วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชี้ส่งออก-ท่องเที่ยวดีขึ้น

กนง.ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจเป็น 3.4%

“กนง.” ขยับคาดการณ์เศรษฐกิจเพิ่มเป็น 3.4% หลังจากมองเห็นการส่งออกดีขึ้น และแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพิ่มขึ้นพร้อมคงดอกเบี้ยนโยบายอีกรอบ ยอมรับว่าคนไทยยังรู้สึกจนอยู่ จึงชะลอการใช้จ่ายอยู่ ขณะที่ปัจจัยความผันผวนของนโยบายจากต่างประเทศเป็นความเสี่ยงหลักอยู่ จับตาค่าบาทแข็งป่วนเศรษฐกิจในอนาคต

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ในการประชุมที่ผ่านมาวันที่ 29 มี.ค. กนง.ยังคงมีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรืออัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตรอายุ 1 วันไว้ที่ 1.5% เช่นเดิม แม้ว่าจะมองว่าเศรษฐกิจไทยแนวโน้มการขยายตัวที่ดีขึ้นกว่าการประชุมครั้งก่อน เพราะยังมีความเสี่ยงที่จะบั่นทอนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอยู่ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากต่างประเทศ อัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำจึงเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยมากกว่า

อย่างไรก็ตาม จากภาคการส่งออกที่ฟื้นตัวชัดเจน และการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นบ้างจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนหลังจากที่จีนมีปัญหากับเกาหลีใต้ ทำให้ ธปท.ตัดสินใจปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.2% จากระยะเดียวกันของปีก่อน เป็นการขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.4% นอกจากนั้น ยังได้ประมาณการการขยายตัวของปีหน้าว่าจะขยายตัวดีขึ้นจากปีนี้ที่ 3.6%

ทั้งนี้ ธปท.ได้ปรับเพิ่มประมาณการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกปีนี้เป็น 2.2% จากคาดว่าจะขยายตัว 0% ในการประมาณการครั้งก่อน และเพิ่มประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศในปีนี้เป็น 34.5 ล้านคน จากเดิม 34.1 ล้านคน และเพิ่มจำนวนของปีหน้าเป็น 37.1 ล้านคน โดยการลงทุนภาครัฐยังคงเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้ต่อเนื่อง โดยคาดว่าการขยายตัวของการลงทุนภาครัฐปีนี้ไว้ที่ 11.8% ใกล้เคียงกับการประมาณการครั้งก่อน ขณะที่ปีหน้าการลงทุนภาครัฐจะขยายตัวลดลงเล็กน้อยที่ 7.5%

ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท.กล่าวต่อว่า การใช้จ่ายของคนไทยที่ยังชะลอตัวอยู่อาจจะมาจากหลายปัจจัย โดยส่วนหนึ่งอาจจะมีจากความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจด้วย โดยตอนนี้คนไทยยังรู้สึกว่าจนอยู่ แต่ ธปท.เชื่อว่า การใช้จ่ายของคนไทยจะเริ่มดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี เพราะเม็ดเงินจากการส่งออกที่ดีขึ้นจะเริ่มกระจายเข้าสู่ระบบและเพิ่มรายได้ให้ประชาชนสามารถจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น ซึ่งเริ่มเห็นชัดเจนในภาคใต้ ซึ่งได้ผลดีจากราคายางที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ทำให้คนในภาคใต้เริ่มมีการใช้จ่ายสูงขึ้น ขณะที่ในภาคเหนือและภาคอีสานการใช้จ่ายยังอยู่ในระดับเดิม

สำหรับความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทย กราฟ ยังคงเบ้ไปทางต่ำลงได้ เนื่องจากยังต้องจับตาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่มีความแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าการขยายตัวของประเทศ จี 3 น่าจะปรับตัวดีขึ้นได้ เช่นเดียวกับความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและการเงินของประเทศอุตสาห กรรมหลัก ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงในประเทศคือ ความ สามารถในการชำระหนี้ของภาคเอกชน และประชาชนที่ด้อยลง อัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานานที่ทำให้เกิดการลงทุนเสี่ยงขึ้น เพื่อหาผลตอบแทนสูงๆ รวมทั้ง หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่จะเพิ่มขึ้นอีกระยะหนึ่ง จากผลของการชะลอตัวของเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา

ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนแนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นยังไม่เป็นผลดีต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยเท่าที่ควร สิ่งที่ กนง.เป็นห่วงคือความผันผวนขึ้นลงที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศหลัก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่การดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ และธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อตลาดตลอดเวลาในช่วงต่อไป ทำให้ ธปท.และเอกชนจะต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินอย่างต่อเนื่อง.