วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยันครม. ‘ไฟเขียว’ ถึง 2 รอบตั้งบรรษัทน้ำมัน

‘พล.อ.อกนิษฐ์’เผยรัฐบาลรู้เห็นสกนธ์โต้หม่อมอุ๋ยกินยาอะไรมาพิชัยดักคอจะยึดปตท.ใช่หรือไม่

“อกนิษฐ์” ยัน สนช.แก้ ก.ม.ปิโตรเลียมตามกระแสโลก เผย ครม.รู้เห็นตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ถามไป 2 รอบ ยืนยันกลับมาทั้ง 2 รอบให้ไฟเขียวปัดข้อหาทับซ้อนท้าสอบไม่เคยถือหุ้น ปตท. “สกนธ์” สงสัย “หม่อมอุ๋ย” กินยาอะไรมา ลั่นไม่เคยกลัวใคร วิป สนช.ใส่เกียร์ห้าเดินหน้าลุย ซาวเสียงยังก้ำกึ่งส่อปรับแก้ถ้อยคำ คปพ.เสียงอ่อยนายกฯเข้าใจผิด หนุนตั้งบรรษัทน้ำมันฯแต่ต้องวางกรอบเวลาให้ชัด ทหารร่วมแจมไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ ภาคเอกชนเชื่อสุดท้ายต้องงัด ม.44 ส.อ.ท.งงจะแก้ไปทำไมของเก่าดีอยู่แล้ว ปตท.สผ.ขอให้ชัดเจนเอาไงแน่ “มนูญ” จวกต้มยำทำแกงจนเละเทะ “พิชัย” ถามหวังยึดปตท.หรือเปล่า “วิษณุ-สมชัย” ยักไหล่ไม่สน “นพดล” ขู่ฟ้อง 157 รีดภาษีชินคอร์ปให้ศาลชี้ขาด พท.โอดถูกกระทำไม่มีสิ้นสุด

สังคมจับตามองผลการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 30 มี.ค. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ปิโตรเลียม และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม หลัง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ออกมาแฉว่ามีการสอดไส้เปิดช่องให้มีการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ว่าสุดท้ายจะออกมาเช่นไร

สนช.แก้ ก.ม.ปิโตรเลียมตามโลก

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 มี.ค. ที่รัฐสภา พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงเจตนารมณ์ที่บัญญัติมาตรา 10/1 ไว้ในร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม เปิดช่องให้มีการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.วันที่ 30 มี.ค. ว่า ตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประเทศไทยมีการจัดหาแหล่งพลังงานจนมีคำว่า “โชติช่วงชัชวาล” จนมี พ.ร.บ.ปิโตรเลียมใช้บังคับมาถึงปัจจุบัน 40 ปี แต่มาตรา 22 (14) ของ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมพูดไว้ เรื่องเดียวคือ “การให้สัมปทาน” วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ทั่วโลกใช้ทั้งวิธีสัมปทาน การแบ่งปันผลผลิต และจ้างบริการ สนช.จึงตั้งคณะขึ้นมาศึกษาเรื่องปิโตรเลียม มีภาคประชาชน อาทิ น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ร่วมด้วย ผลออกมาต้องมีทั้งการสัมปทาน แบ่งปันผลผลิต และจ้างบริการ และยังบอกว่าเรื่อง การแบ่งปันผลผลิตต้องตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติขึ้นมา เพื่อดำเนินธุรกิจตรงนั้นตามหลักการ

ยัน ครม.รู้เห็นตั้งบรรษัทน้ำมัน

พล.อ.อกนิษฐ์กล่าวอีกว่า หลังจาก กมธ.ศึกษาแล้วจึงส่งไปยังรัฐบาล ขณะเดียวกัน พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธาน กมธ.พลังงาน สนช. พาคณะที่มีทั้งทหารและพลเรือน ไปพบและชี้แจงผลการศึกษากับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี จากนั้นรัฐบาลจึงเสนอร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมเข้ามา เสนอมาทั้ง 3 วิธีการ คือ การสัมปทาน แบ่งปันผลผลิต และจ้างบริการ เหมือนที่เราศึกษา ทุกอย่างทำตามขั้นตอน เราถามกลับไป 2 ครั้ง ครม.ก็ยังยืนยันมาแบบเดิม โดยให้มีบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเมื่อมีความพร้อม แต่ให้มีหน่วยงานเข้ามาศึกษาว่าลักษณะควรเป็นอย่างไร เหมือนการสร้างบ้านต้องออกแบบ ถอดแบบ หาช่างมาก่อสร้างก่อน ต้องใช้เวลา ไม่ใช่ออกกฎหมายวันนี้พรุ่งนี้จะตั้งได้เลย

