วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่างน้อยที่สุด

และแล้ว “นักเตะซามูไร” ญี่ปุ่น ก็พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าพวกเขาเหนือชั้นกว่า “ช้างศึก” ทีมชาติไทยมากมายขนาดไหน

สกอร์ 4-0 ที่ไซตามะ สเตเดียม ในศึกคัดบอลโลกเมื่อวันอังคาร

ที่ผ่านมา คงไม่ต้องมีอะไรมาขยายความ

มันทำให้เราตาสว่างและตื่นขึ้นมาเผชิญกับความเป็นจริงเสียที หลังจากที่ปล่อยให้แฟนบอลบางคน “มโน” กันไปเองว่าเราสามารถขึ้นไปเล่นในระดับเอเชียอย่างเต็มตัวได้แล้ว

ที่หนักกว่านั้น บางคนคิดถึงการไปฟุตบอลโลกได้ทันทีในครั้งนี้เลยด้วยซ้ำ

ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าขันสิ้นดี!!!

ที่จั่วหัวไปข้างต้นนั้น ไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกฝีเท้าของนักเตะไทย เพียงแต่ต้องการย้ำให้เห็นว่าเรายังต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะศักยภาพอีกพอสมควร

เรายังต้องการเวลาเพื่อพัฒนากันต่อไป

และที่สำคัญตอนนี้เรายังห่างชั้น เมื่อเทียบกับทีมระดับหัวแถวของทวีป

ถึงตอนนี้ประตูสู่ฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ของ “ช้างศึก” ได้ปิดตายลงอย่างเป็นทางการในทุกมิติแล้ว และเชื่อขนมกินได้ว่า ต้องมี “ดราม่า” ตามมาอีกแน่

ทั้งหมดทั้งมวลก็ขอให้แฟนบอลได้เข้าใจเอาไว้ตรงนี้เลยว่า ทีมงานและนักเตะทุกคนทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว เพียงแต่ตอนนี้มันได้แค่นี้จริงๆ

ในส่วนของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ที่จำเป็นต้องโดนหางเลขไปด้วยนั้น ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบได้

อนาคตจะเป็นเช่นไร เชื่อว่าหลังจากนี้คงต้องมีการพูดคุยกับสมาคมฟุตบอลฯอีกครั้งเป็นแน่ แม้จะเพิ่งต่อสัญญาการทำหน้าที่ไปอีก 1 ปีก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ภารกิจของทีมชาติไทยยังไม่เสร็จสิ้น เราเหลือโปรแกรมรอบ 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย กลุ่มบี อยู่อีก 3 นัด

โดยเป็นการเล่นในบ้าน 2 นัด ในวันที่ 13มิ.ย. พบสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และวันที่ 31ส.ค. พบกับอิรัก จากนั้นในนัดส่งท้ายจะต้องออกไปเยือนออสเตรเลียในวันที่ 5 ก.ย.

สำหรับผมแล้วไม่หวังอะไรมาก ขอเพียงแค่ช้างศึกคว้าแต้มให้ได้บ้างในอีก 2 นัดที่เหลือในบ้าน เพื่อเป็นกำลังใจให้แฟนบอลที่ตามลุ้นตามเชียร์กันมาตลอด

ถึงเวลาที่นักเตะต้องทำเพื่อแฟนบอลบ้างแล้ว

อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ

รักษา “ศรัทธา” แฟนบอลเอาไว้

จะได้ไม่ต้องเริ่มต้นกันใหม่

ทั้งระบบ!!!

พาวเวอร์บอมบ์

30 มี.ค. 2560 01:44 ไทยรัฐ