วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ป้ามหาภัย มอบตัว ขอโทษ ผู้โดยสาร

ป้ามหาภัย มอบตัว ขอโทษ ผู้โดยสาร

  • Share:

ป้าแท็กซี่มหาภัยวัย 50 ปี ควงทนายเข้ามอบตัว ปฏิเสธข้อหาลักทรัพย์ และ ข้อหาวิ่งราวทรัพย์ กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย ตำรวจคุมตัวส่งฝากขัง ทนายใช้เงินสด 2 แสนยื่นประกัน ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว ตะลึงอดีตป้าเป็นถึงเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสีลม โดนผลกระทบปิดถนนประท้วงทางการเมือง จนสิ้นเนื้อประดาตัวขายบ้าน 10 ล้านใช้หนี้ สามีทิ้งไปมีครอบครัวใหม่ ต้องจำใจขับแท็กซี่หาเลี้ยงลูกวัยเรียนอีก 2 คน อดทนกัดฟันทั้งน้ำตาหาเงินมาซื้อข้าวให้ลูกกิน เครียดจนกลายเป็นคนสองบุคลิก เจ้าตัวประกาศเลิกขับแท็กซี่แล้ว

จากกรณีที่มีการแชร์คลิปนางผุสดี อัญชัญภาติ คนขับรถแท็กซี่วีนแตกไล่ผู้โดยสารลงจากรถ นอกจากนี้ยังพบมีประวัติก่อเหตุลักทรัพย์ เจ้าทุกข์เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.บางเขน ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 เม.ย. นางผุสดี อัญชัญภาติ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 201/222 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมนายวิเชียร เพชรจำนงค์ ทนาย ความ เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม รอง ผบช.น. พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน ท่ามกลางสื่อมวลชนมาดักรอทำข่าวอย่างล้นหลาม ขณะที่นางน้อง (นามสมมติ) ผู้เสียหาย ที่เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.บางเขน เข้าชี้ตัวนางผุสดี ผู้ก่อเหตุได้ถูกต้องก่อนกล่าวว่า ตอนปี 2558 เรียกแท็กซี่จากเซ็นทรัลลาดพร้าว ไปที่พักย่านบางเขน มากับลูกสาววัย 6 ขวบ นางผุสดีขับรถกระชากน่าหวาดเสียวจึงขอลง นางผุสดีมีอารมณ์ขึ้นมาทันที บอกอยากตายหรือ ตอนลงจากรถนางผุสดีได้กระชากกระเป๋าสตางค์ไปจากมือในนั้นมีเงินสด 10,000 บาท แล้วขับออกไป เหตุการณ์นั้นทำให้ลูกสาวของตนกลัวรถแท็กซี่ไปเลยทุกครั้งที่เรียกรถแท็กซี่ลูกสาวจะกลัวมากแม้เหตุการณ์จะผ่านไป 2 ปี ยังจำได้ไม่ลืม

ต่อมา น.ส.ปิยาณี ยมนนท์ อายุ 34 ปี ผู้เสียหายที่แจ้งความถูกชิงทรัพย์ไว้ที่ สน.พหลโยธิน เข้าชี้ตัวนางผุสดีที่ สน.บางเขน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ย.57 เรียกรถแท็กซี่จากห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว ไปซอยลาดพร้าว 1 แต่นางผุสดีกลับขับรถอ้อม พอถามนางผุสดีแสดงอาการก้าวร้าว กระชากกระเป๋ามีเงินสด 2,000 บาท ขับรถกระชากออกไปอย่างรวดเร็วจนร่างตนเซถลาล้มลงได้รับบาดเจ็บ ส่วนที่ว่าป้าเครียดจากชีวิตจึงแสดงอาการก้าวร้าวก็ไม่ใช่ เหตุที่จะมาเกรี้ยวกราดใส่ผู้อื่น เพราะคนอื่นทั่วไปก็เครียดเหมือนกัน ไม่ใช่เครียดเฉพาะนางผุสดีคนเดียว