ไม่มีทับซ้อนท้าสอบหุ้น ปตท.ได้

เมื่อถามว่ากดดันหรือไม่ พล.อ.อกนิษฐ์ตอบว่า การร่างกฎหมายจะให้ถูกใจคนทั้งประเทศไม่ได้ เมื่อถามว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธรแสดงความกังวลกรณีจะให้กรมพลังงานทหารเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง พล.อ.อกนิษฐ์ตอบว่า ท่านอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน กรมการพลังงานทหาร กระทรวงกลาโหม มีหน้าที่เตรียมการเรื่องพลังงานสำหรับการป้องกันประเทศ ไม่ใช่ทำธุรกิจ มันคนละบริบทเพราะ พ.ร.บ.ฉบับนี้รัฐมนตรีผู้รักษาการคือ รมว.พลังงาน คนละกระทรวง คนละภารกิจหน้าที่กัน เมื่อถามย้ำว่ากังวลกับการเคลื่อนไหวของเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) หรือไม่ พล.อ.อกนิษฐ์ตอบว่า ไม่กังวล ส่วนเสียงวิจารณ์ว่าผู้ที่พิจารณากฎหมายฉบับนี้ส่วนใหญ่เป็นทหารอาจมีส่วนได้ส่วนเสียนั้น ขอให้ไปดูรายชื่อ กมธ.ได้เลย รวมถึงตนไม่ได้มีหุ้นใน ปตท.สักบาทเดียว ไม่คิดจะลงทุนด้านนี้ด้วย และกล้ายืนยันแทน กมธ.ทั้ง 21 คนว่า ไม่มีใครมีผลประโยชน์ทับซ้อนเรื่องนี้

สงสัย “หม่อมอุ๋ย” กินยาอะไรมา

พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม สนช. กล่าวว่า เป็น 1 ใน 6 สนช.ที่ผลักดันให้มีการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ แต่การผลักดันไม่ใช่อยู่ดีๆจะทำ เรื่องนี้ไม่มีการสอดไส้ ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกันหลายฝ่าย มีทั้งอยากให้ตั้ง และไม่อยากให้ตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ สุดท้ายก็สรุปให้มี ทุกอย่างเราทำตามขั้นตอน ส่วน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯ ที่ออกมาคัดค้าน ตนไม่เคยรู้จัก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ไม่รู้กินยาอะไรมาจากไหนถึงได้ออกมาแบบนี้ ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯถือว่าจบในชั้น กมธ.แล้ว เป็นเรื่องของที่ประชุมใหญ่ สนช.จะดำเนินการอย่างไร ส่วนตัวไม่ได้กดดันอะไร และไม่เคยกลัวใคร

วิป สนช.ไม่ถอยเดินหน้าลุย

ด้านนายสมชาย แสวงการ เลขานุการวิป สนช. กล่าวว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมและร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม สนช.จะเดินหน้าไปตามกระบวนการปกติ ไม่จำเป็นต้องถอนร่างออก เพราะทุกอย่างผ่านการพิจารณาของวิป สนช.แล้ว โดยเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ โดยเฉพาะการบัญญัติมาตรา 10/1 เกี่ยวกับการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ไม่ได้สอดไส้เนื้อหาตามที่มีบางฝ่ายกล่าวหา แม้ กมธ.วิสามัญฯจะเพิ่มเติมเนื้อหาให้มีการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเข้าไปในร่าง พ.ร.บ. แต่เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว จึงไม่ถือว่าเป็นการแก้ไขเกินหลักการของร่างกฎหมายแต่อย่างใด

ซาวเสียงก้ำกึ่งส่อปรับแก้ถ้อยคำ

ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจากรัฐสภาว่า แนวโน้มการลงมติร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม เสียง สนช.ยังก้ำกึ่งอยู่ โดยเฉพาะประเด็นมาตรา 10/1 เรื่องการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ จะรอฟังเหตุผลจาก กมธ.ก่อนว่ามีความจำเป็นเพียงใด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการเสนอทางออกปัญหามาตรา 10/1 ให้มีการปรับถ้อยคำในมาตราดังกล่าว จากที่ระบุว่าให้มีการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเมื่อมีความพร้อม มาเป็นการกำหนดให้ ครม.ดำเนินการตั้งคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ และรูปแบบการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ เพื่อให้มีความชัดเจนมากกว่าการกำหนดพิจารณาเมื่อมีความพร้อม ซึ่งไม่มีขอบเขตการดำเนินการที่แน่นอน

คปพ.เสียงอ่อยนายกฯเข้าใจผิด

ที่ห้องประชุมมูลนิธิ 14 ตุลาฯ แยกคอกวัว เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) โดยนายธีระชัย ภูวนาทนรานุบาล น.ส.รสนา โตสิตระกูล ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ร่วมกันแถลงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พาดพิง คปพ.กดดันให้มีการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ โดยนายปานเทพกล่าวว่า นายกฯกำลังไม่เข้าใจและเข้าใจผิดอยู่หลายเรื่อง การบัญญัติให้มีการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ไม่ใช่เพราะ คปพ.ไปกดดัน แต่เกิดจากผลการศึกษาของ กมธ.วิสามัญฯศึกษาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม 2514 ของ สนช. ที่ระบุชัดเจนว่าจำเป็นต้องตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ

ไล่บี้รีบตั้งบรรษัทน้ำมันเพื่อชาติ

นายปานเทพกล่าวอีกว่า สาเหตุที่ภาคประชาชนไม่รับกฎหมายฉบับนี้ เพราะไม่มีการกำหนดระยะเวลาการจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ เพื่อรับโอนทรัพย์สินปิโตรเลียมในแหล่งบงกช และแหล่งเอราวัณ ที่ใกล้หมดสัญญาสัมปทาน มีมูลค่า 2 แสนล้านบาทต่อปี จึงต้องตั้งองค์กรของรัฐเพื่อรับโอนทรัพย์สินก่อนการประมูลรอบต่อไป หากไม่ทันจะทำให้ชาติสูญเสียอธิปไตยเหนือแหล่งปิโตรเลียมหลายสิบปี รวมถึงไม่ระบุว่าจะมีการประมูลผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุดต่อรัฐ ไม่มีการแก้ไขผลการศึกษาของ สนช. เช่น การเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจ ลดหย่อนค่าภาคหลวง ภาษี ผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษได้อย่างกว้างขวาง ไม่มีราคากลางจัดซื้อจัดจ้าง และยังไม่มีบทบัญญัติป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนของข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ กลุ่มคปพ.จะเข้ายื่นหนังสือคัดค้านกฎหมายดังกล่าว ต่อประธาน สนช.ในวันที่ 30 มี.ค.

ไม่รังเกียจถ้าจะมีทหารแจม

นายปานเทพกล่าวต่อว่า หน้าที่ของบรรษัทน้ำมันฯ คือรับโอนทรัพย์สินจากทุกแหล่งที่หมดสัญญาสัมปทาน รับโอนระบบท่อก๊าซเพื่อหยุดการผูกขาด ให้เกิดการแข่งขันอย่างแท้จริง และขายปิโตรเลียมตามสิทธิ์ที่รัฐได้จากระบบแบ่งปันผลผลิต และจ้างบริการ แต่การจะใช้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่แทนบรรษัทน้ำมันฯนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นเอกชนและต่างชาติถือหุ้นเกือบครึ่ง หรือจะใช้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติก็ไม่คล่องตัว ด้วยระเบียบราชการ ทั้งนี้บรรษัทน้ำมันฯควรมีทุกภาคส่วนเข้ามาจัดการ รวมถึงฝ่ายทหาร การมีทหารเข้ามาร่วมดูแลไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ เพราะน้ำมันถือเป็นยุทธปัจจัยสำคัญของชาติ แต่ไม่ใช่ให้ทหารเป็นหลัก ควรต้องมีองค์ประกอบที่หลากหลายเพื่อถ่วงดุลอำนาจ ส่วนการตรวจสอบควรต้องมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน สนช. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และภาคประชาชน เข้ามาร่วมด้วย

เอกชนเชื่อสุดท้ายต้องงัด ม.44

วันเดียวกัน สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจจัดเสวนา “พ.ร.บ.ปิโตรเลียมสะดุด ฉุดประเทศไทยเสียโอกาส” โดยนายบวร วงศ์สินอุดม รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หากรัฐบาลไม่สามารถตัดสินใจให้ความชัดเจนในร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯได้ ภาคเอกชนเห็นว่าสุดท้ายแล้วรัฐบาลอาจจำเป็นต้องใช้อำนาจมาตรา 44 บังคับใช้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉบับเดิม เพื่อเปิดประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกช และแหล่งเอราวัณ ที่จะสิ้นสุดสัมปทานปี 2565-2566 หรือบังคับใช้มาตรา 44 กับร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉบับใหม่ แต่ ต้องมีการบังคับแบบเข้มข้นเพื่อกำหนดรายละเอียดไปด้วย ตนไม่เชื่อมั่นว่าร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯจะมีขอยุติเร็วๆนี้ ต้องยอมรับว่าหากผู้รับสัมปทานรายเดิม คือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. และบริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ชนะการประมูลแหล่งบงกชและแหล่งเอราวัณ จะยิ่งทำให้กำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติมีความต่อเนื่อง สิ่งที่ไม่เข้าใจท่าทีของรัฐบาล คือ จะแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียมทำไม ทั้งที่ของเก่าก็ดีอยู่แล้ว หากปริมาณก๊าซฯมีปัญหาจะกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของประเทศ

ปตท.สผ.ขอชัดเจนเอาไงแน่

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล รักษาการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ ปตท.สผ. กล่าวว่า ปตท.สผ. ต้องการให้รัฐบาลเร่งสรุปความชัดเจนร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม เพื่อเปิดประมูล 2 แหล่งก๊าซให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อปริมาณก๊าซที่จะลดลงทันทีหลังหมดสัมปทาน หากสิ้นสุดอายุสัมปทานแล้วยังไม่มีการผลิต รัฐบาลจะสูญเสียค่าภาคหลวงและภาษีปิโตรเลียมทันที 240,000 ล้านบาทต่อปี สูญเสียการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในประเทศ 160,000 ล้านบาท ดังนั้น รัฐบาลต้องตัดสินใจให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ภาคเอกชนเตรียมตัวก่อนการลงทุนจริงในอีก 5 ปีก่อนหมดอายุสัมปทาน ขณะนี้ ปตท.สผ.พยายามรักษาระดับการผลิตไว้ โดยยังคงลงทุนเจาะหลุมผลิต แต่หากสิ้นปีนี้ยังไม่ชัดเจน การลงทุนอนาคตจะสะดุด การผลิตก๊าซในปี 2565-2566 จะลดลงทันที

“มนูญ” จวกต้มยำทำแกงจนเละ

ด้านนายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯถูกต้มยำทำแกงจนเละเทะ ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรกันแน่ ระหว่างการวางหลักการว่าด้วยระบบการบริหารจัดการการสำรวจและผลิต และการแบ่งปันผลประโยชน์ กับการวางโครงสร้างระบบการบริหารจัดการด้านพลังงาน โดยหลักการ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมควรเป็นกฎหมายแม่บทว่าจะบริหารจัดการโดยใช้ระบบใด ระบบสัมปทาน แบ่งปันผลผลิต จ้างผลิต หรือระบบผสมผสาน (Hybrid) เป็นต้น ควรกำหนดให้ชัดเจนเพื่อทุกรายจะได้แข่งขันบนกติกาเดียวกันอย่างยุติธรรม และควรแยกกฎหมายต่างหากว่าด้วยเรื่องการบริหารกิจการพลังงาน ว่าจะใช้ระบบใด ชาตินิยม สังคมนิยม เสรีนิยม สังคมชาตินิยม หรือประชาสังคมนิยม เพื่อกำหนดรูปแบบและโครงสร้างการบริหารให้สอดคล้องกับระบบ

กรมเชื้อเพลิงฯร่าง ก.ม.ไว้รอแล้ว

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า ต้องรอผลการพิจารณาของ สนช.จะสรุปอย่างไร แต่กรมเชื้อเพลิงพลังงานยืนยันว่าปัจจุบันโครงสร้างการกำกับและการปฏิบัติด้านพลังงานถือเป็นรูปแบบของบรรษัทพลังงานแห่งชาติ (NOC) อยู่แล้ว การกำกับดูแลโดยรัฐบาลมีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ที่รับนโยบายตรงจากกระทรวงพลังงาน ฝ่ายปฏิบัติคือ ปตท.สผ. ทำหน้าที่สำรวจและผลิต มี ปตท.ดูแลลูกค้า เป็นรัฐวิสาหกิจที่ถูกกำกับโดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นรูปแบบที่มีศักยภาพ การบริหารจัดการมีการคานอำนาจกันอยู่ แต่หากจะเสนอให้ตั้ง NOC ขึ้นมาใหม่จริง รัฐบาลควรต้องกำหนดให้ชัดเจน เพราะอาจนำมาซึ่งการผูกขาด และเกิดความเสี่ยงต่อการลงทุน แต่หากต้องจัดตั้งบรรษัทพลังงานฯขึ้นมาจริง อาจต้องมี พ.ร.บ.มารองรับโดยเฉพาะ จึงต้องศึกษาให้รอบคอบก่อน แต่กรมเชื้อเพลิงฯได้เตรียมกฎหมายลูกไว้รองรับแล้ว 5 ฉบับ และ 1 ประกาศ ซึ่งจะมีระบบแบ่งปันผลผลิต และสัญญาจ้างบริการเพิ่มเติม นอกเหนือจากระบบสัมปทาน

