วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"นักวิชาการ-แพทย์-สื่อ" รุมเฉ่งรัฐมัดมือชกแก้ พ.ร.บ.สสส.

"นักวิชาการ-แพทย์-สื่อ" รุมเฉ่งยับรัฐบาลมัดมือชกแก้ไข พ.ร.บ.สสส. อัดยับเร่งรีบ-ฉวยโอกาสตัดเขี้ยวเล็บ สสส. เตือนระวังเป็นตราบาปทำลายสุขภาพที่ดีคนไทย งงเสียงประชาพิจารณ์มีแต่คนไม่เห็นด้วยแต่รัฐขอแก้ไข ข้องใจองค์การอนามัยโลกยกย่องให้ สสส.ไทย เป็นต้นแบบองค์กรทำงานสร้างเสริมสุขภาพดี แต่รัฐกลับมองเป็นผู้ร้าย แฉรัฐบาลบอกเปิดกว้างมีส่วนร่วม แต่กลับปิดเงียบทำกันเอง ด้านเครือข่ายสุขภาพวอล์กเอาต์ ไม่ร่วมประชาพิจารณ์มัดมือชก

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.60 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กระทรวงสาธารณสุข จัดประชุมสัมมนาประชาพิจารณ์ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ครั้งที่ 2 โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และภาคีเครือข่าย รวมกว่า 200 คน เข้าร่วมรับฟังและนำเสนอข้อคิดเห็น โดยมี นพ.เสรี ตู้จินดา ประธานคณะที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุม

โดย พญ.ชนิกา ตู้จินดา ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ในฐานะอดีตคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีความรู้สึกเข้าใจและเห็นใจโดยเฉพาะภาคีเครือข่ายที่ทำงานร่วมกับ สสส. เพราะการทำงานของ สสส.เป็นงานบุญ ควรมีส่วนเข้าไปรับทราบในกระบวนการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กองทุนฯ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าการรับฟังความเห็นในครั้งนี้คงไม่สามารถสรุปได้ เพราะเท่าที่ได้รับฟังตั้งแต่เปิดประชุมมายังไม่มีใครเห็นด้วยกับการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เลย โดยเฉพาะหลักการและเหตุที่ได้ยกขึ้นมาเป็นลักษณะรีบเขียนจากวิกฤติที่เกิดกับ สสส.ที่ผ่านมา โดยไม่มีการเท้าความให้ถี่ถ้วนและรอบด้าน ดังนั้นการรับฟังความเห็นในวันนี้ตนคิดว่าอยากให้ทุกคนที่ทำงานกับ สสส.ได้ร่วมกันระบายความในใจ โดยยึดหลักการทำงานเพื่อประเทศชาติตามเจตนารมณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 อย่างไรก็ตามตนก็เห็นใจผู้บริหารประเทศจากสถานการณ์ที่ผ่านมา แต่การรับฟังความเห็นในวันนี้ก็สะท้อนกลับไปที่กระทรวงสาธารณสุขแล้วว่า ความคิดความเห็นของ 3 กระทรวงคงไม่เพียงพอ

นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายคุณภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า นิยามของการสร้างเสริมสุขภาพหมายถึงการให้คนในสังคมมีสุขภาวะที่ดี ซึ่งหมายรวมถึงสุขภาวะทางกาย จิต ปัญญา และสังคม ถือเป็นแม่บทใหญ่ในการทำงานของ สสส. ทำหน้าที่ในการผลักดันให้เกิดนโยบายสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพตามที่ระบุไว้ในกฎบัตรออตตาวา ที่เน้นการสร้างเสริมสุขภาพในองค์รวม ซึ่งสอดคล้องกับนิยามการสร้างเสริมสุขภาพของเซอร์ ไมเคิล กิเดียน มาร์มอต ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 24 ประจำปี 2558 สาขาการสาธารณสุข ที่ได้ระบุไว้ในงานวิจัยเรื่อง “ปัจจัยทางสังคมและความไม่เท่าเทียมทางสุขภาพจากมุมมองโลก” ว่า ผู้มีรายได้น้อยมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าผู้มีรายได้สูงกว่าเพราะสิ่งแวดล้อมไม่เหมือนกัน ซึ่งการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะนั้นเป็นภารกิจของรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข โดย สสส. เป็นผู้ช่วยสำคัญ นี่คือนิยามของการสร้างเสริมสุขภาพ ดังนั้นอยากให้ตีโจทย์ของนิยามคำว่า สร้างเสริมสุขภาพให้แตก และหากเข้าใจนิยามแล้วจะเข้าใจชัดเจนว่างานสร้างเสริมสุขภาพที่ สสส.ทำอยู่ไม่ได้กว้างเกินไปเลย