นางผุสดีโชเฟอร์แท็กซี่มหาภัยเดินทางมาที่ สน.บางเขน ในวันนี้ มีท่าทีสงบเสงี่ยม แม้จะถูกผู้เสียหายชี้ตัวก็ยังไม่แสดงอารมณ์เสีย ยกมือพนมไหว้ก่อนเริ่มแถลงข่าวว่า ที่มีการแจ้งความว่าตนลักทรัพย์ 10,000 บาท เมื่อปี 2558 ไม่เป็นความจริง เรื่องที่ใช้คัตเตอร์จี้ผู้โดยสารตนก็ไม่เคยทำ แต่ยอมรับว่าพกคัตเตอร์ไว้ในรถจริงเพื่อป้องกันตัว ส่วนเหตุการณ์ในคลิปนั้น เกิดจากผู้โดยสารแม่และลูกเรียกรถจากแพลตตินัม ไปจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งรถติดมากลูกสาวจึงให้ตนหลบเข้าซอย แต่ไปเจอรถติดผู้โดยสารก็ด่าหาว่าพาอ้อม ตนจึงเริ่มเครียด ขอให้ลง แต่ผู้โดยสารไม่ยอมลงและไม่จ่ายเงินให้ถึงที่หมายก่อนที่ตนบอกว่าขอไปเติมแก๊ส ผู้โดยสารไม่พอใจจะลง ขณะที่แม่จะจ่ายตังค์แต่ลูกไม่ให้จ่าย ตนดึงเงินจากมือลูกสาวที่ดึงกลับจนเงินขาด ส่วนที่มีการแจ้งความไว้ที่ สน.พหลโยธินที่ระบุว่า ตนชิงเงินผู้โดยสาร 2,000 บาทนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะผู้โดยสารเรียกรถจากเซ็นทรัลลาดพร้าวไปยังลาดพร้าวซอย 1 มิเตอร์ขึ้นเพียง 53 บาท ผู้โดยสารจ่ายมา 60 บาท ทอนไป 5 บาท หากจะชิงเงิน 2,000 บาท เป็นไปไม่ได้ ผู้โดยสารนั่งข้างหลังจะทำได้อย่างไรและไม่ทราบว่าผู้เสียหายบาดเจ็บขณะลงรถอีกด้วย

นางผุสดีกล่าวต่ออีกว่า เริ่มขับแท็กซี่ปี 2555 ยอมรับว่าเป็นคนอารมณ์ร้อน ถ้าเครียดจะมีอาการโมโหรุนแรงทันที ยอมรับว่าตนและผู้โดยสารมักจะทะเลาะกันเรื่องเส้นทางหลายครั้ง และตนมักจะเครียดและโมโหหากต้องไปเส้นทางที่รถติด เนื่องจากอยากส่งผู้โดยสารให้ถึงที่ จะได้ไปรับผู้โดยสารคนอื่นต่อ เพราะต้องหาเงินไปใช้หนี้สินจำนวนมากต้องขายบ้าน ขายรถ และยังเรื่องครอบครัว ไม่ได้ไปรักษาจริงจัง แต่จะซื้อยานอนหลับกับยาคลายเครียดจากร้านขายยา หรือคลินิก มากินเอง

“อยากขอโทษผู้โดยสาร ขอโทษเจ้าของอู่รถ เพื่อนคนขับรถแท็กซี่ ที่ทำให้เดือดร้อน ตนไม่ได้ตั้งใจ ไม่มีเจตนาจะทำร้ายใคร และเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนอย่างมาก ตอนนี้ก็ไม่ได้ขับรถมานานมากแล้ว ที่เข้ามามอบตัวเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์” นางผุสดีกล่าว

ด้านนายวิเชียร เพชรจำนงค์ ทนายความเผยว่า นางผุสดีเคยเป็นคนมีฐานะดีเข้าขั้นร่ำรวย เคยเปิดกิจการร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสีลม แต่ประสบปัญหาเหตุการณ์ปิดถนนประท้วงทางการเมืองเมื่อหลายปีก่อนทำให้การค้าขายย่านสีลมล่มสลาย จึงถูกธนาคารยึดทรัพย์บ้านพักมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท กลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว อีกทั้งถูกสามีทอดทิ้งไปมีครอบครัวใหม่ ต้องหาเลี้ยงลูกสองคนตามลำพัง จนเกิดภาวะเครียดสะสม นางผุสดีเป็นคนที่น่าสงสารหลังล้มละลายจากปัญหาธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นต้องยึดอาชีพขับรถแท็กซี่หาเงินส่งลูก 2 คนเรียนมหาวิทยาลัย จากคนร่ำรวยตกอับเป็นแค่คนขับรถแท็กซี่ หาเช้ากินค่ำและยังมีภาระอื่นๆอีกมากมาย ความกดดันเหล่านี้ที่สะสมมาเป็นเวลานาน ทำให้นางผุสดีกลายเป็นคนสองบุคลิก ขอให้สังคมให้อภัยและเห็นใจ ผลของคลิปยังทำให้ญาติของนางผุสดีไม่กล้าออกจากบ้านอีกด้วย ซึ่งหลังจากนี้นางผุสดีจะกลับไปใช้ชีวิตที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไม่กลับมาทำงานขับรถแท็กซี่อีกแล้ว