“มาร์ค” ต้าน ปตท.จัดการทุกอย่าง

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กมธ.ควรเพิ่มเนื้อหาให้ชัดว่าต้องมีองค์กรขึ้นมาบริหารจัดการภายในเมื่อไร ให้ทันกับการเปิดทางเลือกให้ประเทศ อาจไม่ต้องเขียนรายละเอียดทั้งหมด เพราะอาจทำให้กฎหมายล่าช้า แต่เขียนให้มีกรอบเวลา หลักการให้ชัดว่าอำนาจขอบเขตขององค์กรแต่ละด้าน วันนี้เราสุดโต่งทางใดทางหนึ่งไม่ได้ อยากให้รัฐบาลจริงจังเรื่องการปฏิรูปพลังงาน ปัญหาขณะนี้คือเวลาคืนสัมปทานต้องมีองค์กรมาทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพย์สินที่ได้คืนมา ในกรณีที่ต้องแบ่งปันผลผลิตจำเป็นต้องมีอีกองค์กรหนึ่งขึ้นมา ขณะที่รัฐบาลบอกว่า ปตท.สามารถทำทุกอย่างได้ ก็มีปัญหาเรื่องการผูกขาด เช่น ท่อก๊าซที่ต้องแยกออกมาให้มีการดูแลต่างหาก เพราะ ปตท.ไม่ได้ถือหุ้นโดยรัฐบาลร้อยเปอร์เซ็นต์ การต้องมีองค์กรมารองรับไม่เห็นว่าเป็นการขัดหลักการ แต่ควรมีความชัดเจน

“พิชัย” ถามหวังยึด ปตท.ใช่หรือไม่

นายพิชัย นริพทะพันธ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า เท่าที่ติดตามยังไม่เห็นมีความชัดเจนว่าจะตั้งบรรษัทน้ำมันฯขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ตั้งขึ้นมาเพื่อต้องการยึด ปตท.ใช่หรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นจะสร้างความวุ่นวายได้ หรือการจัดตั้งครั้งนี้จะมีใครเข้ามาบริหารจัดการ ถ้าเป็นทหารเข้ามาบริหารจัดการจะเชื่อถือในความโปร่งใสได้หรือไม่ว่าจะไม่เกิดปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน แต่ถ้าจัดตั้งบรรษัทน้ำมันฯเพราะต้องการแข่งขันกับ ปตท. ขจัดปัญหาการผูกขาด ถือว่ารับได้ ไม่ใช่ตั้งขึ้นมาเพื่อจะยึด ปตท. แต่อยากให้ผู้มีอำนาจศึกษาโมเดลจากต่างประเทศให้ดีก่อน หลายประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านน้ำมัน ไม่มีการจัดตั้งบรรษัทขึ้นมา เช่น สหรัฐอเมริกา เป็นการดำเนินการของเอกชน สำหรับไทยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะวัตถุประสงค์ไม่ชัดเจนว่าตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร

“วิษณุ” ยักไหล่ใส่ “นพดล” ขู่ฟ้อง

อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมยื่นฟ้องกรมสรรพากร กรณีดำเนินการ เรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปโดยมิชอบ ว่า ตามระเบียบหน่วยงานราชการที่ถูกฟ้อง พนักงานอัยการจะแก้ต่างให้ ที่ผ่านมากรมสรรพากรถูกฟ้องไม่รู้กี่เรื่องแล้ว แพ้บ้างชนะบ้าง รัฐบาลคงไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากเขาต้องการก็บอกมาได้ กรมสรรพากรไม่ได้ตกอกตกใจอะไร มีแต่สื่อที่ไปตกใจแทนเขา อธิบดีกรมสรรพากรถูกฟ้องมานับไม่ถ้วนแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาจะตั้งศาลภาษีอากรขึ้นมาทำไม เมื่อถามว่าคดีนี้ถ้ารัฐแพ้เจ้าหน้าที่รัฐจะเป็นอย่างไร นายวิษณุตอบว่า ตามระเบียบก็ไม่มีอะไร เขาทำตามอำนาจหน้าที่ พนักงานอัยการถึงเข้ามาแก้ต่างให้ ดังนั้น จะไม่มีผลทางด้านวินัยกับเจ้าหน้าที่ผู้นั้น ยกเว้นว่าการแพ้คดีนั้นเป็นความบกพร่องชัดเจน เช่น ไม่นำพยานเข้าสืบในศาลตามกำหนดนัด หรือละทิ้งคดี ทำให้รัฐไม่ได้ภาษี อย่างนี้ถือว่ารัฐเสียประโยชน์

ย้ำรัฐบาลตั้งใจทำมาตั้งแต่ต้น

เมื่อถามว่ากรณีนี้ถูกมองว่ากระทบต่อการปรองดองของรัฐบาล นายวิษณุตอบว่า คนจะคิดอย่างไรก็ได้ แต่เรื่องนี้รัฐบาลตั้งใจแต่ต้นให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ที่ผ่านมาพอเรื่องเงียบคนก็หาว่าซูเอี๋ยกัน พอทำก็บอกว่ากลั่นแกล้งลำเอียง เล่นงานเฉพาะบางคน ในโลกนี้มองได้ทั้งสองด้าน ความโชคร้ายก็คือเราไม่สามารถจับมันขึ้นมาทั้งสองด้านได้ในเวลาเดียวกัน อยากให้เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดา คือปล่อยให้เรื่องไปศาลเป็นคนกลางตัดสิน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า กรณีกรมสรรพากรติดป้ายเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปฯ ที่หน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ไม่ใช่เรื่องของตน เป็นเรื่องของกรมสรรพากร

