนพวงมาลัย กับซอฟต์แวร์ที่ปรับตั้งมาเป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดความแม่นยำ และตอบสนองอย่างน่าทึ่ง โดยเชื่อมโยงการทำงานกับระบบรองรับได้เป็นอย่างดี

สำหรับล้ออัลลอยขอบ 19 นิ้วลาย M ใน BMW M3 /M4 ก้านวงแบบ 5 ก้านคู่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้อะลูมิเนียมขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีแรงดันสูงหรือฟอร์ซ ซึ่งจะช่วยลดมวลใต้สปริงได้อีก 3 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ การเชื่อมต่อระหว่างเฟรมกับล้อ เพื่อให้บรรลุระดับใหม่ของการขับรถ โดยมีความแม่นยำ แต่ไม่ละเลยในด้านของความสะดวกสบาย มันคือ ความลงตัวของเทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ต ผสานกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ส่วนการพัฒนายางสปอร์ตประสิทธิภาพสูงสำหรับรถ M3/M4 ได้รับการรวมอยู่ในขั้นตอนของการสร้าง โดยใช้หลักการของรถสปอร์ตที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น รถ BMW M3 และ M4 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรู้สึกหลังพวงมาลัย และความแม่นยำในการบังคับทิศทาง การพิจารณาที่สำคัญที่สุด ในการพัฒนายางสำหรับล้อหน้า-หลัง เพื่อส่งถ่ายเสถียรภาพ วิศวกรได้เลือกใช้งานยาง Michelin รุ่น Pilot Super Sport ยางสปอร์ตสมรรถนะสูง ด้านหน้าขนาด 255/35ZR19 ส่วนล้อหลัง ซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนใส่ยางเส้นเขื่องขึ้นอีกนิดที่ 275/30ZR19

บรรยายสรรพคุณของ BMW M3 กันยาวเหยียดก็มาถึงช่วงเวลาที่จะได้ขับอีกครั้ง หลังจากเหงื่อแตกซิกท่ามกลางอุณหภูมิแค่ 12 องศาในสนาม BMW Driving center incheon ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อตะกายลงมาจากรถ M2 สำหรับการขับทดสอบช่วงเช้าจำนวน 13 รอบสนามพอแสบๆเสียวๆ ผมมีเวลาพักหายใจหายคอแค่ 5 นาที ก็ต้องเดินไปที่ฝูงรถ BMW M3 / M4 เพื่อขับทดสอบต่อจากรถ M2 คันเล็กตัวแรงที่เล่นเอาปวดข้อมือ ผมเลือก M3 รุ่น 4 ประตูซี้เก่าที่เคยขับในโปรตุเกสเมื่อช่วงเปิดตัวปี 2014 ปรับเบาะหนังไฟฟ้าของ M ให้เข้ากับเรือนร่างโดยร่นเบาะขยับใกล้พวงมาลัยมากกว่าการขับบนถนนปกติ กดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงเครื่อง 6 สูบ 3.0 ลิตร 430 แรงม้าในรอบเดินเบาดังราวกับเครื่องยนต์ของรถแข่ง ยัดเกียร์ D แล้วถอนเท้าออกจากแป้นเบรค เจ้า M3 สีเหลืองทองเบอร์สี B67 Austin Yellow Metallic ไหลตามรถ M4 ของครูฝึกชาวเยอรมันอย่างว่านอนสอนง่าย ยังไม่ทันจะหายปวดข้อมือจากฤทธิ์เดชของ M2 ผมก็ต้องมาเจอรถที่แรงกว่าอย่าง M3 เข้าให้ ใครจะไปรู้ว่าอีก 13 รอบนับต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่ที่เกิดขึ้นตรงหน้าก็คือการกระทึบคันเร่งของรถครูฝึกคันนำพร้อมๆ กับเสียงวิทยุที่แจ้งให้ผมขับขยับเข้าใกล้อีกนิดเพื่อเกาะติดท้ายไม่หลุดหายไปเหมือนตอนที่ขับ BMW M2!! 

ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องทำความรู้จักคุ้นเคยกันอีกแล้ว BMW M3 ที่ผมเคยขับเมื่อสองปีก่อนในสนาม Autodromo ประเทศโปรตุเกส เป็นสปอร์ตซีดานที่เชื่องไม้เชื่องมือมากกว่า M4 เล็กน้อย เนื่องจากตัวเลขการกระจายน้ำหนักกับประตูบานหลังอีก 2 บานที่เพิ่มเข้ามาทำให้ M3 มีความเสถียรมากกว่า M4 ผู้น้องอยู่นิดๆ เบาะนั่งปรับต่ำได้ดั่งใจราวกับกำลังนั่งอยู่กลางพื้นถนนจากความสามารถในการกดเบาะให้ต่ำมากกว่า Series-3 f30 รุ่นปกติ พวงมาลัย M นั้นหนักแน่นมากในโหมด Sport มันสำแดงความแม่นออกมาทันทีที่เริ่มต้นการเลี้ยวเข้าสู่โค้งแรก ตามด้วยการหน่วงน้ำหนักที่เกิดขึ้นจากการเตรียมความพร้อมของชุดบังคับเลี้ยวในโหมดพร้อมซิ่ง โหมด Sport ในรถ M3 ให้ความรู้สึกสมดุล พวงมาลัยทำหน้าที่ได้ลื่นไหล และให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติผ่านการสังเคราะห์จากสมองกลไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับโหมดของการขับเคลื่อน รอบที่สองความเร็วเริ่มเพิ่มมากขึ้น เมื่อขับแบบกระชากกระชั้นดันคันเร่งจนสุดบนทางตรงที่ยาวแค่ 600 เมตร เจ้า M Car รุ่น 4 ประตูดูมีชีวิตชีวาคล้ายกับการถูกปลุกให้ตื่นหลังจากหลับยาวมาทั้งคืน โค้งแปลกๆ สั้นๆ วกไปวนมาซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายในสนาม BMW Driving center incheon นั้น อย่างที่เคยบอกว่าสนามทดสอบแห่งนี้ไม่เปิดโอกาสให้คนที่ทำพลาด รถ M3 ของผมกับ M4 ของเพื่อนๆ สื่อมวลชนวิ่งตามกันติดๆ ด้วยความเร็วสูงโดยไม่ปรากฏอาการโคลงตัว ความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนขับกับรถโผล่ออกมาทันทีที่หน้ารถเกาะจิกติดกับผิวแทร็ก พวงมาลัยตอบสนองฉับไวโดยเฉพาะจังหวะของการคืนตัว

ใน M4 ผมไม่สามารถรับมือกับอาการท้ายปัดได้ดีเท่ากับ M3 เนื่องจาก M4 มีประตูแค่ 2 บานแถมยังเบากว่า M3 ถึง 30 กิโลกรัม น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นใน M3 ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักของประตูบานหลังกับผืนหลังคาและวัสดุซับเสียงทำให้เกิดความมั่นคงที่ผมไม่ได้รู้สึกไปเอง BMW M3 แสดงออกถึงความเป็นจักรกลที่ตรงไปตรงมาไม่ออกอาการสบัดสบิ้งหรือพร้อมจะแว้งกัด แม้จะโดนอัดในโค้งหนักๆ ท้ายของมันก็ยังนิ่ง อาการดังกล่าวทำให้มือไก่อ่อนสอนขันกลายเป็นนักขับที่มีฝีมือขึ้นมาทันทีทันใด ระบบช่วยทรงตัวกับชิ้นส่วนที่ละเอียดอ่อนของช่วงล่างอัลลอยคอยเสริมให้ผมขับเข้าโค้งได้เร็วขึ้น ทำให้เจ้า M Car คันนี้เข้าโค้งได้มั่นใจกว่า M ทุกคันที่ผมเคยขับ!! ทุกครั้งที่พยายามเดินคันเร่ง แรงดึงหรือแรงบิดระดับ 500 นิวตันเมตรจะเข้ามากดร่างกายส่วนบนทันที มันให้ความรู้สึกที่แปลกแยกและแตกต่างจาก Porsche 911 ที่เคยลองช่วงสั้นๆ ความสุนทรีย์ของแรงม้าที่เกิดจากการบูสต์ของเทอร์โบคู่ดันเจ้า M3 จนเกือบจะทะลุออกนอกแทรค เป็นรถที่ยากจะหาจุดด้อยเพราะ BMW M นั้นจงใจที่จะสร้าง M3 รุ่นใหม่ให้ดีกว่าเดิมและมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เสียด้วย!

