วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิด 3 สัญญาณเตือนเสี่ยงป่วย "ออทิสติก"

เปิด 3 สัญญาณเตือนเสี่ยงป่วย "ออทิสติก"

  • Share:

แนะผู้ปกครองหมั่นติดตามอาการ ชี้รู้เร็วช่วยอัพเกรดพัฒนาการเด็กได้

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในวันที่ 2 เม.ย.ของทุกปี องค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็นวันออทิสติกโลก โดยในเด็กไทยอายุไม่เกิน 5 ขวบ จะพบเด็กออทิสติกหรือกลุ่มอาการออทิซึมสเปกตรัม 1 คนต่อเด็ก 161 คน นอกจากนี้ เด็กออทิสติกแต่ละคนมีระดับความรุนแรงของโรคไม่เท่ากัน ความผิดปกติของเด็กออทิสติกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการของเด็ก และจะเห็นเด่นชัดขึ้นเมื่อเด็กออทิสติกมีอายุเพิ่มขึ้น ซึ่งจะต้องได้รับบริการคัดกรองหาความผิดปกติ และบำบัดรักษา กระตุ้นพัฒนาการ และปรับพฤติกรรมอย่างมีมาตรฐาน โดยเด็กออทิสติกจะมีความผิดปกติของพัฒนาการทางสมองที่ล่าช้า 3 ด้าน ได้แก่ สังคม ภาษา และพฤติกรรม โดยสัญญาณเตือน คือ ด้านสังคมเด็กจะไม่ยอมสบตา ไม่ชอบมองหน้าคนอื่น ไม่สนใจมองตามเมื่อเราเรียกชื่อ ด้านภาษา เช่น เริ่มพูดได้ช้ากว่าเด็กปกติ หรือพูดได้แต่ไม่เป็นภาษา ฟังไม่รู้เรื่อง ชอบพูดคำเดิมๆซ้ำๆทั้งวัน ไม่ชี้นิ้วสั่งหรือบอกเมื่อต้องการของที่อยากได้ และด้านพฤติกรรม เช่น ชอบอยู่ในโลกส่วนตัว มีพฤติกรรมซ้ำๆที่ไม่เหมาะสม ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ชอบมองวัตถุที่หมุนตลอดเวลา เช่น พัดลมหรือของเล่นที่หมุนๆ เป็นต้น
อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า ออทิสติกเป็นโรคที่มีความหลากหลายทางอาการ เด็กบางคนดูก็รู้ว่าเป็น แต่บางคนดูไม่ค่อยชัด หลายครั้งไม่สามารถวินิจฉัยได้แน่นอนในการพบครั้งแรก ต้องอาศัยการเฝ้าติดตามอาการและพฤติกรรมหลายๆครั้งเพื่อให้แน่ใจ ต้องอาศัยการเรียนรู้จากประสบการณ์ ซึ่งโรคนี้สามารถรักษาได้ และยิ่งพามาตรวจเร็วรู้เร็ว ผลการรักษาก็จะดีขึ้น เนื่องจากสมองของเด็กในช่วงน้อยกว่า 5 ขวบ จะมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ถ้ารีบแก้ไขจะทำให้เด็กมีโอกาสพัฒนาได้อย่างดี หากตรวจพบตั้งแต่ช่วง 2 ขวบปีแรก จะทำให้ผลการรักษาดีมาก แม้ไม่หายขาดแต่เด็กจะมีพัฒนาการด้านต่างๆดีขึ้น ช่วยเหลือตนเองได้ เข้าโรงเรียนได้ตามวัย หลายคนเรียนจบปริญญาและประกอบอาชีพได้ นอกจากนี้ การเปิดใจยอมรับของครอบครัวที่ไม่มองเด็กออทิสติกว่าเป็นส่วนเกินของสังคม พร้อมจะทุ่มเท และสู้ไปด้วยกัน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลให้เด็กออทิสติกมีโอกาสในการรักษา และสร้างพื้นที่ในสังคมเพิ่มขึ้น การเข้าใจและให้โอกาสกลุ่มคนพิเศษเหล่านี้ ย่อมช่วยให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้