ปลัดคลังท้าไม่พอใจยื่นอุทธรณ์

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรมสรรพากรทำหน้าที่เต็มที่อยู่แล้ว ล่าสุดได้ปิดประกาศประเมินภาษีที่หน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า โดยความคืบหน้าจะเป็นอย่างไรต่อไป เป็นเรื่องที่กรมสรรพากรทำหน้าที่ตามกฎหมาย แต่นายทักษิณสามารถอุทธรณ์ได้ ถ้าอุทธรณ์แล้วไม่เป็นที่พอใจ สามารถยื่นศาลภาษีได้ ส่วนการจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่ทำให้คดีภาษีดังกล่าวมีความยืดเยื้อจนเกือบหมดอายุความ โดยได้ตั้งคณะกรรมการแล้ว โดยมีนายยุทธนา หยิมการุณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน อยู่ระหว่างดำเนินการมีความคืบหน้า 50-60 เปอร์เซ็นต์ โดยต้องรอสรุปว่าใครผิดใครถูก ใครเกี่ยวข้องบ้าง ผิดวินัยมากน้อยแค่ไหน จึงดำเนินการลงโทษต่อไป

พท.โอดถูกกระหน่ำไม่มีสิ้นสุด

ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เท่าที่ทราบเดิมกรมสรรพากรระบุว่า ไม่สามารถเรียกเก็บภาษีดังกล่าวได้ พอนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ออกมาบอกว่าเป็นอภินิหารทางกฎหมาย ก็ยิ่งสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับระบบกฎหมายประเทศนี้ ทำไมไม่ใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมาตามที่บัญญัติไว้ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ เช่น ต้องการสร้างให้คนทั่วไปเข้าใจผิดและเกี่ยวพันกับพรรคเพื่อไทย หรือผู้มีอำนาจต้องการทำลายเครดิตฝ่ายตรงกันข้าม ไม่อยากให้บ้านเมืองเราทำลายกันโดยขาดการยั้งคิด ฝ่ายที่ถูกกระทำจะมีความรู้สึกว่าถูกกระทำแบบไม่มีสิ้นสุด มีหลายเรื่องที่ถูกกระหน่ำอยู่ข้างเดียว

“มีชัย” ชู ป.ป.ช.หัวใจ รธน.ปราบโกง

ช่วงเช้าที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดสัมมนา “การรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ” โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวเปิดสัมมนาว่า กฎหมายว่าด้วย ป.ป.ช. ถือเป็นหัวใจของร่างรัฐธรรมนูญในการปราบปรามการทุจริต ตัดขั้นตอนที่พะรุงพะรังออก ให้กรรมการ ป.ป.ช.มีอำนาจมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไต่สวนเบื้องต้นได้ ไม่ต้องตั้งอนุกรรมการ ตั้งคณะทำงาน ส่วนการประพฤติมิชอบให้ส่วนราชการดูแลกันเอง ภายใต้การกำกับของ ป.ป.ช. สร้างกระบวนการไต่สวนให้รวดเร็ว มีกรอบเวลา ไม่ปล่อยให้หมดอายุความที่อัยการ จุดสำคัญ ป.ป.ช.ตรวจสอบหน่วยงานของรัฐและองค์กรอิสระทั้งหมด จึงต้องหาลู่ทางผู้ที่จะมาตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช.ด้วย หากไม่สุจริต สำหรับกลไกลงโทษข้าราชการต้องหาจุดพอดี หลายหน่วยงานลงโทษตามคำสั่ง ป.ป.ช.ด้วยความอึดอัด เพราะเชื่อว่าไม่ผิด บางทีก็ไปฟ้องศาลปกครอง

“วัชรพล” ขึงขังคง ป.ป.ช.จังหวัด

ขณะที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า การไต่สวน ป.ป.ช.เสนอในร่างกฎหมายลูกกำหนดเวลาไว้ที่ 2 ปี ส่วนคดีอาญาข้ามชาติที่ต้องใช้ความร่วมมือจากต่างประเทศอาจขยายระยะเวลาได้ การทำงานมีทั้งกระจายอำนาจ และมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่แต่ละพื้นที่ ส่วนเรื่องความรวดเร็วมีศาลทุจริตคอยดูแล เชื่อว่าจะทำให้เกิดความเกรงกลัว อนาคตคดีจะลดลง และเพื่อประสิทธิภาพเสนอให้เพิ่มอำนาจสืบสวนสอบสวนแบบพิเศษ เหมือนการปราบอาชญากรรมข้ามชาติ เพิ่มอำนาจรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการเงิน ขอขยายเวลาอายัดทรัพย์สินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคดีระหว่างประเทศ ที่ต้องมีการสอบเส้นทางการเงิน ติดตามทรัพย์สินคืนสู่รัฐให้ได้มากที่สุด และสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดถือเป็นจุดสำคัญ การทำสงครามกับการทุจริตจึงจะชนะ