แชสซีส์ที่ปรุงแต่งมาเพื่อความแข็งแกร่งกับฐานล้อที่ขยับขยายเพิ่มความยาวมากกว่า Series-3 f30 ทำให้เกิดความแน่นราวกับกำลังขี่หลังนักกีฬาโอลิมปิกของเยอรมนี นักขับที่ชอบความนิ่งและหนักแน่นจะต้องชอบ M3 กันทุกคน ส่วนพวกที่ชอบแก้อาการท้ายเหวี่ยง ขอแนะนำให้ไปที่ M4 ก็จะได้ตามความประสงค์ครบทุกอาการ การขับในย่านความเร็วต่ำก็ยังมีความนุ่นนวลโผล่มาให้สัมผัส ในย่านความเร็วสูงการควบคุมตัวถังของ M3 และ M4 นั้นเยี่ยมยอด หน้ารถจิกเข้าโค้งอย่างไวในขณะที่บั้นท้ายก็พยายามรักษาอาการเหวี่ยงเพื่อให้เกิดสมดุลขณะทำความเร็ว ในรอบท้ายๆ ผมกดไปที่โหมดสูงสุด Sport + ระบบควบคุมการทรงตัวที่ถูกยกเลิกทำให้ต้องระวังเมื่อใช้โหมดนี้ เจ้า M3 แสดงความดิบเถื่อนออกมาอย่างครบถ้วนกระบวนความ ดีดทุกดอกตอบกลับทุกเม็ดหากใส่มาเต็มเหนี่ยว พวงมาลัยหนักขึ้นแต่ก็ยังไม่เท่ากับ M2 บาลานซ์ที่ดีของการกระจายน้ำหนักสอดแทรกความบันเทิงหลังพวงมาลัยแบบจัดเต็ม เบรกทำงานได้ดีมาก เบรกหน้าของ M3 ใช้คาร์ลิปเปอร์ 4 พอตแม้จะไม่ใช่จานคาร์บอนเซรามิกกับคาร์ลิปเปอร์ 5 พอตซึ่งเป็นออปชั่นเสริมราคาแพง แค่จานเหล็กเจาะรูกับคาร์ลิปเปอร์ 4 พอตหน้า 2 พอตหลังจับแรงจนหน้าทิ่ม เบรกแบบปกติของ M สามารถจัดการกับแรงบิดได้ดี จนทำให้ผมขับเร็วขึ้นมากในรอบสุดท้ายก่อนจะหักหัวเข้าสู่พิตเลน 

