วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สั่งรื้อ‘ซิปไลน์’ ป่าไม้ขึ้นป้ายไล่บี้

สั่งรื้อ‘ซิปไลน์’ ป่าไม้ขึ้นป้ายไล่บี้

  • Share:
เคเบิ้ลสลิงผาดโผน เชียงใหม่มีอีก12ราย

กรมป่าไม้สั่งตรวจสอบพร้อมรื้อเครื่องเล่น “เคเบิ้ลสลิง” หรือ “ซิปไลน์” ในป่าสงวนฯ ทั่วประเทศ ประเดิมปิดประกาศมาตรา 25 ทัวร์ห้อยโหนรุกป่าสงวนฯ ป่าแม่แตง สั่งเจ้าของรื้อถอนภายใน 21 เม.ย. ชี้ศาลตัดสินแล้ว หากไม่รื้อเองจะคิดค่ารื้อถอนพร้อมเงินเพิ่มร้อยละ 25 ต่อปี เผยใน จ.เชียงใหม่ พบไม่ขออนุญาต 12 ราย อ้างมีเอกสาร ส.ค.1 สร้างในพื้นที่ป่า เร่งประสานที่ดินตรวจสอบ

กรมป่าไม้เข้ารื้อถอนเครื่องเล่นแนวแอดเวนเจอร์ ที่รุกผืนป่า โดยเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ตั้งแต่ช่วงเช้า นายสายพิณ เปียสวน ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่า และควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ได้เดินทางมาที่ปางช้างแก่งกื้ด หมู่ที่ 1 ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แตง เพื่อนำคำสั่งสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 ที่ 62/2560 เข้าไปติดประกาศ เพื่อแจ้งให้ผู้ประกอบการ ดำเนินการรื้อถอนเครื่องเล่นเคเบิ้ลสลิง หรือซิปไลน์ รวมทั้งการก่อสร้างสายเคเบิ้ลสลิงตามฐานต่างๆ จำนวน 6 ฐานออกไปจากพื้นที่ป่าสงวนฯ

นายสายพิณกล่าวว่า การติดประกาศให้รื้อถอน เนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ต.ค.2558 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบว่าปางช้างแม่กื้ด มีการก่อสร้างเคเบิ้ลสลิงหรือซิปไลน์ จำนวน 6 ฐาน มีความยาวสายเคเบิ้ลทั้งหมด 714 เมตร มีนายดวงงาม ศรีดวงแก้ว รับเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบปรากฏว่าอยู่ในป่าสงวนฯ ป่าแม่แตง ขณะที่เครื่องเล่นเคเบิ้ลสลิงไม่ได้ขึ้นทะเบียน และไม่ได้มีการขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่า จึงตรวจยึดเครื่องเล่นเคเบิ้ลสลิงที่บุกรุกพื้นที่ป่า 0-3-75 ไร่ และได้คุมตัวนายดวงงามส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งศาลจังหวัดเชียงใหม่ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่านายดวงงามมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ 2507 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 พิพากษาจำคุก 6 เดือน ปรับ 2.5 หมื่นบาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี ให้จำเลยและบริวารออกไปจากบริเวณเขตป่าสงวนฯ โดยประกาศที่นำมาติดจะครบกำหนดการรื้อถอนในวันที่ 21 เม.ย.นี้ หากพ้นกำหนดนี้แล้ว ยังไม่มีการรื้อถอน สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 จะดำเนินการรื้อถอนเอง และจะคิดค่ารื้อถอนกับทางเจ้าของต่อไป

ด้านนายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า คดีปางช้างแม่กื้ด หากพ้นวันที่ 21 เม.ย.นี้ แล้วไม่รื้อถอน กรมป่าไม้จะเข้ารื้อถอนเองและจะคิดค่ารื้อถอนจากเจ้าของพร้อมกับเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 25 ต่อปี และยังมีความผิดฐานขัดคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่อีกข้อหาหนึ่ง นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบว่ามีเครื่องเล่นเคเบิ้ลสลิงที่อยู่ในเขตป่าหรือไม่ โดยใน จ.เชียงใหม่มีเครื่องเล่นเคเบิ้ลสลิงที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 12 ราย กรมป่าไม้ได้ตรวจยึดดำเนินคดีไปแล้ว

6 ราย ส่วนอีก 6 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารการครอบครองที่ดิน โดยผู้ประกอบการจะอ้างว่ามีเอกสารการแจ้งครอบครองหรือ ส.ค. 1 ซึ่งสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 จะประสานกับสำนักงานที่ดิน จ.เชียงใหม่ ตรวจสอบเอกสารสิทธิ ส.ค. 1 ว่าถูกต้องตรงกับสารบบที่ดินและแปลงที่ดินหรือไม่ และจะมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังในแต่ละชั้นปีจนถึง พ.ศ.2495 ว่าได้มีการเข้าครอบครองทำประโยชน์มาจริงหรือไม่ หากผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่ามีการนำเอกสาร ส.ค.1 จากพื้นที่อื่นมาสวมสิทธิ หรือไม่ได้มีการทำประโยชน์มาก่อน ก็จะถือว่าเอกสาร ส.ค.1 ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่า ก็จะดำเนินคดีกับผู้บุกรุกอย่างเฉียบขาดต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้