วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย ซูม
4 เม.ย. 2560 05:01 น.
สร้างจิตวิญญาณนักวิทย์ฯ เพื่ออนาคตประเทศไทย

สร้างจิตวิญญาณนักวิทย์ฯ เพื่ออนาคตประเทศไทย

โดย ซูม
4 เม.ย. 2560 05:01 น.
  • Share:

ข้อเขียนของผมฉบับเมื่อวานนี้จบลงด้วยคำ “ขอบคุณ” สำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ของไทยหลายๆคนในอดีตที่เห็นคุณค่าของการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และได้ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนที่สอนมุ่งเน้นในด้านนี้ขึ้นหลายๆแห่งในช่วง 25 ปีเศษที่ผ่านมา

จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ถึงกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย, โรงเรียนในสังกัดมหาวิทยาลัย และการนำ “ห้องเรียนวิทยาศาสตร์” ที่กลั่นแล้วจากโรงเรียนมหิดลไปสู่โรงเรียนในสังกัด สพฐ.อีกกว่า 200 แห่ง

รวมทั้งล่าสุดก็คือการจัดตั้ง “โรงเรียนกำเนิดวิทย์” โดยบริษัทในเครือ ปตท. ที่ผมเพิ่งมีโอกาสไปเยี่ยมเยือนเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้

แม้การริเริ่มดังกล่าวอาจจะยังไม่พอเพียงกับความต้องการกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ

แต่ถ้าไม่มีการริเริ่มทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ประเทศไทยของเราก็จะยิ่งขาดแคลนกำลังคนหรือทรัพยากรมนุษย์ในด้านที่มีความจำเป็นสูงสุดที่จะทำให้เราสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆได้ยิ่งไปกว่านี้อีก

ผมจึงเห็นว่าเป็นการดำเนินงานที่ถูกทางและถูกต้องทุกประการที่เราให้ความสำคัญแก่ทางเดินสายนี้ สำหรับระบบการศึกษาของไทย

แต่สิ่งที่จะต้องตระหนักก็คือ ทำอย่างไรจะให้เด็กรุ่นใหม่ที่เรากำลังจะเพาะบ่มปลูกฝังให้เป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญสูงสุดนี้อยู่กับประเทศไทยและคนไทยไปตราบนานเท่านาน

ไม่เอาความรู้ ความสามารถไปรับใช้ประเทศอื่น ซึ่งมักจะให้ค่าตอบแทนที่สูงกว่าตามฐานะของประเทศที่รวยกว่าก็จะจ่ายค่าตอบแทนได้มากกว่า

ดังเช่นอดีตที่ผ่านมา แม้เราจะยังไม่มีระบบการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์แบบเน้นๆ แต่ก็มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่สติปัญญาดี สามารถไต่เต้ามาในระบบเก่าจนออกไปเรียนจบในระดับสูงๆที่ต่างประเทศแล้วก็หลุดไปเป็นกำลังคนของต่างประเทศโดยไม่หวนกลับมา

ทำอย่างไรเราจะให้เด็กรุ่นใหม่ของเราที่รัฐกำลังทุ่มเทสร้างอยู่ใน ขณะนี้อยู่กับเราตลอดไป ช่วยกันพัฒนาประเทศไทยต่อไปโดยใช้ความรู้ ความสามารถของเขาเพื่อประเทศไทยอย่างเต็มที่

แน่นอนความจูงใจในเรื่องเงินเดือนรายได้ตลอดจนสวัสดิการต่างๆ คงจะต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น

แต่ถ้าเด็กๆไม่รู้สึกจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมืองของเขา ไม่มีความรู้สึกรักและห่วงใย หรือคิดถึงพี่น้องร่วมชาติของเขา เมื่อเติบใหญ่มีโอกาสเรียนสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ก็อาจจะหาทางดิ้นรนไปทำงานต่างประเทศเหมือนรุ่นพี่ๆในอดีตที่ผ่านมา

หลายๆโรงเรียนจึงหันมาใช้วิธีคัดเลือกเด็กๆที่มีจิตอาสา คิดถึงคนอื่น คิดถึงสังคม คิดถึงสิ่งแวดล้อม เป็นแนวทางในการพิจารณาควบคู่ไปด้วย แทนที่จะทดสอบความรู้หรือความเก่งด้านคณิตฯ วิทย์ฯเพียงอย่างเดียว

ดังเช่น โรงเรียนกำเนิดวิทย์ ของกลุ่ม ปตท. ได้เพิ่มวิธีการคัดเลือกโรงเรียนโดยเพิ่มการมองในมิติของสังคมเข้าไปด้วย มิใช่จะวัดจากความเก่งหรือความสามารถเท่านั้น

เช่นการพิจารณาถึงอุปนิสัยใจคอ ความรู้สึกนึกคิดที่มีต่อสังคมต่อชุมชนและต่อประเทศชาติ ตลอดจนผลงานในอดีตที่มีลักษณะเป็นจิตอาสา หรือการช่วยเหลือสังคมหรือชุมชนในด้านต่างๆ

และเมื่อคัดเลือกเข้ามาเรียนแล้ว ทางโรงเรียนก็จะมีหลักสูตรในเชิงสังคม หรือการสร้างแรงจูงใจเข้ามาเสริมด้วยเพื่อให้เด็กเรียนเก่งเหล่านี้พร้อมที่จะออกไปรับใช้ประเทศชาติด้วยความรู้ที่แน่นเปรี๊ยะ แต่ก็เปี่ยมล้นไปด้วยจิตวิญญาณที่พร้อมจะอุทิศตนให้แก่สังคมไทย

ผมตระหนักดีว่าเป็นความพยายามที่ไม่ง่ายเช่นกัน แต่เมื่อมีความพยายามที่จะทำ ผมก็ขอให้กำลังใจไว้ ณ ที่นี้

ท่านผู้อ่านคงทราบแล้วว่า ข้อเขียนชุดนี้ของผมเกิดจากความท้อแท้ที่อ่านพบข่าวการประกาศผลสอบโอเน็ตเด็กไทยทั่วประเทศที่ปรากฏว่าเด็กไทยเราสอบตกกราวรูด โดยเฉพาะในหมวดวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ

แต่ในท่ามกลางความท้อแท้ผมก็แอบมีความหวังอยู่บ้างเมื่อไปเยี่ยม โรงเรียนกำเนิดวิทย์ และกลับมาย้อนดูเส้นทางการเตรียมกำลังคนด้านนี้ของประเทศไทย ซึ่งพบว่าได้มี “ความพยายาม” ในการเตรียมตัวสู้ปัญหามาเป็นเวลานานพอสมควร

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นเสมอ ผมขอให้กำลังใจโรงเรียนวิทยาศาสตร์ทุกโรงเรียนตลอดจนคุณครูวิทยาศาสตร์ทุกท่าน สำหรับภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่ทุกท่านกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้