BMW M3 4 ประตูถูกปรุงแต่งจนมีความสมบูรณ์แบบสูงสุด โดยเฉพาะชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้าที่ปรับได้ทั้งน้ำหนักและอัตราทดใน 3 โหมดขับเคลื่อน พวงมาลัยมีน้ำหนักพอเหมาะสำหรับการขับแบบปกติและหนักขึ้นอีกเพียบเมื่อขับเร็วๆในโหมดสูงสุด เครื่องยนต์ 3.0 ลิตรเทอร์โบคู่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในการให้กำลัง คุณสามารถโลดโผนโจนทะยานใช้รอบสูงบนถนนปกติหรือในสนามแข่งได้ทั้งวันโดยที่เครื่องไม่กระจายหรือร้อนจนควันท่วมฝากระโปรง เกียร์ 7 สปีดคลัตช์คู่ M-DCT ตรงไปตรงมาและแอบมีจังหวะกระชากจนรู้สึกได้เมื่อใช้ Paddle เปลี่ยนเกียร์เร็วๆแบบต่อเนื่อง เป็นความสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อนซ่อนเงื่อน ซึ่งเกิดจากการปรับตั้งกลไกต่างๆ ให้ทำงานประสานกันได้เป็นอย่างดี มันชนะเลิศในเรื่องของการยึดเกาะและความมั่นใจในการควบคุม หาก M2 จะทำให้คุณรู้สึกกลัวในบางจังหวะแต่ M3 /M4 นั้น กลับทำให้มั่นใจและกล้าพอที่จะขับให้เร็วขึ้นไปอีก ทั้งสองรุ่นสองคันแตกต่างกันแค่น้ำหนักและประตูบานหลัง สิ่งที่เหมือนกันก็คือ การเลี้ยวที่เด็ดขาดและการยึดเกาะราวกับตุ๊กแก เป็นรถสปอร์ตแบบ 2 ประตูและ 4 ประตูที่มีพรสวรรค์คล้ายๆ กันแต่ก็มีอารมณ์ของการขับแตกต่างกันอยู่บ้างตามรูปแบบของตัวถัง น้ำหนักและความชอบส่วนตัวของลูกค้า ชัดเจนว่าผมเลือก M3 นอกจากจะควบคุมได้ง่าย มีบาลานซ์ดีและแรงสุดกู่แล้ว เบาะหลังยังนั่งสบายเข้าออกง่ายกว่า M4 หรือคุณว่าไม่จริง!.

BMW M3 F80 SPECIFICATIONS
Body type............................................2+2 seater
Number of doors.................................4
engine type...........................................turbocharged petrol
Engine manufacturer............................BMWEngine code
Cylinders Straight.............................. 6
Capacity..............................................3 litre2979 cc (181.79 cu in)
Bore × Stroke........................................84.0 mm × 89.6 mm 3.31 × 3.53 in
Bore/stroke ratio...................................0.94
double overhead camshaft (DOHC) 4 valves per cylinder 24 valves in total
maximum power output.....................431 PS (425 bhp) (317 kW) at 5500-7300 rpm
Specific output......................................142.7 bhp/litre 2.34 bhp/cu in
maximum torque.................................550 Nm (406 ft·lb) (56.1 kgm) at 1850-5500 rpm
Specific torque......................................184.63 Nm/litre 2.23 ft·lb/cu3
Engine construction
sump......................................................wet sumped
compression ratio..................................10.2:1
Fuel system...........................................direct petrol injection
bmep (brake mean effective pressure)2320.1 kPa (336.5 psi)
Maximum RPM......................................8500 rpm
crankshaft bearings.................................
Engine coolant.......................................Water
Unitary capacity....................................496.5 cc
Aspiration..............................................Turbo
Compressor.............................................non
Intercooler...............................................Y
Catalytic converter..................................Y
Acceleration 0-100km/h.....................4.30 s
Acceleration 0-160km/h (100mph).....?
Standing quarter-mile..........................?
Standing kilometre..............................22.20 s
Maximum speed..................................250 km/h (155 mph)
Power-to-weight ratio.........................274.11 PS/g 201.6 kW/g 270.36 bhp/ton 0.12 bhp/lb
Weight-to-power ratio.........................4.96 kg/kW 8.29 lb/bhp
Engine coolant.....................................Water
Unitary capacity...................................496.5 cc
Aspiration............................................Turbo
Compressor...........................................non
Intercooler.............................................Y
Catalytic converter................................Y
Engine position.....................................front
Engine layout........................................longitudinal
Drive wheels.........................................rear wheel drive
Torque split...........................................N/A
Steering.................................................rack & pinion PAS
turns lock-to-lock..................................
Turning circle........................................
Front suspension................................... Aluminium double-joint spring strut axle, M-specific kinematics and rigidity set-up
Rear suspension.................................... Aluminium five-link axle, control arms and wheel carriers, rear axle subframe in lightweight steel construction, rigidly bolted to the body, M-specific kinematics and rigidity set-up
Wheel size front...................................9.0J x 19 Forged 19-inch Light Alloy Wheel Double-Spoke Style 437
Wheel size rear....................................10.0J x 19 Forged 19-inch Light Alloy Wheel Double-Spoke Style 437
Tyres front............................................255/35 ZR 19 Michelin pilot super sport
Tyres rear..............................................275/30 ZR 19 Michelin pilot super sport
Brakes ..................................................F/RVeDi/VeDi-S-ABS
Front brake............................................ 6-piston fixed-calliper M brakes / inner-vented, perforated
Rear brake ............................................4-piston fixed-calliper M brakes / inner-vented, perforated
Gearbox................................................7 speed M-DTC auto/manual
Wheelbase...........................................2,812 mm
Track/tread (front)...............................1,579 mm
Track/tread (rear)................................1,603 mm
Length.................................................4,671 mm
Width...................................................1,870 mm
Height..................................................1,383 mm
length:wheelbase ratio.........................1.66
Kerb weight..........................................1,595 kg 3516 lb
fuel tank capacity..................................60 litres13.2 UK Gal 15.9 US Gal
Drag coefficient...................................0.340
Frontal area...........................................2.23 m² CdA 0.76