นายวันชัย บุญประชา ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว กล่าวว่า กระบวนการร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนฯ ที่ผ่านมา ไม่ได้ผ่านการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และตนอยากถามว่า เหตุใดจึงมีทัศนคติที่เป็นไปในเชิงลบต่อกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพของคนไทย ทัศนคติเช่นนี้ทำให้เครือข่ายของคนทำงานสร้างเสริมสุขภาพกว่า 10 ปี มีความกังวลและเกิดคำถามว่า ข้อคิดเห็นจากเครือข่ายฯ ในที่ประชุมประชาพิจารณ์ในครั้งนี้จะถูกนำไปพิจารณาหรือไม่ หรือเพียงทำตามขั้นตอนปฏิบัติเท่านั้น

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ สื่อมวลชนอาวุโส กล่าวว่า ก่อนการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กองทุนฯ ตนได้มีโอกาสพบรัฐมนตรีฯ จาก 3 กระทรวง และหารือกันกว่าครึ่งชั่วโมง โดยท่านรัฐมนตรียังบอกว่า หากมีการปรับแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.สสส. จะเชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องมามีส่วนร่วมด้วย โดยจะตั้งคณะกรรมการขึ้น 1 ชุด โดยมีผู้แทนจาก สสส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม รวมถึงได้มีการทาบทามตนในฐานะสื่อมวลชนเข้าร่วมด้วย ซึ่งตนคิดว่าเป็นกระบวนการที่ดี แต่วันนี้กลับแปลกใจว่าร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนฯ ที่ผ่านการพิจารณาจาก 3 กระทรวง กลับไม่ผ่านกระบวนการที่กล่าวไว้ และท้ายที่สุดก็เป็นกระบวนการที่ไม่ผ่านการมีส่วนร่วมจากหน่วยงานที่เข้าใจ ดังนั้นตนก็เข้าใจภาคีเครือข่ายว่าจะมีความเชื่อมั่นได้อย่างไรว่า ข้อคิดเห็นที่เสนอวันนี้จะถูกนำไปแก้ไขในร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนฯ และมีหลักประกันอย่างไรว่าร่างแก้ไขครั้งนี้จะมีการรับฟังความเห็นอย่างครอบคลุมรอบด้าน และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้เกี่ยวข้องว่าก่อนที่จะร่างแก้ไข เสนอต่อที่ประชุม ครม. จะมีการปรับแก้ไขถ้อยคำในหลายประเด็นที่มีข้อกังวลกัน

นพ.วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ อดีตนายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การที่ระบุไว้ในเหตุผลของการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กองทุนฯ ว่า กฎหมายของ สสส. มีบทบัญญัติบางประการที่ไม่สอดคล้องกับการดำเนินงานของกองทุน การใช้จ่ายเงินงบประมาณไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลนั้น ถือเป็นการแก้ไข พ.ร.บ. สสส. ด้วยความเกลียดและความกลัว ทั้งที่การตรวจสอบที่ผ่านมาไม่พบประเด็นการทุจริต อีกทั้ง สสส. ยังได้รับรางวัลหน่วยงานที่มีธรรมาภิบาล และองค์กรต่างชาติยกย่องให้เป็นต้นแบบการทำงานสร้างเสริมสุขภาพ สสส. ไม่ใช่เซลล์หลักในการทำงานแต่เป็นฮอร์โมนแห่งความสุขที่หนุนเสริมการทำงานทุกๆ หน่วยงานไม่ใช่เฉพาะแค่กระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น ตนจึงขอเรียกร้องให้แก้ไขหลักการและเหตุผลในร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนฯ ใหม่

นายไพศาล ลิ้มสถิต กรรมการบริหารศูนย์กฎหมาย สุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากหลักการและเหตุผลในร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนฯ นั้นตนเองว่าอาจขัดร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2559 ในมาตรา 77 ที่ระบุว่า ก่อนการตรากฎหมายรัฐพึงจัดรับฟังความเห็นผู้เกี่ยวข้อง และศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ เปิดเผยแผนการรับฟังความเห็นต่อประชาชน และนำข้อมูลมาประกอบการตรากฎหมายทุกขั้นตอน ดังนั้นกระบวนการก่อนมีกฎหมายต้องมีขั้นตอนเหล่านี้

