วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
การเมืองวนไป

การเมืองวนไป

โดย หมัดเหล็ก
4 เม.ย. 2560 05:01 น.
  • Share:

วิกฤติการเมืองตั้งแต่ปี 2548 มาจนถึงปี 2560 เป็น วิบากกรรมของประเทศไทย ที่ส่งผลให้โครงสร้างของประเทศบิดเบือนและด้อยพัฒนาอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็น ระบอบประชาธิปไตย การปฏิรูปด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน เลยไปจนถึงเรื่องของ ความน่าเชื่อถือ ความมั่นคง และเศรษฐกิจภาพรวม ของประเทศ

ความสูญเสียจากวิกฤติการเมือง ความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่ละครั้ง ทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ แต่โอกาสที่เสียไปคงไม่สามารถคำนวณได้ชัดเจน แค่ มูลค่าความเสื่อมประเทศ ในทุกๆด้าน เมื่อคิดคำนวณจากการเจริญเติบโตและพัฒนาของประเทศต่างๆ เฉพาะในอาเซียนด้วยกันก็มีมูลค่ามหาศาลแล้ว

การก้าวห้าม ทักษิณ ชินวัตร ไม่พ้น จนหยิบยกมาเป็นข้อ สังเกตว่า ทักษิณ ไม่ได้อยู่ประเทศไทยมานับ 10 ปี ไม่มีส่วนได้เสียในการบังคับบัญชา การบริหารราชการแผ่นดินไม่มีพื้นที่สื่อหรือทรัพย์สินเงินทองที่จับต้องได้เป็นรูปธรรม แต่ถูกดึงเข้ามามีส่วนทุกครั้งทุกเรื่อง จะเป็นการเขียนเสือให้วัวกลัว หรือเพราะต้องการ คงไว้ซึ่งความขัดแย้งอย่างถาวร เป็นยุทธศาสตร์แตกแยกเพื่อปกครอง ก็ต้องคำนึงถึงผลดีผลเสีย

กองทัพก็คือ นักปกครอง นักการเมือง คือ นักบริหาร ดังนั้นการกำหนดอำนาจหน้าที่จึงไม่ควรจะก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ถ้านักการเมืองไปล้วงลูกในกองทัพก็เป็นเหตุ หรือถ้ากองทัพเข้ามาล้วงลูกการเมืองก็เกิดเหตุ

ประเทศไทยก็เป็นเช่นนี้เอง

แต่เมื่อปล่อยให้การบริหารประเทศ ผิดฝาผิดตัว ไปเรื่อยๆ ในที่สุดจะกระทบไปถึงการบริหารจัดการประเทศโดยตรง คนที่รับกรรมคือประชาชนตาดำๆตามระเบียบ หลักการปกครอง ที่จะทำให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้นั้น จะต้องปกครองอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพซึ่งกันและกัน

นโยบายและการปฏิรูปของรัฐบาลที่มาจากกองทัพ ต้องเกยตื้น ก็เพราะไม่เข้าใจและเข้าถึงการบริหารจัดการประเทศที่แท้จริง ระบบการปกครองก็เป็นส่วนหนึ่ง การให้อำนาจผู้ปกครองมากเกินไป ก็จะเกิดความไม่สมดุลในการบริหารประเทศ ถ้าผู้ปกครองไม่มีอำนาจ ในที่สุดก็จะเกิดภาวะรัฐล้มเหลวขึ้น

การใช้อำนาจจึงต้องสมดุล ระหว่างเผด็จการกับประชาธิปไตยเกินขอบเขต

วันนี้ถ้า รัฐบาล คสช. ยังเล่นเกมการเมือง เพื่อรักษาอำนาจและใช้ยุทธศาสตร์แบ่งแยกเพื่อปกครองต่อไป ยังก้าวข้าม ทักษิณ ไม่พ้น และใช้ วิกฤติการเมืองในอดีต เป็นตุ๊กตาเพื่อบริหารประเทศในอนาคต

วิกฤติบ้านเมืองจะเป็นวงจรอุบาทว์

ในอดีต วงจรอุบาทว์ ถูกตัดการเชื่อมต่อของวงจรโดยการลดอำนาจทางทหาร การโยกย้ายแต่งตั้งขึ้นอยู่กับการเมืองที่ใช้อำนาจผ่าน รมว.กลาโหม นายกฯที่มาจากพลเรือนมักจะควบตำแหน่ง รมว.กลาโหมเพื่อเสถียรภาพของรัฐบาลเอง

ต่อมามีการต่อต้านไม่ให้มีการควบเก้าอี้นายกฯกับกลาโหมและให้คนในกองทัพมานั่ง รมว.กลาโหมจนถึงยุคปัจจุบัน กองทัพ ทึกทักว่าได้เวลาที่จะเข้ามาเล่นเกมนี้ด้วยตัวเองเสียที โดยมีอนาคตของประเทศไทยเป็นเดิมพัน.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้