ด้าน พล.ต.ต.มนตรี รอง ผบช.น. กล่าวว่า หลังมีคลิปปรากฏตามสื่อออนไลน์ ตำรวจสืบสวนติดต่อไปยังนางผุสดีขอเข้ามอบตัวในวันนี้ พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำเพิ่มเติม และจะควบคุมตัวนางผุสดีพร้อมสำนวน ส่งให้พนักงานอัยการคดีพิเศษ 5 สำนักงานอัยการสูงสุดในวันนี้ นอกจากนี้ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ขออายัดตัวนางผุสดีไว้ ดำเนินคดีต่อในข้อหาวิ่งราวทรัพย์และกักขังหน่วงเหนี่ยว พฤติกรรมของ สน.พหลโยธิน คือนางผุสดีได้ไล่ผู้โดยสารลงจากรถ แต่เมื่อผู้โดยสารกำลังก้าวขาลง ก็ขับรถกระชากออกไป ทำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ และชิงเงินสด 2,000 บาทไปจากมือผู้โดยสารด้วย เหตุเกิดในซอยลาดพร้าว 1 เมื่อปี 2557 ทั้งนี้ จะให้ผู้ต้องหาใช้สิทธิ์ยื่นประกันตัวในชั้นศาล

ส่วนนายเล็ก ทัมพิสิทธิ์ นักวิชาการขนส่งชำนาญการ กรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับนางผุสดีใน 4 ความผิด เป็นเงินรวมทั้งหมด 9,000 บาท ประกอบด้วย ความผิดตามข้อกำหนดความปลอดภัยทางบก 5,000 บาท ขับรถในระหว่างใบอนุญาตขับขี่หมดอายุ 2,000 บาท แสดงวาจากิริยาไม่สุภาพ 1,000 บาท และส่งผู้โดยสารไม่ถึงจุดหมายปลายทางอีก 1,000 บาท

ต่อมาที่ศาลอาญาพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ยื่นคำร้องฝากขังนางผุสดี อัญชัญภาติ อายุ 50 ปี ในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน เมื่อปี 2558 ครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 5-16 เม.ย.2560 ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ คำร้องฝากขังระบุว่า เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2558 เวลา 21.30 น. นางผุสดีขับรถแท็กซี่ทะเบียน ทว-2270 กรุงเทพมหานคร รับ น.ส.อรดา เนียมแย้ม พร้อมบุตรสาว จากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ไปส่งที่ บ้านพักซอยนวลจันทร์ 16 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. เมื่อมาถึงถนนงามวงศ์วานทางเข้าประตู 3 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นางผุสดีผู้ต้องหาได้มีปากเสียงกับ น.ส.อรดาและบุตรสาว ผู้โดยสารจึงขอลงจากรถกลางทาง ขณะที่บุตรสาวได้เปิดประตูลงจากรถ น.ส.อรดาตกใจจึงวิ่งตามลูก ทำให้ลืมทรัพย์สินไว้ในรถแท็กซี่ ผู้ต้องหาได้โยนกระเป๋าสะพายสีดำออกจากรถแท็กซี่ พบเงินสด 12,700 บาท หายไป ศาลได้ออกหมายจับเลขที่ 454/2558 ลงวันที่ 5 มี.ค.2558 ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ขออำนาจศาลฝากขังและคัดค้านการปล่อยชั่วคราว

ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.ณัฏฐ์พัฒน์ พึ่งจาบ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้ยื่นคำร้องฝากขังนางผุสดี อัญชัญภาติ ในข้อหาวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ, หน่วงเหนี่ยว กักขัง และทำร้ายร่างกายไปผัดฟ้องฝากขังครั้งที่ 1 เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 5-16 เม.ย.2560 คำร้องระบุว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ย.2557 เวลา 21.30 น. น.ส.ปิยาณี ยมนานนท์ เรียกรถแท็กซี่ ทะเบียน ทศ 5553 กรุงเทพมหานคร ของนางผุสดี จากหน้าห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ไปซอยลาดพร้าว 1 เขตจตุจักร ให้ขับเข้าทางลัดผ่านห้างเทสโก้โลตัส แต่นางผุสดีโต้แย้งว่าซอยแคบ เป็นเหตุให้ผู้โดยสารขอลงจากรถแท็กซี่ นางผุสดีได้ทวงเงินค่ารถ ผู้โดยสารหยิบเงินขึ้นมา 2,340 บาท จ่ายค่าโดยสาร 90 บาท ผู้ต้องหากระชากเอาเงินทั้งหมดไปทอนให้ 5 บาท ก่อนไล่ให้ลงจากรถแท็กซี่ ด้านนายวิเชียร เพชรจำนงค์ ทนายความนางผุสดี ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เงินสด รวม 200,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวทั้งสองสำนวน ศาลพิจารณาแล้วเห็นสมควรให้ปล่อยตัวชั่วคราว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้