วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตร.ต้องทำหน้าที่ให้ครบ

ตร.ต้องทำหน้าที่ให้ครบ

โดย สหบาท
6 เม.ย. 2560 05:01 น.
  • Share:

กระแสแฟชั่นผู้ต้องหาไม่ขอให้การชั้นสอบสวน แต่ไปให้การชั้นศาลกำลังระบาด!

ทั้งที่ถูกวิจารณ์ว่าคิดผิด เพราะเมื่อไม่ให้การ ตำรวจและอัยการไม่มีข้อโต้แย้งอะไรมาสอบสวน เลยสรุปสำนวนสั่งฟ้อง กลายเป็นภาระที่ผู้ต้องหาต้องไปสู้คดีในชั้นศาล จนกล่าวอ้างว่าตกเป็นแพะถี่ขึ้น

แต่หารู้ไม่ว่า การที่ผู้ต้องหาไม่ให้การชั้นสอบสวน อาจเป็นเพราะไม่ไว้ใจตำรวจ!?!

ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง อุปนายกสภาทนายความ และประธานคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายเนติบัณฑิตสภา ให้ข้อคิดว่า ผู้ต้องหาจะให้การหรือไม่เป็นสิทธิที่กฎหมายรับรอง กระบวนการยุติธรรมต้องคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหา

ตำรวจต่างหาก มีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทำความผิด เพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา ตามหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

แต่ที่เขาไม่ให้การเพราะไม่ไว้ใจตำรวจ ที่สอบสวนไปเพื่อสรุปสำนวนสั่งฟ้อง ถือว่าไม่ครบถ้วนทั้งสองด้าน

เมื่อคดีไปถึงศาล จะใช้หลักชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน?

การที่ผู้ต้องหาเพิ่งให้การ ถือว่าคำให้การนั้นไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะมองว่าคำให้การชั้นสอบสวนใกล้ชิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆน่าเชื่อถือมากกว่า

ผู้ต้องหาหรือจำเลยจึงมีโอกาสติดคุกสูง!

ดังนั้น ต้องเริ่มแก้ไขที่ตำรวจ...หากตำรวจพัฒนาการสอบสวนฟังความทุกฝ่าย เพื่อแสวงหาพยานหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาด้วย อย่าตั้งป้อมว่าเป็นคนผิดเสมอไป

การที่ตำรวจคิดว่า ต้องสรุปสำนวนคดีเพราะมีหลักฐานพอฟ้อง การสอบสวนเช่นนี้ทำเพื่อฟ้องคดี ไม่ได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์แก่ผู้ต้องหา

ดังนั้น จึงต้องจัดเสวนากระบวนการยุติธรรมทางอาญา เรื่องขั้นตอนการดำเนินคดีอาญาที่ควรจะเป็น เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่ายที่เนติบัณฑิตยสภา หลังจากการขอรื้อฟื้นคดี “ครูแพะ” จบลง

ตำรวจเป็นต้นธารแห่งความยุติธรรม ต้องมองว่าผู้ต้องหาเป็นประธานในคดี ต้องเปิดโอกาสให้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความไว้วางใจ

ไม่เช่นนั้น คดีแพะคงจะเกิดขึ้นต่อไปไม่หยุด?!?

สหบาท

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้