วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตัวตนจริง ขุนอินทร์

ตัวตนจริง ขุนอินทร์

  • Share:

ใครที่ได้ดูหนังเรื่องโหมโรง...“นายศร” นักระนาดเอกหนุ่มลุ่มน้ำแม่กลอง ชนะ “ขุนอินทร์” มือหนึ่งระนาดเอกวงการ ด้วยอาการ “มือตาย” ตีต่อไปไม่ไหว สะใจคนดู

ภาพ “ขุนอินทร์” ในหนังแต่งให้ นายศรเป็นพระเอก ให้ขุนอินทร์เป็นผู้ร้าย

แต่ในเรื่องจริง...ลูกศิษย์ลูกหาของสองฝ่าย รู้แก่ใจกันดี ไม่มีใครเป็นผู้ร้ายเลย

อาจารย์ถาวร สิกขโกศล เล่าเรื่องเบื้องหลัง เรื่องนี้ไว้ในหนังสือ เจ้ายุทธจักรดนตรีไทย ประวัติศาสตร์สืบเนื่องจากภาพยนตร์เรื่องโหมโรง (สำนักพิมพ์ศยาม ส.ค.2559) ว่า

เรื่องการประชันระนาดเอก...ครั้งนั้น ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์ เขียนคนแรก โดยไม่ออกชื่อ นายแช่ม (สุนทรวาทิน) โดยเรียกว่า ท่านผู้นั้น หรือนักระนาดผู้ยิ่งใหญ่ ชื่อ“ขุนอินทร์”เป็นชื่อสมมติ

วัยหนุ่มนายแช่ม เป็นคนระนาดฝีมือเยี่ยมแห่งยุค การประชันเกิดจากพระประสงค์ของ สมเด็จฯเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เจ้านายพระองค์นี้ ทรงตั้งวงปี่พาทย์เสภาในวังบูรพา

แต่คนระนาด พระเอกของวงปี่พาทย์ตอนนั้น เป็นนาย “แช่ม” วงวังบ้านหม้อ...

สมเด็จฯวังบูรพา เสาะหาคนระนาด...จนปี 2442 ได้นายศร บุตรครูสิน สมุทรสงคราม ทรงหาครูแปลกพระกาฬ สอนเชิงฝีมือ และแก้ทางเพลง

พอนายศรรู้ว่าต้องประชันกับครูแช่ม...ถ้าแพ้จะถูกลงอาญา ก็กลัวมือเท้าอ่อน กราบไหว้ผู้ใหญ่ ไปขอให้นายแช่มออมมือ ได้ตอบว่า จะแสดงเต็มฝีมือ นายศรก็หนีจากวังบูรพา

สมเด็จฯวังบูรพา กริ้วมากให้เอาตัวนางโชติภรรยานายศรมากักตัว ส่งข่าวไปทั่วว่า ถ้านายศรไม่มาจะลงอาญานางโชติแทน นายศรจึงกลับวังบูรพา

มีเรื่องเล่าว่า สมเด็จฯวังบูรพา ทรงใช้ปี่ชวางา ที่ทรงถือติดพระหัตถ์ ฟาดหัวนายศรจนลำโพงปี่แตก แล้วสั่งให้เอาตัวนายศรไปฝึกไล่ระนาดทั้งกลางวันกลางคืน

ทรงให้ทำระนาดทองแดงหนักข้างละ 10 บาท ให้นายศรฝึกไล่มือ และยังให้สวมกำไลตะกั่วถ่วงข้อมือ ฝึกให้กล้ามเนื้อแขนและข้อมือมีกำลังดี

แล้วก็ถึงวันนั้น วันประชันจริง ราวปี 2444-2445 เริ่มแต่เพลงโหมโรง ต่อด้วยเพลงเดี่ยวระนาด เดี่ยวเชิดนอก พญาโศก ฯลฯ ไปจนถึงเพลงเดี่ยวกราวใน เพลงเดี่ยวสูงสุด

นายศรงัด “เดี่ยวกราวในทางฝัน” ออกใช้ ก็เอาชนะทางกราวในของนายแช่มไม่ได้ จึงต้องวัดฝีมือกันด้วย “เชิดต่อตัว” ถ้าเป็นฟุตบอลก็คือเตะลูกโทษ

การตีเชิดต่อตัว ต้องใช้ความ “ไหว” และความ “อึด” สองฝ่ายผลัดกันส่ง-รับ รักษาเสียงระนาดให้ชัดเจน และเร่งความไหว ขึ้นไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะตอนส่งให้คู่ต่อสู้ “สวมรับ”

เวลาตีสาม ฝีมือยังคู่คี่ เพลงเชิด 3 ชั้น เชิดสองชั้น ยิ่งตีจังหวะยิ่งรุกเร้า

จุดสุดท้าย นายศรเร่งสุดฝีมือ ส่งไปให้อีกวงรับ นายแช่มรับไม่ทัน ตีต่อไม่ได้ ก็เลยวางไม้ระนาด

การตัดสิน ทำกันด้วยใจ...ครูเพชร คนฆ้องวังบูรพา ในวันประชัน คุ้นกับสองฝ่าย บอกศิษย์ว่า “พี่แช่มไหวกว่านายศร แต่ท่าไม่สวย พอตีไหวมาก ข้อศอกกาง” แกสวมรับแล้วไม่ยอมตีต่อ จึงเป็นเหตุให้นายแช่มถูกปรับแพ้

สมเด็จฯวังบูรพา พระราชทานปี่ชวางา ที่ใช้ฟาดหัวนายศร มีข้อความสลักเป็นที่ระลึกตรงลำโพงปี่ที่แตก ให้นายศรเป็นรางวัลการประชันระนาดชนะ

ผมคัดย่อมาให้ได้แค่นี้ เนื้อหาหนังสือเจ้ายุทธจักรดนตรีไทย มีเรื่องของสามดุริยกวี ประจำสำนักปรมาจารย์ ทั้ง “ประสานดุริยศัพท์ เสนาะดุริยางค์ และประดิษฐ์ไพเราะ” ให้อ่านจุใจ

ลองโทร.สำนักพิมพ์ศยาม 0-2225-9536-9 ถ้าไปงานหนังสือที่ศูนย์ฯสิริกิติ์ แล้วหาไม่เจอ.

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้