นายดนัย สุวรรณา ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หลักการและเหตุผล ควรต้องแก้ไข ตนเห็นด้วย ยืนยันว่าร่างแก้ไขครั้งนี้เป็นเพียงการยกร่างขึ้น ยังสามารถแก้ไขได้ ในประเด็นที่เครือข่ายไม่เห็นด้วยก็สามารถแสดงความความเห็นได้ส่วนจะมีการประชาพิจารณ์ครั้งต่อไป หรือมีกระบวนการอื่นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายของทั้ง 3 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง

นพ.มารุต จิรเศรษฐสิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขั้นตอนการดำเนินการหลังจากที่รับฟังความเห็นจากที่ประชุมประชาพิจารณ์ร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนฯ ในครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 แล้ว จะสรุปประเด็นข้อคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทั้ง 16 ประเด็น นำเสนอต่อ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รับทราบภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ จากนั้นนำเข้าสู่ที่ประชุมร่วม 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณาว่ามีประเด็นใดที่มีข้อห่วงใยจาก สสส. และภาคีเครือข่ายฯ นั้น ควรมีการปรับแก้ไขอย่างไรให้กองทุน สสส. ยังคงดำเนินงานได้ตามเจตนารมณ์ รวมถึงจะได้เชิญ ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการจากนี้ด้วย

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ตลอดการทำงานของ สสส. กว่า 15 ปี มีเนื้อหาการทำงานที่ชัดเจน ไม่ใช่กองทุนที่ล้มเหลวเหมือนที่มีการกล่าวหา มีนวัตกรรมที่เกิดจากการทำงานที่กว้างขวาง หลากหลาย เข้าใจว่าผู้ที่อาจไม่เคยได้สัมผัสการดำเนินงานของ สสส. อาจใช้หลักกฎหมาย หรือหลักการทางนโยบายมาตัดสินใจ อย่างไรก็ตามตนหวังว่าจะได้มีโอกาสชี้แจง และแสดงเจตนารมณ์ของกองทุนฯ โดยเฉพาะการจัดตั้งกองทุนได้มีการศึกษามานานกว่า 8 ปีก่อนที่จะมีการผ่าน พ.ร.บ.สสส. ในปี 2544 และตลอดระยะเวลาการทำงานก็ถูกประเมินจากองค์กรในระดับประเทศมากมาย องค์การอนามัยโลกเองได้ยกให้ สสส. เป็นต้นแบบองค์กรนวัตกรรมทางการเงินเพื่อการทำงานสร้างเสริมสุขภาพ ที่อยากให้ประเทศได้มาเรียนรู้และนำไปใช้เป็นแบบอย่าง

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ในการประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนฯ ครั้งนี้ มีการแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะประเด็นที่มีการระบุหลักการและเหตุผลในการแก้ไข ที่ระบุว่า มีการดำเนินงานที่ไม่สอดคล้องกับกองทุนฯ ไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งขัดกับข้อเท็จจริงที่ สสส. เป็นหน่วยงานที่ได้คะแนนการประเมินด้านคุณธรรมและความโปร่งใสการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ถึงร้อยละ 81.41 ได้รับเกียรติบัตรรับรองจากนายกรัฐมนตรีว่า เป็นองค์กรที่มีคุณธรรมและความโปร่งใสการดำเนินงานระดับสูงมาก ผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่จึงเสนอให้มีการกลับไปแก้ไขหลักการและเหตุผล และเปิดโอกาสให้ สสส.และผู้เกี่ยวข้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการยกแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กองทุนฯ ก่อนจะนำมาสู่การประชาพิจารณ์ที่รอบด้านอีกครั้ง โดยนางทิชา ณ นคร กรรมการกองทุน สสส. ตัดสินใจออกจากที่ประชุมประชาพิจารณ์ และในภาคบ่ายภาคีเครือข่ายด้านสร้างเสริมสุขภาพ ได้ตัดสินใจไม่เข้าร่วมการประชาพิจารณ์ เพื่อแสดงจุดยืนไม่ยอมรับการประชาพิจารณ์ครั้งนี้

"นักวิชาการ-แพทย์-สื่อ" รุมเฉ่งยับรัฐบาลมัดมือชกแก้ไข พ.ร.บ.สสส. อัดยับเร่งรีบ-ฉวยโอกาสตัดเขี้ยวเล็บ สสส. เตือนระวังเป็นตราบาปทำลายสุขภาพที่ดีคนไทย งงเสียงประชาพิจารณ์มีแต่คนไม่เห็นด้วยแต่รัฐขอแก้ไข 3 เม.ย. 2560 16:07 3 เม.ย. 2560 19:38 ไทยรัฐ