วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ก่อนแชร์อะไรแน่ใจว่าจริง?

ก่อนแชร์อะไรแน่ใจว่าจริง?

โดย บุ๋ม ปนัดดา
3 เม.ย. 2560 05:01 น.
  • Share:

ในยุคปัจจุบันตั้งแต่มีโลกของออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เลยทำให้คนเรามักจะศึกษาเรื่องราวรอบตัวอย่างกว้างขวาง แต่ไม่รอบคอบ เราไม่ค่อยค้นหาว่าแหล่งที่มาของข้อมูลมาจากไหน ใครเป็นคนเขียน และมีความน่าเชื่อถือมากเพียงใด เรารู้แค่ว่าเราได้ข้อมูลที่ต้องการแล้วเราก็ก๊อบปี้เข้ามาใส่เป็นความคิดของเรา เป็นมุมมองของเรา แล้วก็ส่งต่อบอกกล่าวคนอื่นว่าเราคิดแบบนี้ โดยไม่ได้ให้เครดิตแหล่งข้อมูลที่เรานำความคิดเค้ามา 

แต่ปัจจุบันเหมือนคนจะใส่ใจเรื่องของลิขสิทธิ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพลงหรือรูปภาพที่นำมาใช้ในการแชร์ต่อ แต่ก็ยังมีอีกกลุ่มพวกที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรืออาจจะมีพื้นฐานของความใจดีในการชอบแชร์ต่อข้อมูลบางอย่าง โดยไม่หาหรือสืบค้นว่าแหล่งข้อมูลมาจากไหนและเป็นจริงหรือไม่ โดยข้อมูลต่างๆ เหล่านั้น มันอาจดูเป็นเรื่องของการทำบุญ การขอเลือด การบอกแหล่งฟอกไตฟรี การบอกสูตรยารักษามะเร็ง การบอกสูตรอาหารลดความอ้วน การตามหาคนหายหรือรถที่โดนขโมยไป หรือแม้แต่หมาแมวที่หายออกจากบ้าน เรามักจะได้รับข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Facebook, Instagram, Twitter หรือในกลุ่ม LINE แต่ผลปรากฏว่าข้อมูลต่างๆ เหล่านี้กลายเป็นข้อมูลปลอม หรือไม่เป็นความจริง อย่างเช่น เด็กหนีออกจากบ้านหรือหายไปสามปีแล้ว เด็กกลับบ้านตั้งแต่ 3 ชั่วโมงแรก แต่โพสต์ตามหาเด็กยังแชร์ต่อกันมา และพ่อเด็กก็รับโทรศัพท์อีกหลายปีผ่านมา เพื่อไถ่ถามว่าตามตัวเด็กเจอหรือยัง หรือแม้กระทั่งเรื่องของการขอรับบริจาคโลหิต โดยมีการแนะนำว่าให้ไปบริจาคที่สภากาชาด โดยระบุชื่อคนไข้ว่าต้องการจะบริจาคให้คนนั้นคนนี้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วการบริจาคโลหิตที่สภากาชาด ไม่สามารถระบุชื่อได้ แต่สามารถแจ้งความจำนงว่าต้องการเลือดด่วนแค่ไหน หรือบางรายคนไข้เสียชีวิตไปนานแล้ว แต่ข้อมูลการขอเลือดก็ยังส่งต่อไปเรื่อยๆ

ที่บุ๋มเห็นอีกอันที่แชร์กันโดยเข้าใจว่าคนแชร์ก็ตั้งใจที่จะทำความดี อยากจะบอกต่อข้อมูลดีๆ ให้ อย่างการบอกว่ามีคลินิกฟอกไตฟรีแถวมีนบุรี หลังจากที่บุ๋มตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้ฟรีจริงนะคะ มันมีข้อแม้หลายอย่างมาก ดังนั้นควรโทรไปตรวจสอบให้ละเอียดก่อนที่จะแชร์ข้อมูลดีกว่า เพราะว่าคนไข้ที่เป็นโรคไต แล้วอุตส่าห์ถ่อสังขารไปถึงที่นั่น กลายเป็นว่าฟอกไตฟรีไม่ได้ มันก็เหมือนทำบาปโดยไม่รู้ตัว

มีอีกอย่างหนึ่งที่ทางการแพทย์เป็นห่วงกันมากก็คือ การแชร์ต่อข้อมูลอย่างเช่น เรื่องของยาผีบอก หรือสูตรลดน้ำหนักโดยการกินผลไม้อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นกิโลๆ คุณหมอก็เคยออกมาบอกแล้วว่ามันอันตรายมาก การออกกำลังกายและควบคุมอาหารจะดีที่สุด การกินผลไม้ที่มีกรดสูงมันอาจจะกัดกระเพาะได้ หรือกระทั่งสูตรกินน้ำมะนาวผสมโซดาเพื่อไปฆ่าเชื้อมะเร็ง คุณหมอทั้งหลายก็ออกมาขำ แล้วก็บอกว่าไม่รู้คนคิดคิดได้ยังไง ถ้ามันง่ายขนาดนั้นคนก็หายป่วยกันไปหมดแล้ว และก็เป็นเรื่องแปลกที่มีคนแชร์กันเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะในกลุ่ม LINE ดังนั้นลองถามตัวเองกันได้แล้วว่าทุกครั้งที่จะแชร์ข้อมูลที่รู้มา หรือได้รับมาเราเองมีการตรวจสอบกลับไปแล้วหรือยังถึงแหล่งที่มา ว่ามีความเป็นจริงมากขนาดไหน ข้อมูลที่คุณแชร์ต่อ 10 ครั้ง ลองตอบสิคะว่าคุณตรวจสอบกี่ครั้ง?

ดังนั้นวันที่ 2 เมษายน จึงเป็นวันสำคัญของเราอีกวันหนึ่งในการเตือนสติคนรุ่นใหม่ที่อยู่กับโลกโซเชียลนั่นก็คือ วันชัวร์ก่อนแชร์ International Fact-Checking Day เพื่อให้เราได้ตรวจสอบข้อมูลที่เราได้รับก่อนที่จะแชร์ให้คนอื่น ถ้ามองในแง่ดีก็เหมือนเป็นการทำบุญแบบง่ายๆ ในมือถือของเรา ด้วยการใช้เวลาเพิ่มเติมกับการโทรกลับไปตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล หรือตรวจสอบว่าบุคคลที่หายสุนัขที่หายได้มีการพบเจอแล้วหรือยัง จากนั้นก่อนที่จะส่งต่อเราควรจะลงวันที่ที่เราได้แชร์ลงในโลกโซเชียล นี่ก็ถือว่าเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเองด้วย

แต่ถ้าคุณเห็นว่าการตรวจสอบข้อมูลเป็นเรื่องที่เสียเวลา เราก็ไม่ควรแชร์ข้อมูลนั้นต่อ ถ้านั่นไม่ใช่ข้อมูลจากตัวของคุณเอง แทนที่จะได้บุญกับเป็นบาป เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์นะคะ

IG: boompanadda

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้