วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin

(ภาพจากทีมพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้)

สั่งตรวจสอบพร้อมรื้อเครื่องเล่น เคเบิลสลิง หรือ ซิปไลน์ ในป่าสงวนฯ ทั่วประเทศ ประเดิมปิดประกาศมาตรา 25 ทัวร์ห้อยโหนรุกป่าสงวนฯ ป่าแม่แตง สั่งเจ้าของรื้อถอนภายใน 21 เม.ย. ชี้ ศาลตัดสินแล้วยังดื้อแพ่งหากไม่รื้อเองจะคิดค่ารื้อถอนพร้อมเงินเพิ่มร้อยละ 25 ต่อปี

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 60 นายสายพิณ เปียสวน ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่า และควบคุมไฟป่า สำนักนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ได้เดินทางมาที่ปางช้างแก่งกื้ด หมู่ที่ 1 ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แตง เพื่อนำคำสั่งสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 ที่ 62/2560 เข้าไปติดประกาศ เพื่อแจ้งให้ผู้ประกอบการ ดำเนินการรื้อถอนเครื่องเล่นเคเบิลสลิง หรือ ซิปไลน์ รวมทั้งการก่อสร้างสายเคเบิลสลิงตามฐานต่างๆ จำนวน 6 ฐาน ออกไปจากพื้นที่ป่าสงวนฯ

นายสายพิณ กล่าวว่า การติดประกาศให้รื้อถอน เนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2558 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบว่าปางช้างแม่กื้ด มีการก่อสร้างซิปไลน์ จำนวน 6 ฐาน มีความยาวสายเคเบิลทั้งหมด 714 ม. มี นายดวงงาม ศรีดวงแก้ว รับเป็นเจ้าของ จากการตรวจสอบปรากฏว่าอยู่ในป่าสงวนฯ ป่าแม่แตง ขณะที่เครื่องเล่นเคเบิลสลิงไม่ได้ขึ้นทะเบียน และไม่ได้มีการขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่า จึงได้ตรวจยึดเครื่องเล่นเคเบิลสลิง ที่บุกรุกพื้นที่ป่า 0-3-75 ไร่ และได้คุมตัวนายดวงงาม ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 60 ที่ผ่านมาว่า นายดวงงาม มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ 2507 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 พิพากษาจำคุก 6 เดือน ปรับ 2.5 หมื่นบาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี ให้จำเลยและบริวารออกไปจากบริเวณเขตป่าสงวนฯ โดยประกาศที่นำมาติดจะครบกำหนดการรื้อถอนในวันที่ 21 เม.ย.นี้ หากพ้นกำหนดนี้แล้ว ยังไม่มีการรื้อถอน สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 จะดำเนินการรื้อถอนเอง และจะคิดค่ารื้อถอนกับทางเจ้าของต่อไป

นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า คดีปางช้างแม่กื้ด หากพ้นวันที่ 21 เม.ย.นี้ แล้วไม่รื้อถอน กรมป่าไม้จะเข้ารื้อถอนเองและจะคิดค่ารื้อถอนจากเจ้าของ พร้อมกับเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 25 ต่อปี และยังมีความผิดฐานขัดคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่อีกข้อหาหนึ่ง

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบว่ามีเครื่องเล่นเคเบิลสลิงที่อยู่ในเขตป่าหรือไม่ โดยในเชียงใหม่ มีเครี่องเล่นซิปไลน์ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 12 ราย กรมป่าไม้ ได้ตรวจยึดดำเนินคดีไปแล้ว 6 ราย ส่วนอีก 6 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารการครอบครองที่ดิน โดยผู้ประกอบการจะอ้างว่ามีเอกสารการแจ้งครอบครอง หรือ ส.ค. 1 ซึ่งสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 จะประสานกับสำนักงานที่ดินเชียงใหม่ ตรวจสอบเอกสารสิทธิ ส.ค. 1 ว่าถูกต้องตรงกับสารบบที่ดินและแปลงที่ดินหรือไม่

ขณะเดียวกัน จะมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังในแต่ละชั้นปีจนถึง พ.ศ. 2495 ว่าได้มีการเข้าครอบครองทำประโยชน์มาจริงหรือไม่ หากผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่ามีการนำเอกสาร ส.ค.1 จากพื้นที่อื่นมาสวมสิทธิ์ หรือไม่ได้มีการทำประโยชน์มาก่อน ก็จะถือว่าเอกสาร ส.ค.1 ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่า ก็จะดำเนินคดีกับผู้บุกรุกอย่างเฉียบขาดต่อไป

กรมป่าไม้ สั่งลุยตรวจสอบ 'เคเบิลสลิง' ในป่าสงวนฯ ทั่วประเทศ

กรมป่าไม้ สั่งลุยตรวจสอบ 'เคเบิลสลิง' ในป่าสงวนฯ ทั่วประเทศ

  • Share: