วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สมการปรองดองยังไม่ลงตัว

สมการปรองดองยังไม่ลงตัว

โดย สายล่อฟ้า
4 เม.ย. 2560 05:01 น.
  • Share:

ปรองดองเริ่มมองเห็นภาพ...ใครเป็นใคร

บันไดก้าวไปสู่ความปรองดองกำลังทำให้ทีมงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยการเปิดรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างๆกำลังจะงวดเข้าไปทุกที

ข้อมูลที่ได้จากข้อเสนอแนะน่าจะพอมองเห็นข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมได้ว่าควรจะกำหนดกรอบความปรองดองออกมาอย่างไร

แต่นั่นจะทำให้เกิดความปรองดองได้หรือไม่...เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เพราะกรรมวิธีที่ดำเนินการอยู่นั้นเป็นเพียงแค่ผลแห่งการปฏิบัติที่เป็นทางการมากกว่าที่จะเข้าถึงปัญหาซึ่งเป็น “ต้นตอ” จริงๆของความขัดแย้ง

เป็นที่รู้กันดีว่าอะไรคือตัวปัญหาจริงๆซึ่งจะต้องไปแก้กันตรงนั้น...เพียงแต่จะใช้วิธีการอย่างไรหากต้องการผลสัมฤทธิ์

ล่าสุดได้โผล่ตัวออกมาแล้วคือ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่เก็บตัวเงียบมานานได้โพสต์ข้อความให้ปรากฏออกมาแล้ว

การแสดงตัวตนที่ทำให้เห็นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีการระบุเอาไว้หลายประเด็น

“ไม่เพียงแต่ผมคนเดียว ครอบครัวก็ตกเป็นเหยื่อของการกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสี ถูกกระทำมาโดยตลอด”

เป็นการย้อนถึงความเป็นไปที่เกิดขึ้นต่อเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขา แต่เป็นเรื่องการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาลเองทั้งสิ้น

ล่าสุดเรื่องภาษีหุ้นชินคอร์ป หากมีการกระทำผิดจริงแล้วรัฐบาลที่มาจากผลพวงของการรัฐประหาร 2-3 รัฐบาลที่ผ่านมาย่อมต้องเอาผิดไปนานแล้ว คงไม่ปล่อยไว้กระทั่งหมดอายุความจึงค่อยใช้อภินิหารทางกฎหมายมาเล่นงานแบบนี้

“ขอเรียนว่าในหลักการของกฎหมายสากลจะต้องไม่มีการใช้อำนาจหรืออภินิหารใดๆ นอกเหนือจากการใช้ความเที่ยงตรงและเป็นธรรมในการสั่งฟ้องหรือตัดสินคดี”

“ต้องออกจากประเทศไทยที่รักสุดชีวิตมาร่วม 11 ปี ต้องจากบ้านที่เคยอยู่ จากครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่ง เนื่องจากรัฐประหาร จากนั้นยังถูกใส่ร้ายป้ายสีรวมถึงถูกกลั่นแกล้งด้วยการตั้งคณะบุคคล ซึ่งเป็นปฏิปักษ์มาตรวจสอบ”

“ขอให้ทุกฝ่ายโปรดตัดผมออกจากการสมการปรองดองไปได้เลย ไม่ต้องมาเสนออะไรให้เพื่อช่วย”

“สุดท้ายผมอยากจะบอกว่าผมหยุดแล้ว...ท่านล่ะ เมื่อไรจะหยุดสักที อย่ารักชาติ รักสถาบัน เพียงแค่คำพูดกันเลยครับ”

ก็จับความเอามาเข้าสู่ประเด็นที่เป็นจริงมากกว่าความจริงที่ไม่พยายามพูดถึง เพราะการสร้างความปรองดองนั้นต้องพุ่งเป้าไปถึงต้นตอของปัญหา

เมื่อมีการแสดงตัวตนออกมาอย่างนี้ก็พอจะมองเห็นแล้วว่าจะต้องทำอย่างไรกันต่อไป โดยเฉพาะ คสช. ที่มีอำนาจพิเศษอยู่ในขณะนี้

มาตรการภาษีที่ใช้กฎหมายมาเป็นตัวกำกับนั้นแม้จะมองต่างมุมกัน แต่ผลที่เกิดขึ้นนั้นในแง่การเมืองน่าจะส่งผลพอสมควร

มิฉะนั้น นายทักษิณ ชินวัตร คงไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างที่ปรากฏ เพราะมันได้แทงทะลุเข้าไปถึงความเป็นไปต่างๆได้

หากมองในมุมของ คสช. ถือว่าเป็นการรุกทางการเมืองสำคัญที่ทำให้อีกฝ่ายแทบจะหมดประตูหมดเกมเล่นไปเลยก็ว่าได้

ทว่านั่นเป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์เท่านั้น แต่ต่อจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นเป็นเรื่องที่จะต้องจับตากันดูต่อไป

เพราะที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ยังไม่มีใครเชื่อว่า “ผมหยุดแล้ว”...


“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้