วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

1,620-1,640 จุด!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 29 มี.ค.60 ปิด 1,574.97 จุด ลดลง 1.75 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 36,901.85 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 156.62 ล้านบาท โดยกองทุนในประเทศเป็นผู้ซื้อสุทธิมากสุดถึง 2,066.78 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด นำโดย GL ปิด 23.40 บาท ลดลง 2.35 บาท, BANPU ปิด 20 บาท บวก 0.30 บาท, TRUE ปิด 6.55 บาท บวก 0.05 บาท, PTT ปิด 395 บาท ลบ 9 บาท และ APX ปิด 0.83 บาท บวก 0.10 บาท

“วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล” กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ ประเมินหุ้นไทยไตรมาส 2 มีโอกาสปรับตัวขึ้นแตะ 1,620-1,640 จุดได้ เนื่องจากความกังวลในการบังคับใช้ นโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ภายหลังรัฐสภาไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายประกันสุขภาพใหม่หรืออเมริกันเฮลธ์แคร์ได้

ทำให้อัตราผลตอบแทน (Yield) ของพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวลงจาก 2.5% มาอยู่ที่ราว 2.38% ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อ่อนค่าสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ซึ่งทำให้นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดที่พัฒนาแล้ว และโยกเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย

เรียกว่า ขณะนี้ตลาดหุ้นเกิดใหม่กำลังเข้าสู่ช่วงที่มีปริมาณเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น โดยตลาดพันธบัตรไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเงินทุนไหลเข้าจากต่างชาติสูงถึง 1.2 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้อัตราผลตอบแทน (Yield) ของพันธบัตรไทยรุ่นอายุ 10 ปี ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.8%

สำหรับหุ้นสหรัฐฯนั้น ช่วงสั้น 1-2 เดือน คาดว่าจะพักฐานแต่หุ้นไทยจะมีโอกาสปรับตัวบวกได้ดีกว่าสหรัฐฯ แม้ “ทรัมป์” จะยังคงผลักดันการปฏิรูปภาษี โดยภาษีนิติบุคคลอาจลดลงมาที่ 20% จาก 35% คาดว่าเข้าสู่สภาคองเกรสเดือน ส.ค.เป็นอย่างเร็ว และเมื่อนำดัชนีหุ้นไทยมาเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ บ่งชี้ได้ว่า หุ้นไทยในช่วง 3 เดือนข้างหน้ายังมีโอกาสปรับขึ้นอีก 6% ซึ่งก็จะอยู่ในระดับ 1,620-1,640 จุด

“เป็นมุมมองที่อาจจะขัดแย้งความรู้สึกของผู้คนส่วนใหญ่ เพราะหุ้นสหรัฐฯ ยุโรป อาจไม่ดี แต่เมื่อเม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นเกิดใหม่ นักลงทุนก็กล้าที่จะเข้าลงทุนและยอมรับความเสี่ยงจากราคาหุ้นที่สูงขึ้นได้ และจากสถิตินับตั้งแต่ปี 2000 พบว่าหุ้นไทยให้ผลตอบแทนในไตรมาส 2 สูงกว่าทุกไตรมาส

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 2 ยังคงถือหุ้นได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ จะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีกว่าค่าเฉลี่ย และยังแนะเลือกซื้อหุ้นปันผลดี ราคายังถูก มีการเติบโตและกลุ่ม Turnaround แต่ต้องระวังไตรมาส 3 ซึ่งจะเข้าสู่ช่วงตลาดหมี ดังนั้นจึงแนะให้ขายหุ้นช่วงปลาย มิ.ย.!!

อินเด็กซ์ 51

30 มี.ค. 2560 01:40 30 มี.ค. 2560 01:40 ไทยรัฐ