วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แท็กซี่ที่ปะทะบอย ปรับ 2 พันพัก 30 วัน

แท็กซี่ที่ปะทะบอย ปรับ 2 พันพัก 30 วัน

  • Share:
‘ถกลเกียรติ’ รับโมโหเตะรถจริง เป็นเหยื่อระบบ

“กรมการขนส่งทางบก” เรียกโชเฟอร์ แท็กซี่คู่กรณีบอย-ถกลเกียรติไปเปรียบ เทียบปรับ 2 กรณี ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร อัตราโทษสูงสุดปรับ 1,000 บาท และใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพ ปรับในอัตราโทษสูงสุดอีก 1,000 บาท พักใช้ใบอนุญาตขับรถ 30 วัน และส่งเข้ารับการอบรมกฎระเบียบและจิตสำนึกการขับรถที่ดี 3 ชม. พร้อมบันทึกประวัติติดตามพฤติกรรม เผยไม่ติดใจผู้กำกับคนดัง แต่คนโพสต์คลิปไม่แน่ อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ ด้าน “บอย-ถกลเกียรติ” แถลง รับวันเกิดเหตุบันดาลโทสะเตะรถแท็กซี่จริง เพราะเรียกแท็กซี่ไม่ไปมาแล้ว 2 คัน เลยยอมจ่าย 1 พันบาท แต่ติงเรื่องไม่ยอมรับผู้โดยสาร และท้ายิงกันมันเกินไป โดยเฉพาะมีลูกสาวอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย โทษระบบที่ไม่เปิดทางเลือกให้ประชาชน ยันไม่ไปแจ้งความดำเนินคดีอะไรแล้วเพราะผิดด้วยกันทั้งคู่

กรณีสมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ Free’night Kub แชร์ภาพคนขับรถแท็กซี่ข่มขู่ผู้โดยสารเป็นชายที่ยืนเรียกรถอยู่ริมถนนปากซอยสุขุมวิท 33 พร้อมกับลูกสาว ให้ชายคนดังกล่าวกราบขอโทษอ้างว่าทุบรถ และเรียกร้องเงินจำนวน 1,000 บาท ต่อมาพบข้อเท็จจริงว่าชายในคลิปดังกล่าวคือ นายถกล-เกียรติ หรือบอย วีรวรรณ ผู้กำกับละครชื่อดัง และเป็นประธานกรรมการฝ่ายบริหารสถานีโทรทัศน์ช่องวันและลูกสาว หลังคลิปดังกล่าวเผยแพร่ไปกรมการขนส่งทางบกเรียกคนขับแท็กซี่คนดังกล่าวเข้าพบ และมีข่าวว่านายถกลเกียรติจะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับคนขับแท็กซี่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 3 เม.ย. นายรุ่งนคร ดลกุล คนขับแท็กซี่โตโยต้า อินโนว่า สีเขียวเหลือง ทะเบียน มช 3666 กรุงเทพมหานคร คู่กรณีนายถกลเกียรติ หรือบอย วีรวรรณ เดินทางเข้าพบนายณันทพงษ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) หลังจากนั้นนายณันทพงษ์ออกมาเปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกโดยกองตรวจการขนส่งทางบกดำเนินการติดตามและสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏว่ารถคันหมายเลขทะเบียน มช 3666 กรุงเทพมหานคร มีนายสุพจน์ มาตรแสง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ขับรถวันเกิดเหตุคือ นายรุ่งนคร ดลกุล ได้รับใบอนุญาตขับรถทุกประเภทชนิดที่ 2 สิ้นอายุใบอนุญาตวันที่ 3 ม.ค.2562

