วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดโผ 9 ประเทศน่าลงทุนที่สุดในโลก

ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ในโลกยุคปรับโครงสร้างขนานใหญ่ ที่อะไรๆก็เปลี่ยนโฉมหน้าไปเยอะ ธุรกิจที่เคยรุ่งโรจน์อาจกลายเป็นธุรกิจขาลง การมองหาช่องทางลงทุนใหม่ๆคือทางเลือกทางรอดที่ทำให้หลุดพ้นจากกับดักหลุมดำของความสำเร็จในอดีต

ทำธุรกิจอะไรแล้วรวย ยังไม่มีคำตอบให้ตอนนี้ แต่ถ้าถามว่า จะขนเงินไปลงทุนที่ไหนถึงได้กำไรงอกเงย มีคำตอบให้ทันที!! โดย “วอร์ตัน สคูล ออฟ ดิ ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ เพนซิลเวเนีย” ร่วมกับบริษัทวิจัยการตลาดระดับโลก Y&R จัดอันดับ 9 ประเทศน่าลงทุนที่สุดในโลก ทั้งสำหรับมหาเศรษฐีเงินถุงเงินถัง และสตาร์ตอัพที่เพิ่งเริ่มตั้งไข่

หลักเกณฑ์ที่ใช้ประเมินมาจากภาพรวมทางเศรษฐกิจของ 80 ประเทศทั่วโลก โดยใช้ดัชนี “ประเทศที่ดีที่สุด” เป็นตัววัด ปัจจัยบ่งชี้ก็มีทั้งเรื่องนโยบายส่งเสริมความเป็นผู้ประกอบการ, คุณภาพชีวิต, การเปิดกว้างทางธุรกิจ, ต้นทุนการผลิต, สิทธิประโยชน์ทางภาษี, การคอร์รัปชัน และความโปร่งใสของรัฐบาล

อันดับหนึ่งได้คะแนนเต็ม 10 ยกให้ “ปานามา” ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของมหาเศรษฐีและนักธุรกิจโลก เพราะเก็บภาษีต่ำ หรือแทบไม่เก็บเลย จึงเป็นแหล่งหลบเลี่ยงภาษีชั้นดีของคนมีสตางค์ แม้จะมีระดับการคอร์รัปชันสูงมาก แต่นักลงทุนหัวใสทั้งหลายก็ยอมเสี่ยงเพื่อแลกกับการไม่ต้องจ่ายภาษี นอกจากปานามา ก็ยังมี TAX HEAVEN ที่ขึ้นชื่ออีกหลายแห่ง ส่วนใหญ่จะเป็นหมู่เกาะ มีประชากรน้อย เดินทางเข้าออกสะดวกไม่ต้องขอวีซ่า และมักใช้ดอลลาร์เป็นสกุลเงินหลัก โด่งดังติดหูคนไทยก็ต้องหมู่เกาะเวอร์จิ้น และหมู่เกาะเคย์แมน

ติดโผประเทศน่าลงทุนที่สุดเป็นอันดับสองของโลกคือ “ลักเซมเบิร์ก” ประเทศเล็กๆที่ร่ำรวยจากการเป็น TAX HEAVEN ให้มหาเศรษฐียุโรปพักเงินหลบภาษี ประเทศนี้มีนโยบายทางภาษีที่จูงใจมากให้เข้ามาจดทะเบียนลงทุน ขณะเดียวกัน ก็ยังได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมจากการเป็นสมาชิกกลุ่มอียู

“สวิตเซอร์แลนด์” คือแดนสวรรค์ที่น่าอยู่ที่สุด และน่าลงทุนที่สุดเป็นอันดับต้นๆของโลก นอกจากจะมีแรงจูงใจด้านภาษีที่เอื้อต่อการลงทุน ประเทศนี้ยังมีรัฐบาลโปร่งใสและปลอดคอร์รัปชันจนขึ้นชื่อ ไม่แปลกใจเลยที่สวิตเซอร์แลนด์จะติดทุกโผของการจัดอันดับประเทศที่ดีที่สุดในโลก

กลุ่มประเทศนอร์ดิกในยุโรปเหนือ ก็ติดโผประเทศน่าลงทุนที่สุดในโลก นำขบวนโดย “เดนมาร์ก” เมืองโคนม ซึ่งมีอัตราการคอร์รัปชันเท่ากับศูนย์ และมีความโปร่งใสทางการเมือง คุณภาพของแรงงานก็เป็นเลิศ สวัสดิการยังสุดยอดกว่าชาติไหนๆ พิสูจน์ความเจ๋งจากรายได้รวมต่อหัวประชากรที่สูงลิ่วถึง 36,400 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทยกว่า 1.6 ล้านบาท ตามมาติดๆก็ต้อง “ฟินแลนด์” ซึ่งอยู่ในกลุ่มประเทศนอร์ดิกที่เจริญถึงขีดสุด มีความโดดเด่นเรื่องความโปร่งใสและปลอดคอร์รัปชัน โดยฟินแลนด์ได้คะแนนเพิ่มจากนโยบายที่เป็นมิตรกับนักลงทุน และติดอันดับ 7 ของประเทศคุณภาพชีวิตดีที่สุด ด้าน “สวีเดน” ก็เป็นหนึ่งในสามเกลอหัวแข็ง ที่เป็นต้นแบบการผสมผสานระหว่างระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมกับรัฐสวัสดิการ ประเทศนี้มีบรรยากาศเอื้อต่อการลงทุนสุดๆ ถ้าอยากทำธุรกิจขาวสะอาด ไม่คิดเลี่ยงภาษี ก็แนะนำให้เก็บกระเป๋าไปลงทุนใน 3 ประเทศนี้เลย รับรองไม่ผิดหวัง

“แคนาดา” เป็นประเทศเดียวในกลุ่มอเมริกาเหนือ ที่ติดโผประเทศน่าลงทุน ด้วยความโดดเด่นของรายได้รวมต่อหัวประชากรที่อยู่ระดับน่าพอใจ 36,300 ปอนด์ หรือราว 1.6 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนคึกคักในแคนาดาคือ อุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งได้สิทธิประโยชน์จากมาตรฐานการครองชีพที่สูง และแรงงานมากฝีมือ ขณะที่ภาคบริการถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สุดของเศรษฐกิจแคนาดา

อย่ามองข้าม “นิวซีแลนด์” ดินแดนเงียบสงบที่มีประชากรแกะมากกว่าคน ติดโผอันดับ 8 ของประเทศน่าลงทุนที่สุดในโลก นอกจากนิวซีแลนด์จะมีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว และการส่งออกสินค้าเกษตรกรรม ยังขึ้นชื่อเรื่องความโปร่งใสและปลอดคอร์รัปชันเป็นที่สุด

รั้งท้ายเป็นอันดับสุดท้ายคือ “นอร์เวย์” อีกหนึ่งประเทศหัวหอกของกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอร์เวย์ขึ้นชื่อเป็นประเทศที่เก็บภาษีสูงสุดในโลก คิดเป็น 40-45% ของจีดีพี โดยรายได้จากภาษีเหล่านี้นำไปหล่อเลี้ยงสวัสดิการของประชาชน ทำให้ทุกคนได้กินดีอยู่ดีทั่วหน้า สำหรับนักลงทุนแล้ว นี่คือสวรรค์ของการทำธุรกิจ ที่มุ่งเน้นธรรมาภิบาล และความโปร่งใสไม่สอดไส้.

มิสแซฟไฟร์

31 มี.ค. 2560 09:05 31 มี.ค. 2560 09:05 ไทยรัฐ