วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อย่า “โดน” ก่อนที่จะได้ใช้ “โดรน”

อย่า “โดน” ก่อนที่จะได้ใช้ “โดรน”

โดย สายล่อฟ้า
1 เม.ย. 2560 05:01 น.
  • Share:

ต้องก้าวไปข้างหน้า รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง

แม้จะเห็นเป็นข่าวเล็กๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลในอนาคตข้างหน้าเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ทันสมัย

ครับ...สิงคโปร์เป็นประเทศบนเกาะเล็กๆ แต่มีความเจริญก้าวหน้าไปทั้งระบบ ยิ่งมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ยิ่งเป็นการตอบสนองอย่างชัดเจน

ไปรษณีย์ของสิงคโปร์ได้มีการพัฒนาด้วยการใช้ “โดรน” มาเป็นเครื่องมือเพื่อส่งจดหมายและพัสดุระหว่างเกาะหลังจากทดสอบมาตั้งแต่ปี 2558 จนประสบผลสำเร็จ

ด้วยการจัดส่งพัสดุต่างๆจากเกาะหลักคือสิงคโปร์ไปยังเกาะปูเลา อูบินซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน โดยมีการทดสอบกันมาอย่างต่อเนื่อง

สุดท้ายก็ประสบผลสำเร็จอย่างน่าพอใจ

เทคโนโลยีการใช้โดรนนั้นจะช่วยให้การจัดส่งพัสดุรวดเร็วขึ้น และยังช่วยแก้ไขปัญหาด้านแรงงานขาดแคลน ซึ่งทำหน้าที่บุรุษไปรษณีย์ในปัจจุบัน

เลือกที่จะให้บริการรับ-ส่งจดหมายและพัสดุกับเกาะปูเลาอูบินก่อนเพื่อเป็นการเริ่มต้นทดสอบ เพราะไม่มีบุรุษไปรษณีย์รุ่นใหม่เข้ามาประจำการ ทำให้บุรุษไปรษณีย์ประจำเกาะต้องทำงานเกินวัยเกษียณอายุถึง 15-20 ปี

เรียกว่าทำงานกันจนแก่หง่อม

สำหรับระยะทางที่โดรนไปรษณีย์จะบินส่งจดหมายและพัสดุมีความยาวประมาณ 2 กม. เพื่อข้ามเกาะและรับช่วงต่อด้วยรหัสยืนยันที่ถูกต้องป้องกันความปลอดภัยของพัสดุ

หากโดรนลงจอดเกิน 3 นาที และไม่มีผู้มาใส่รหัสรับของโดรนจะนำพัสดุกลับมายังฐานเดิมในทันที

อีก 3-5 ปีจากนี้ไปได้ตั้งเป้าพัฒนาเพื่อส่งจดหมายและพัสดุในระยะที่ไกลขึ้น รวมถึงส่งของไปยังต่างประเทศในอนาคต

ที่หยิบยกการพัฒนาของต่างประเทศซึ่งใช้ความสำคัญต่อระบบโลจิสติกส์แล้ว ทำให้คิดถึงประเทศไทยที่แม้จะมีการพัฒนาไปค่อนข้างดีพอสมควร

แต่ถ้ายังวุ่นวายกับเรื่องเก่าๆ อย่างรถบรรทุกน้ำหนักเกินทำให้ถนนเสียหายต้องไล่จับกันมาตลอด

มันน่าเศร้าใจพิลึกที่ไม่ทันสมัยกันเสียที

เคยมีการเสนอให้ยุบหน่วยงานไปรษณีย์ไทย เพราะเห็นว่าทำไปก็มีแต่ขาดทุน มองไม่เห็นอนาคต นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องคิดกันใหม่ได้แล้ว

“ไปรษณีย์ไทย” นั้นยังเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยที่ควรจะมีการพัฒนาหรือยกระดับด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเป็นเครื่องมือ

ถ้าพูดถึงความพร้อมแล้วถือว่ามีครบทุกอย่าง ทั้งความชำนาญ ข้อมูลพื้นที่แทบจะทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ดีกว่าภาคเอกชนหลายเท่าตัวในด้านความแม่นยำและความชำนาญ

ยิ่งปัจจุบันการค้าขายด้วยระบบออนไลน์ที่สั่งซื้อสินค้าด้วย “มือถือ” ทำให้สามารถเลือกสินค้าได้เอง ราคาที่แน่นอนและสามารถส่งของมาถึงบ้านได้ในเวลาที่รวดเร็ว

หากไปรษณีย์ไทยขยายขอบข่ายการบริการซึ่งไม่เฉพาะจดหมาย พัสดุ อย่างที่ปฏิบัติกันมาก่อนหน้านี้

แต่หันไปเพิ่มการรับส่งสินค้าจากภาคเอกชนก็น่าจะสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น

คงยังไม่ถึงกับส่งด้วยโดรนอย่างสิงคโปร์หรือประเทศที่พัฒนาแล้ว เพียงแต่เริ่มขยายให้เป็นธุรกิจที่แตกแขนงออกไปและควรทำอย่างยิ่ง

ก็ได้แต่ชี้ “ขุมทรัพย์” ให้องค์กรเก่าแก่ที่จะได้อยู่คู่ประเทศไทยต่อไป.

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้