นายณันทพงษ์กล่าวว่า สอบสวนนายรุ่งนครให้การยอมรับว่า ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร และลงจากรถมาต่อว่าผู้โดยสารจริง เนื่องจากไม่พอใจที่ผู้โดยสารทุบรถ และยอมรับว่าเรียกเงินค่าเสียหาย 1,000 บาท กรมการขนส่งทางบกพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนายรุ่งนครไม่เหมาะสม ส่งผลกระทบต่อภาพพจน์และชื่อเสียงของผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะ การปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารและแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพพร้อมใช้วาจาข่มขู่ เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ 2522 ฐานปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร เปรียบเทียบปรับอัตราสูงสุดเป็นเงิน 1,000 บาท และใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพ ปรับในอัตราโทษสูงสุดเป็นเงิน 1,000 บาท พักใช้ใบอนุญาตขับรถ 1 เดือน และส่งเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับกฎระเบียบและจิตสำนึกการขับรถที่ดี 3 ชม. พร้อมบันทึกประวัติติดตามพฤติกรรมต่อไป

“นอกจากกรณีดังกล่าวแล้ว ที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกยังดำเนินการอย่างจริงจังกับรถแท็กซี่ที่ปฏิเสธผู้โดยสาร ใช้วาจาไม่สุภาพ และไม่ใช้มิเตอร์คิดค่าโดยสารที่ร้องเรียนผ่านหมายเลข 1584 หรือพบเห็นทางสื่อออนไลน์ต่างๆ จะเรียกเข้ามาสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง หากพบว่าผิดจริงต้องถูกปรับและพักใบอนุญาต หลังจากนี้จะเดินหน้าดำเนินการทุกกรณีที่มีปัญหา จนส่งผลกระทบกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง” นายณันทพงษ์กล่าว

ด้านนายรุ่งนคร ดลกุล กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดที่ปากซอยสุขุมวิท 33 ระหว่างที่กำลังจะเลี้ยวซ้ายและมองรถด้านขวาอยู่ มีคนมาโบกรถ ตนเห็นแล้วจึงส่งสัญญาณบอกว่า หัวมุมทางแยกรถจอดไม่ได้ แต่พอขับผ่านไปได้ยินเสียงทุบรถด้านซ้าย ลงมาดูเห็นรถมีรอยบุบ จึงพูดว่าถ้าคุณทำแบบนี้ยิงผมเลยดีกว่า ไม่ใช่ข่มขู่ว่ามีปืนอย่างที่เป็นข่าว คุณบอยจึงถามว่า ค่าเสียหายเท่าไหร่ เลยตอบไปว่า 1,000 บาท คุณบอยจึงจ่ายให้ เรื่องจบเพียงเท่านั้นไม่มีอะไร แต่เมื่อคลิปไปโพสต์จึงเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ด่าตนเสียหาย กระแสข่าวเรื่องนี้มาจากบุคคลที่ 3 อยากฝากถึงคุณบอยว่า ถึงท่านจะร่ำรวยขนาดไหน ผมเป็นคนหาเช้ากินค่ำ การที่ผมต้องมาเต้นอยู่คนเดียวแบบนี้กระทบกับรายได้มาก เพราะต้องหยุดงานหนึ่งวันก็เท่ากับว่ารายได้หายไปแล้ว และยังมีลูกเมียต้องเลี้ยงดูด้วย

ต่อมาเวลา 12.20 น. บอย-ถกลเกียรติ เปิดแถลงข่าวในรายการเที่ยงรายวัน ทางช่องวัน 31 ชั้น 2 สตูดิโอจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ บอย-ถกลเกียรติ เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ประมาณ 19.00 น.บริเวณสุขุมวิท 33 ตนกับลูกสาวคนโตไปดูหนังกันมา ก่อนแวะรับประทานอาหารร้านที่สั่งไว้ใกล้ๆบ้าน ขากลับตอนแรกคิดว่าจะเรียกอูเบอร์ แต่ลูกสาวบอกว่าผิดกฎหมาย ตนเลยเรียกแท็กซี่ แต่มาเจอกรณีแท็กซี่ไม่ไป 2 คัน ก่อนหน้าเจอคันคู่กรณีขับผ่านไปเลย ยอมรับว่าตอนนั้นอาจจะมีอารมณ์บันดาลโทสะ ยอมรับว่าผิดที่ใช้เท้าสะกิดเพื่อเรียกรถ คนขับแท็กซี่ไม่รู้ว่าตนใช้เท้า จากนั้นตนเปิดประตูเข้าไปนั่ง แต่คนขับแท็กซี่เปิดประตูออกมาท่าทางโกรธมาก ถามว่าทุบรถเขาทำไม เลยบอกว่าแล้วทำไมไม่รับทั้งที่ไฟติดว่าว่าง เขาบอกว่าอาจจะไปรับผู้โดยสารคนอื่นก็ได้ และบอกว่ามายิงกันสักนัดไหม

