วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อัยการปัดซุกสำนวน ‘บอส’ ขับรถชนตร. นัดสั่งคดี 27 เม.ย. ไม่มาเจอหมายจับ (คลิป)

อัยการปัดซุกสำนวน ‘บอส’ ขับรถชนตร. นัดสั่งคดี 27 เม.ย. ไม่มาเจอหมายจับ (คลิป)

  • Share:

อสส.ยืนยันสั่งฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" ขับรถประมาทชนดาบตำรวจเสียชีวิต ปัดละเลยเพิกเฉยซุกสำนวน เหตุรอผลสอบ กรรมาธิการกฎหมายฯ หลังไปร้องขอความเป็นธรรม เผยให้ทนายมาขอเลื่อนเข้าพบส่งฟ้องศาล เพราะอยู่อังกฤษจาก 30 มี.ค. เป็น 27 เม.ย. ชี้หากไม่มาโดนหมายจับ

วันนี้ 30 มี.ค.60 นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยความคืบหน้าคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ขับรถเฟอร์รารี่ชน ดาบตำรวจเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 ว่า คดีนี้ นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้สั่งฟ้องนายวรยุทธ แล้ว ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และไม่หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควร โดยยืนยันอัยการไม่ได้ละเลยเพิกเฉยซุกสำนวน ซึ่งตระหนักความรวดเร็วในรูปคดี แต่เหตุปัจจัยของคดีนั้นแตกต่างกัน จำเป็นต้องชี้แจงเรื่องรูปสำนวน โดยนายวรยุทธ ร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้ง มีการให้มีสอบสวนเพิ่มเติม และครั้งล่าสุดได้ร้องขอความเป็นธรรมให้สอบสวนพยานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด แต่อัยการไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงยังคงสั่งฟ้อง และนัดนายวรยุทธ ในวันที่ 25 เมษายน 2559 แต่นายวรยุทธ มอบอำนาจทนายความขอเลื่อนเนื่องจากอยู่ต่างประเทศ อัยการจึงให้เลื่อนเป็นวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 แต่เมื่อถึงวันนัดก็ไม่มาพบอีก

อัยการจึงมีหนังสือไปถึงตำรวจ สน.ทองหล่อ วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 ให้ติดตามตัวนายวรยุทธ จากนั้นตำรวจแจ้งว่านายวรยุทธ ขอเลื่อนเนื่องจากร้องขอความเป็นธรรมพยานในประเด็นการขับรถเร็วไปที่คณะกรรมาธิการกฎหมายกระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และอัยการเห็นว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งฟ้อง จึงยืนยันให้เข้าพบเพื่อส่งฟ้อง วันที่ 24 มิถุนายน 2559 แต่นายวรยุทธ ก็ขอเลื่อนอีกอ้างว่าอยู่ระหว่างกระบวนการร้องขอความเป็นธรรมคณะกรรมาธิการฯ อัยการจึงแจ้งตำรวจทองหล่อให้ติดตามมาให้ทันส่งฟ้องภายในวันที่ 28 ตุลาคม 2559 เมื่อถึงวันนัดนายวรยุทธ ก็ขอเลื่อนอีกโดยอ้างเหตุผลเดิม อัยการจึงให้มาพบเพื่อส่งฟ้องอีกครั้งภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 แต่นายวรยุทธ ก็ขอเลื่อนอีกโดยอ้างติดภารกิจที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อัยการจึงเลื่อนเป็นวันที่ 28 ธันวาคม 2559

ต่อมาวันที่ 23 ธันวาคม 2559 คณะกรรมาธิการฯมีหนังสือถึงอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ว่านายวรยุทธ ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการฯ จึงตั้งคณะทำงานสอบสวนข้อเท็จจริง

นายประยุทธ ระบุว่า ขณะนี้ได้รับผลการสอบสวนจากคณะกรรมาธิการฯ แล้ว จึงได้นัดให้นายวรยุทธ มาพบ ในวันนี้ แต่นายวรยุทธ ส่งทนายขอเลื่อนคดีอีกอ้างว่าติดภารกิจอยู่ที่ประเทศอังกฤษ จึงให้เลื่อนเป็นวันที่ 27 เมษายน 2560 พร้อมกำชับให้นำตัวมา หากยังมีการแจ้งขอเลื่อนด้วยเหตุผลเดิม อัยการจะไม่อนุญาตแน่นอนและจะให้ตำรวจขอศาลออกหมายจับ