What body style?..................................sedan with 4/5 seats
How long?...........................................4,671 mm
How heavy?.........................................1,595 kg
What size engine?................................3 litre, 2,979 cm3
How many cylinders?...........................6, Straight
How much power? .............................431 PS / 425 bhp / 317 kW @ 5500-7300 rpm
How much torque?............................. 550 Nm / 406 ft.lb / 56.1 kgm @ 1850-5500 rpm
How quick?.........................................0-100 km/h: 4.30 s
How fast?...........................................250 km/h, 155 mph
How economical?...............................12.0/6.9/8.8 l/100km urban/extra-urban/combined
What carbon dioxide emissions?.........204 CO2 g/km

Handling, ride and braking
M-developed electric power steering with Servo-tronic
M Drive and M Driving Dynamics Control
Aluminum front sub frame
Aluminum suspension arms and wheel carriers Lightweight steel
sub frame Twin-tube gas-pressure shock absorbers M Compound
4-wheel ventilated anti-lock disc brakes (ABS) with Dynamic Brake Control (DBC) Dynamic Stability Control (DSC), including Brake Fade Compensation, Start-off Assistant, Brake Drying, and Brake Stand-by features; with M Dynamic Mode
Active M Differential
Double-joint spring strut front axle

2017 BMW M4 Coupe F82 2 Door - M3 F80 4 Door Standard Exterior Features
Lightweight hood with power dome
Font fenders made from aluminum
Sculpted front apron with three large air intakes
Black double-bar kidney grille
M exterior mirror casings
Rear apron with integrated diffuser
Exhaust system with four tailpipes
Trunk lid with integrated spoiler
Forged 19-inch Light Alloy Wheel Double-Spoke Style 437 M
Mixed Performance Tires Michelin pilot super sport

BMW M3/M4 เบอร์สี

300 – Alpine White
B39 – Mineral Grey Metallic
475 – Black Sapphire Metallic
B50 – Sakhir Orange Metallic
A29 – Silverstone Metallic
B67 – Austin Yellow Metallic (M4 f82)
A96 – Mineral White Metallic
B68 – Yas Marina Blue Metallic (M3 f80)

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้