“ลูกสาวผมอยู่ตรงนั้น ลูกสาวบอกว่าพ่อไปเถอะ ยอมรับว่ามีส่วนผิดที่ไปทำรถเขา ผมเลยบอกว่าขอโทษ เขาเลยบอกว่าไหว้สิ ผมเลยยกมือไหว้แต่ในคลิปอาจไม่เห็น ตอนนั้นหน้าลูกหน้าภรรยาหน้าครอบครัวขึ้นมาเต็มไปหมด มาคิดว่าต้องโทษตัวเองเหมือนกัน เลยบอกเขาว่าจะให้ชดใช้เท่าไหร่ เขาเลยบอกว่า 1 พัน ต้องบอกว่าเขาไม่ได้เรียกร้องเงินก่อนเลยให้ไป ผมเข้าใจได้ถ้าขับรถมาแล้วมีคนมาทุบรถคงต้องโกรธ แต่ต้องแยกคนละประเด็น เพราะไฟรถติดว่าว่างแต่คุณไม่รับ มีแบบนี้หลายคัน เรื่องของผมไม่ใช่กรณีแรก แต่มี 1 ประเด็นคือการที่เขาพูดว่ามายิงกันสักนัดไหม คิดว่ามันน่าจะเกินกว่าเหตุเพราะมีเด็กอยู่ตรงนั้นด้วย” บอย-ถกลเกียรติกล่าว

บอย-ถกลเกียรติเผยต่อไปว่า ประเด็นใหญ่กว่าไม่ใช่เรื่องของตนกับแท็กซี่ แต่เรื่องใหญ่จริงๆคือ ทั้งตนและคนขับแท็กซี่เป็นเหยื่อของระบบ สังคมเรามีทางเลือกว่าเราใช้บริการอะไรก็ได้ แต่กฎหมายกำลังจำกัดทางเลือกของประชาชน ตนเป็นคนใช้บริการทั้งแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์ อยากตั้งคำถามว่า ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงๆ แล้วตัวเลือกเรามีแต่กฎหมายจำกัดตัวเลือก ไม่อย่างนั้นตนคงเรียกอย่างอื่นแล้วถ้าลูกไม่ทัก แต่มันไม่ถูกกฎหมาย หลังจากนี้ไม่อยากเอาเรื่อง อยากขอโทษคนขับแท็กซี่คนนั้นด้วย เรื่องที่บันดาลโทสะ ถามว่าจะเอาความอะไรในเชิงกฎหมายหรือไม่ ถ้าจะทำให้ถูกต้องคงต้องลงบันทึกประจำวันไว้ว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่ไม่ได้แจ้งความ ไม่อยากเอาผิดอะไร เพราะมันเป็นเรื่องของการมีความผิดด้วยกันทั้งคู่

ระหว่างแถลงข่าวมีการเปิดคลิปวีดิโอในส่วนของแท็กซี่คู่กรณี นายรุ่งนคร ดลกุล กล่าวในคลิปว่า “ผมบอกคุณไปแล้วว่าผมจอดไม่ได้ ผมไม่รู้หรอกว่า 2 คันก่อนหน้านั้นที่เรียกมีอะไร แต่เรารักทรัพย์สินของเรา ถ้ามีใครมาทำลายทรัพย์สินเราต้องปกป้อง และเงิน 1 พันบาทคุณบอยเสนอขึ้นมาเอง ผมไม่ได้เรียกร้อง นายรุ่งนครยังยืนยันว่าไม่ได้ข่มขู่ผู้โดยสาร แต่พูดว่าถ้าคุณทำอย่างนี้ ยิงผมเลยดีกว่า ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตอนนี้มันขึ้นอยู่กับบุคคลคนที่ 3 ที่เป็นคนโพสต์ รายละเอียดที่ออกมาเป็นความผิด ถ้าอยากรู้ความจริงต้องเอาผมกับคุณบอยมานั่งคุยกันทั้งคู่”

หลังจากเปิดคลิปวีดิโอจบ บอย-ถกลเกียรติ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าเราพูดตรงกัน ตนเห็นใจ และสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องของระบบ ถามว่าในเหตุการณ์ลูกสาวตนร้องไห้ไหม ตอนนั้นลูกบอกตนว่า พ่อไปเถอะๆอยู่ตรงนั้น ตนสงสารลูกจริงๆ ถ้าใครรู้จักตนดีตนเป็นคนที่หลักการมาก่อน ถ้าคุณทำอาชีพนี้ ในเมื่อไฟว่างเปิดอยู่คุณต้องรับ อย่างที่บอก ถ้าด้วยความถูกต้องคงให้ทีมงานไปลงบันทึกประจำวัน แต่ไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องราวต่อไปเลยจริงๆถ้าไม่มีเรื่องราวลงในโลกออนไลน์มันก็จบแล้ว

ส่วนความคืบหน้าที่ สน.ทองหล่อ หลังออกจากกรมการขนส่งทางบก นายรุ่งนคร เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่เอาความ ขอยุติเรื่อง ราวที่เกิดขึ้น หลังบอย-ถกลเกียรติ ตั้งโต๊ะแถลงการณ์ผ่านรายการเที่ยงรายวัน นายรุ่งนครกล่าวว่า หลังคุณบอยแถลงไปแล้วถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีว่า สิ่งที่แถลงกับบุคคลที่โพสต์คลิปลงเฟซบุ๊กและตั้งหัวข้อเรื่องขัดแย้งกัน ไม่เป็นไปตามหัวข้อนั้น เมื่อเรียกรถหลายคันไม่จอดจนเกิดโมโหแล้วเตะรถตน คุณบอยยอมรับผิดพร้อมชดใช้ค่าเสียหาย ตนต้องขอโทษด้วยที่ใช้วาจาไม่สุภาพทำกิริยาไม่เรียบร้อย ที่ทำไปเพราะโมโหเช่นกัน ขอยุติเรื่องราวไว้เพียงเท่านี้ เนื่องจากเป็นคนหาเช้ากินค่ำ มีลูกเมียต้องดูแล แต่อาจแจ้งความคนโพสต์คลิปที่ทำให้เสียหาย อยากฝากถึงคนโพสต์ว่า การโพสต์อะไรไปควรหาข้อมูลที่เป็นจริง คนอื่นจะได้ไม่เสียหาย ตนไม่ได้ข่มขู่ไม่ได้พูดคำว่าปืนแม้แต่คำเดียว

“ส่วนที่ไม่รับผู้โดยสารทั่วไปเนื่องจากรถของตนคันใหญ่ เหมาะสำหรับรับผู้โดยสารที่มีสำภาระมากกว่า และค่าเชื้อเพลิงสูงไม่สมกับรายได้ จึงเน้นผู้โดยสารโรงแรมกับสนามบินเป็นหลัก เรื่องนี้ตนถูกกรมขนส่งเปรียบเทียบปรับว่า ปฏิเสธผู้โดยสาร เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้หากส่งผู้โดยสารจากสนามบินไปยังจุดหมายแล้ว ตนจะปิดไฟว่างหรืองดรับจ้างทันทีเพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว” นายรุ่งนครกล่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้รับผิดชอบงานจราจร พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไปหารือกับกลุ่มสมาคมแท็กซี่ เพื่อขอความร่วมมือการปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงเรื่องการปฏิเสธผู้โดยสาร แก้ปัญหาต่างๆ ที่มีข้อร้องเรียนเข้ามา ตำรวจจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้กรณีผู้ขับรถแท็กซี่ทำร้ายหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ผู้โดยสารทุกคนต้องรู้จักป้องกันตัวเองด้วย ทุกครั้งที่โดยสารรถแท็กซี่ให้ถ่าย ภาพทะเบียนรถ ป้ายชื่อผู้ขับขี่ สอบถามชื่อคนขับ โทรศัพท์หรือแจ้งข้อมูลบอกญาติหรือเพื่อนสนิทไว้เพื่อป้องกันไว้ก่อน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้