วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศาลยกคำร้อง คุกต่อ‘จุฑามาศ’

ศาลยกคำร้อง คุกต่อ‘จุฑามาศ’

  • Share:

ศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง ไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว “จุฑามาศ ศิริวรรณ” อดีตผู้ว่าการ ททท.และลูกสาว คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบและเรียกรับผลประโยชน์จากนักธุรกิจชาวอเมริกัน หลังทนายยื่นประกันตัว ด้วยหลักทรัพย์เงินสดคนละ 1 ล้านบาท ศาลให้เหตุผลว่า เป็นข้อหาร้ายแรง ถูกจำคุกในอัตราโทษสูง และเกรงว่าจะหลบหนี เลยชวดประกันส่งตัวกลับเข้าทัณฑสถานหญิงกลางทันที ทนายจำเลยยังไม่ท้อขอไปหาช่องกฎหมายยื่นขอประกันตัวอีกครั้ง

กรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาจำคุกนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อายุ 70 ปี อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นเวลา 50 ปี และจำคุก น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ อายุ 43 ปี บุตรสาว 44 ปี และริบเงินจำนวน 62,724,776 บาทให้ตกเป็นของแผ่นดิน ความผิดฐานเรียกรับทรัพย์สิน หรือจะยอมรับทรัพย์สิน เพื่อกระทำการ หรือไม่กระทำการอย่างใดในหน้าที่ ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ และความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีที่นางจุฑามาศเรียกรับสินบนและแนะนำให้นายเจอรัลด์ กรีน และนางแพทริเซีย กรีน นักธุรกิจชาวอเมริกัน ตั้งบริษัทเข้ามาเป็นคู่สัญญากับ ททท. เพื่อจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯเมื่อปี 2546 โดย น.ส.จิตติโสภาลูกสาว ร่วมกระทำผิดด้วยการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารในต่างประเทศ เพื่อรับเงินสินบนจากนายเจอรัลด์และนางแพทริเซียจำนวน 59 รายการ เป็นเงิน 1,822,294 เหรียญสหรัฐฯ

ภายหลังนายธนกร แหวกวารี ทนายความของจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เงินสดคนละ 1 ล้านบาทขอปล่อยตัวชั่วคราว แต่ศาลเห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นเรื่องร้ายแรง เห็นควรส่งเรื่องให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาเพื่อมีคำสั่ง ทำให้นางจุฑามาศและ น.ส.จิตติโสภาถูกนำตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ความคืบหน้าจากห้องพิจารณา คดี 902 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 31 มี.ค. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์เรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลสั่งให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนางจุฑามาศ และ น.ส.จิตติโสภา มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อมาฟังคำสั่ง

ศาลอ่านคำสั่งว่า หลังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบมีคำพิพากษา นางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 และ น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบส่งคำร้องให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ถูกฟ้องข้อหาร้ายแรง ศาลชั้นต้นจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 50 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 44 ปี หากจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้รับการ ปล่อยตัวชั่วคราวอาจหลบหนีได้ จึงไม่อนุญาตให้ ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ประกันตัว จำเลยทั้งสองต่างหันหน้ามามองกัน ด้วยท่าทางวิตก ขณะที่ทนายความส่วนตัวเข้าไปพยายามอธิบายและแนะนำให้จำเลยทั้งสองเข้าใจถึงกระบวนการที่จะหาทางยื่นประกันตัวอีกครั้ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวจำเลยทั้งสองลงไปรอที่ห้องขังใต้ถุนศาลอาญา เพื่อส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนกลับไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป สำหรับการฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์วันนี้ ปรากฏว่า ไม่มีญาติของจำเลยทั้งสองมาร่วมฟังคำสั่งศาลที่ห้องพิจารณาคดีแต่อย่างใด

ด้านนายธนกร แหวกวารี ทนายความจำเลยกล่าวว่า จำเลยยืนยันจะขอสู้คดีต่อ คดีนี้ยังสามารถยื่นขออุทธรณ์ปล่อยตัวชั่วคราวได้อีก แต่ต้องหาเหตุผลและหลักฐานใหม่ให้ศาลพิจารณา หลังจากนี้จะนำเหตุผลของศาลทั้ง 3 ข้อประกอบด้วย ข้อหาร้ายแรง ถูกจำคุกในอัตราโทษสูง และเกรงว่าจะหลบหนี กลับไปพิจารณาเพื่อหาเหตุผล และหลักฐานใหม่มาหักล้าง ก่อนยื่นขอให้ศาลพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวใหม่อีกครั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้