วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปัจจัยบวกยังไม่ชัด!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 31 มี.ค.60 ปิดที่ 1,575.11 จุด ลดลง 4.77 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 38,033.69 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 286.68 ล้านบาท

หุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด PTT ปิด 387 บาท ลบ 8 บาท, CPF ปิด 27.75 บาท ลบ 0.50 บาท, KBANK ปิด 189 บาท ลบ 2 บาท, TRUE ปิด 6.80 บาท บวก 0.05 บาท และ PTTGC ปิด 73.25 บาท ลบ 0.25 บาท

ระยะสั้นหุ้นไทยยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆที่ชัดเจนมาขับเคลื่อนดัชนี ขณะที่ปัจจัยลบยังคงเป็นปัจจัยเดิมๆที่เป็นต่างประเทศกดดันบรรยากาศโดยรวม โดยเฉพาะนโยบายต่างๆ ของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามความคืบหน้าว่าสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร หลังนโยบายสุขภาพถูกถอนออกจากรัฐสภา โดยยังต้องติดตามมาตรการปรับโครงสร้างภาษีและการลงทุนขนาดใหญ่

รวมทั้งประเด็น brexit ของสหราชอาณาจักร ที่เริ่มกรอบการเจรจา 2 ปีแล้ว ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. ต้องติดตามรายละเอียดว่าใครจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบมากน้อยขนาดไหน เพื่อนำมาประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ประเมินตลาดสัปดาห์หน้า แกว่งตัวออกด้านข้างแม้ค่าเงินบาทจะแข็งค่าต่อเนื่อง และแข็งค่ามากกว่าภูมิภาค สะท้อนว่ากระแสเงินทุนยังไหลเข้าหุ้นไทย ซึ่งเป็นผลบวกระยะสั้น แต่ในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในการส่งออกกับประเทศในภูมิภาค

ขณะที่การขึ้นเครื่องหมาย XD ปิดสมุดทะเบียนจ่ายเงินปันผลในหุ้นใหญ่อย่าง KBANK-SCC-ADVANC-INTUCH-THCOM อาจเป็นตัวถ่วงดัชนี

แนะกลยุทธ์การลงทุน แนะเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นรายตัว แบบขึ้นขาย-ลงซื้อ และหากดัชนีหลุดแนวรับสำคัญที่ 1,560 จุด ให้พิจารณาขายทำกำไร ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 1,590 จุด

ขณะที่งานสัมมนา “Innovative investment หุ้น Growth Engines ยุค 4.0” นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าหุ้นไทยช่วงไตรมาส 2 จะเป็นช่วงที่ดีที่สุดของปี โดยดัชนีมีโอกาสขึ้นไปได้ถึง 1,600-1,650 จุด รับฟันด์โฟลว์ไหลเข้าตลาดหุ้นเข้าเอเชียหลังผิดหวังนโยบาย “ทรัมป์” ที่ยังสะดุดและยังไม่ชัดเจน ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน และการเมืองการเลือกตั้งในยุโรปยังเป็นตัวกดดัน!!

อินเด็กซ์ 51

1 เม.ย. 2560 01:41 5 เม.ย. 2560 01:04 ไทยรัฐ