“วิชา” หนุนหั่นเหลือ ป.ป.ช.ภาค

นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ร่างกฎหมายที่ ป.ป.ช.เสนอกรอบเวลาการไต่สวนข้อเท็จจริง ถือว่าล่าช้า ไม่ตรงความต้องการของประชาชน ส่วนคณะกรรมการต้องเปิดเผยโปร่งใสตรวจสอบได้ กระบวนการสรรหา ป.ป.ช.สำคัญที่สุด การปล่อยให้คดีทุจริตหมดอายุความต้องไม่มี ขนาดองค์กรต้องกระชับ ข้อท้วงติงเรื่องหน่วยงานต่างจังหวัด เห็นว่าต้องตัดให้กระชับลงเหลือไม่มากเป็นระดับภาค ไม่ใช่แพร่กระจายไปทุกที่

โชว์สปิริตพร้อมลุกจากเก้าอี้

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงคุณสมบัติกรรมการองค์กรอิสระตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ ที่ทำให้เข้าข่ายต้องพ้นจากตำแหน่งว่า ป.ป.ช.เสนอกฎหมายลูกให้ กรธ.พิจารณา โดยมีเนื้อหาคุ้มครองให้กรรมการ ป.ป.ช.อยู่ในตำแหน่งต่อไป เป็นการทำตามหน้าที่ ขึ้นอยู่กับ กรธ.และ สนช.พิจารณาเห็นด้วยหรือไม่ รัฐธรรมนูญใหม่กำหนดคุณสมบัติกรรมการ ป.ป.ช. ต่างจากรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา การพิจารณาคุณสมบัติต้องขึ้นอยู่กับกรรมการสรรหา ตนเข้ามาทำงานตามกฎหมาย เมื่อกรรมการสรรหาเห็นเป็นอย่างไร ก็พร้อมทำตาม

“บิ๊กป้อม” พลิ้วแค่สมมติ ลต.ท้องถิ่น

อีกเรื่อง ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวปฏิเสธถึงกระแสข่าวเตรียมจัดการเลือกตั้งในท้องถิ่นว่า ไม่เคยระบุเช่นนั้น เพียงแค่สมมติว่าน่าจะมีเลือกตั้งท้องถิ่น ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะกฎหมายลูกยังไม่ออก และไม่สามารถใช้มาตรา 44 มาดำเนินการได้ ทุกอย่างต้องรอรัฐธรรมนูญ หากรัฐธรรมนูญออกก็ต้องว่าไปตามนั้น ส่วนกรณีจะมีการออกกฎหมาย เรื่องการยึดทรัพย์หากมีการซื้อสิทธิขายเสียงในการเลือกตั้งหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะไม่ใช่นักการเมือง ต้องรอกฎหมายออกมาก่อน รัฐบาลยืนยันเดินตามโรดแม็ปและกฎหมายทุกอย่าง

เลอะเทอะกระแสข่าวปรับ ครม.

พล.อ.ประวิตรยังปฏิเสธตอบคำถาม กรณีมีกระแสข่าวจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังสงกรานต์ หลังมีคณะครูและอาจารย์คณะครุศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ ร่วมกันล่ารายชื่อ 50,000 รายชื่อเสนอปลด นพ.ธีรเกียรติ เจริญเศษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ พ้นจากตำแหน่งว่า เป็นเรื่องที่ผู้สื่อข่าวคิดไปกันเอง ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆ เป็นเรื่องเลอะเทอะ ยืนยัน ไม่มีผลกระทบใดๆต่อ ครม.ชุดปัจจุบัน

ไม่สนกระแสต้านซื้อเรือดำน้ำ

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ หลัง สตง.ผ่านการตรวจสอบโครงการดังกล่าวแล้ว ว่า เรื่องยังไม่มาถึงตน ยังอยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ไม่จำเป็นต้องเร่งรัด ส่วนปัญหาเรื่องงบประมาณนั้นสามารถยืดเวลาออกไปได้ แต่ไม่ให้เกินปีงบประมาณปี 60 ส่วนที่มีกระแสต่อต้านการจัดซื้อนั้น ไม่รู้สึกอะไร เนื่องจากทำตามขั้นตอนทุกอย่าง เป็นเรื่องความมั่นคง อธิบายความจำเป็นมานานกว่า 10 ปีแล้ว และยืนยันว่าทำตามความต้องการของเหล่าทัพ ส่วนจะเข้าที่ประชุม ครม.ได้เมื่อไหร่นั้น ขึ้นอยู่ที่เลขาธิการ ครม. เมื่อถามว่า การจัดซื้อเรือดำน้ำถือว่าเป็นความสำเร็จในยุคนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คงไม่เกี่ยวกับความสำเร็จ

ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เรื่องเรือดำน้ำถึงมือแล้ว ส่วนจะสามารถส่งเข้า ครม.ได้ทันสัปดาห์หน้าหรือไม่นั้น ขณะนี้กำลังพิจารณาดูร่างสัญญาให้เรียบร้อย

กกต.ชงเลือกตั้งท้องถิ่นหลัง ส.ส.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ผู้บริหารสำนักงาน กกต. โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการ กกต. เคยให้ความเห็นกับ กมธ.ด้านการปกครองท้องถิ่น สปท. พร้อมมีข้อเสนอว่า หากรัฐบาลจะดำเนินการปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรจัดทำเรื่องกฎหมายให้แล้วเสร็จเสียก่อน และการเลือกตั้งท้องถิ่นควรมีขึ้นหลังการเลือกตั้งใหญ่ ส.ส. เพราะถ้าเลือกตั้งก่อน นักเลือกตั้งระดับชาติจะลงไปสนับสนุนผู้สมัครท้องถิ่นให้ได้รับเลือกตั้ง เพื่อมาเป็นฐานการเมืองของตัวเอง ขณะนี้ กกต.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นฉบับใหม่ไปแล้ว อยู่ระหว่างการปรับแก้ก่อน หากรัฐบาลแสดงท่าทีที่ชัดเจนจะให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนจริง กกต.จะเร่งพิจารณาและเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว

“ปึ้ง” รู้ชะตาป่วน สนช.ก่อนถูกถอด

ที่รัฐสภา มีการประชุม สนช. มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. เป็นประธาน เพื่อพิจารณาวาระแถลงปิดคดีถอดถอนนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กรณีการออกหนังสือเดินทางให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยมิชอบ ทันทีที่ ป.ป.ช.ในฐานะผู้กล่าวหาแถลงปิดคดีจบ ปรากฏว่า นายสุรพงษ์ได้ร้องขอให้มีการตรวจสอบองค์ประชุม เพราะเห็นว่าสมาชิกอยู่ในห้องประชุมไม่ถึง 50 คน อาจขัดต่อระเบียบการประชุมของ สนช. จนนายสุรชัยต้องกดออดเพื่อนับองค์ประชุม จนมีสมาชิก สนช.หลายคนลุกขึ้นทักท้วงที่ปล่อยให้บุคคลภายนอก คือนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยเข้ามาร่วมประชุม จนเกิดการโต้เถียงกันอยู่นานหลายชั่วโมง ก่อนประธานฯนัดลงมติในวันที่ 30 มี.ค. เวลา 10.00 น. จากเหตุวุ่นวายดังกล่าวสร้างความไม่พอใจ แก่ สนช.จำนวนมาก จนคาดว่าคะแนนถอดถอนจะสูงกว่าทุกคดีที่ผ่านมา

เลื่อนสอบจริยธรรม “สปท.ป๋า”

อีกเรื่อง น.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรม สปท. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมพิจารณากรณีนายอนุสร จิรพงศ์ สปท. ถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายพนักงานเสิร์ฟร้านอาหารย่านอารีย์ เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา ว่าวันนี้เป็นการประชุมเพื่อพิจารณาเอกสารชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ที่นายอนุสรยื่นต่อคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ 27 มี.ค.เท่านั้น คณะกรรมการฯมาร่วมประชุมไม่เต็มคณะ จึงขอเลื่อนการพิจารณาเพื่อลงมติกรณีดังกล่าวในวันที่ 3 เม.ย. ยืนยันว่าจะทราบมติที่ชัดเจนของคณะกรรมการฯแน่นอน

“บิ๊กตู่” งดรำไทเก็กโชว์ชกมวยแทน

วันเดียวกันเวลา 15.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ได้ออกกำลังกายประจำสัปดาห์ ร่วมกับคณะทำงาน ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล โดยได้ย้ายมาออกกำลังกายภายในตึกสันติไมตรี เป็นสัปดาห์ที่ 2 เนื่องจากสภาพอากาศที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ยังคงมีสภาพอากาศที่ร้อน ทั้งนี้ นายกฯได้ใช้เวลาเต้นแอโรบิกประมาณ 27 นาที จากนั้นได้เดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า โดยไม่มีการให้สัมภาษณ์ใดๆ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นมีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เตรียมที่จะออกกำลังกายด้วยการรำไทเก็ก แต่ปรากฏว่ามีเพียงการเต้นแอโรบิกเท่านั้น เจ้าหน้าที่ทำเนียบฯ ต่างบอกเสียดาย

“อกนิษฐ์” ยัน สนช.แก้ ก.ม.ปิโตรเลียมตามกระแสโลก เผย ครม.รู้เห็นตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ถามไป 2 รอบ ยืนยันกลับมาทั้ง 2 รอบให้ไฟเขียวปัดข้อหาทับซ้อนท้าสอบไม่เคยถือหุ้น ปตท. 30 มี.ค. 2560 04:01 ไทยรัฐ