ส่วนผลจากคณะกรรมาธิการฯ เกี่ยวกับประเด็นขอความเป็นธรรมเรื่องขับรถเร็ว อัยการกรุงเทพใต้อยู่ระหว่างพิจารณา แม้ว่าข้อหาขับรถเร็วฯ จะหมดอายุความตั้งแต่เกิดเหตุไปแล้ว 1 ปี แต่จำเป็นต้องใช้ผลการสอบสวนมาประกอบข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายฯ ที่มีอายุความถึง 15 ปี และยืนยันคณะกรรมมาธิการฯ ไม่มีการก้าวล่วงหรือก้าวก่ายการทำงานของอัยการ แม้ว่าจะไม่จำเป็นต้องรอผลจากคณะกรรมาธิการฯ แต่ประเด็นร้องขอความเป็นธรรมของนายวรยุทธเป็นประเด็นเดียวกันที่ร้องขอความเป็นธรรมจากอัยการ จึงนำผลการพิจารณามาใช้ประกอบกันก่อนส่งผลจากคณะกรรมาธิการฯ ให้อธิบดีอัยการสำนักงานกรุงเทพใต้ เป็นผู้มีคำสั่งเกี่ยวกับประเด็นร้องขอความเป็นธรรม หากไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำสั่งฟ้องก็นำตัวนายวรยุทธ ส่งฟ้องได้ทันที แต่ถ้ามีผลเปลี่ยนแปลงใดๆ จะต้องส่งสำนวนให้เป็นอำนาจของอัยการสูงสุดในการพิจารณาคดีอีกครั้ง แม้จะเกิดความล่าช้าแต่เป็นไปตามกรอบยุติธรรม โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนวันนัดส่งฟ้อง

นอกจากนี้ นายประยุทธ ระบุว่าอัยการทำงานอย่างเต็มที่มีการติดตามผลโดยตลอด แม้ว่าคดีนี้สังคมจะมีข้อสงสัยว่าคดีล่วงเลยมากว่า 5 ปีแล้ว แต่การร้องขอความเป็นธรรมจากผู้ต้องหาถ้าอัยการไม่ดำเนินการก็จะเป็นการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ถ้าคำขอเลื่อนเป็นการก้าวอ้างเลื่อนลอยก็จะต้องออกหมายจับต่อไป ยืนยันอัยการไม่มีการซุกสำนวน และไม่กังวลว่าผู้ต้องหาจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงพร้อมชี้แจงถึงการย้ายอัยการที่ทำสำนวนคดีนี้ว่าเป็นการย้ายประจำปีไม่เกี่ยวข้องกับการทำคดี

ส่วนประเด็นการร้องขอความเป็นธรรม ยืนยันตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด มีแนวทางปฏิบัติเหมือนกันทั่วประเทศ ผู้ต้องหาทุกคดีสามารถร้องขอความเป็นธรรมได้ แต่อัยการต้องพิจารณาว่า เป็นการประวิงเวลา หรือ ต้องสอบให้สิ้นกระแสความ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในการแถลงข่าวความคืบหน้าคดีทายาทกระทิงแดงนั้น มีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ พิธีกรรายการ “ชูวิทย์ ตีแสกหน้า” ทางช่องไทยรัฐทีวี มาในฐานะผู้สื่อข่าว ได้ซักถามถึงข้อสงสัยต่างๆ โดยเฉพาะกรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวถึง การดำเนินคดีที่ล่าช้ามาแล้วเกือบ 5 ปี โดยนายวรยุทธ ไม่เข้าพบเจ้าหน้าที่ตามหมายเรียก แต่จะให้ทนายความเดินทางไปแทน และอ้างว่าป่วยหรือเดินทางไปทำธุรกิจต่างประเทศ ขณะที่อายุความในหลายข้อหาจะหมดลงในปีนี้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้