วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.ภาค 5 ประกาศหาพยาน คดีวิสามัญฯ หนุ่มลาหู่ ยันคุ้มครองเต็มที่

รอง ผบช.ภ.5 เรียกประชุมทีมคดีหนุ่มลาหู่ ประกาศหาพยานวัตถุและบุคคลให้ข้อมูล หากกลัวไม่ปลอดภัยจะขอคุ้มครองพยานก็ได้ แต่อุบผลชันสูตรศพ ส่วน กสม.เดินหน้าติดตาม เพื่อให้ความเป็นธรรมจนกว่าความจริงจะปรากฏ...

ความคืบหน้าคดี นายชัยภูมิ หรือ จะอุ๊ ป่าแส อายุ 21 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเชียงดาววิทยาคม นักกิจกรรมชาติพันธุ์ลาหู่ ประธานเครือข่ายเยาวชนต้นกล้าเยาวชนพื้นเมือง ที่ถูกทหารใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงเสียชีวิต หลังจากมีการตรวจค้นรถยนต์เก๋ง พบยาบ้าจำนวน 2,800 เม็ด ซุกซ่อนอยู่บริเวณเครื่องกรองอากาศหน้ารถ โดยทหารอ้างว่า นายภูมิ ขัดขืนการจับกุม และยังมีลูกระเบิดจะขว้างใส่ทหาร จึงยิงเพื่อเป็นการระงับเหตุ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 มี.ค. ที่ห้องประชุมในสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.พลูทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง ปฏิบัติหน้าที่ รอง ผบช.ภ.5 ดูแลอาชญากรรมและยาเสพติด พร้อมทั้ง พล.ต.จิระเดช กมลเพ็ชร ผบ.กองกำลังผาเมือง และนายทหารจำนวนหนึ่ง โดยได้ประชุมและรับประทานอาหารร่วมกันประมาณ 1 ชั่วโมง จึงออกจากห้องมาโดยไม่มีการให้สัมภาษณใดๆ ซึ่งทาง พล.ต.ท.พลูทรัพย์ บอกเพียงว่าเป็นการมาคุยกันในเรื่องอื่นและรับประทานร่วมกันเท่านั้น

ด้าน นายเบน สวัสดิวัตน ประธานมูลนิธิเพื่อความเข้าใจเด็ก กล่าวถึงเรื่องของนายชัยภูมิ ป่าแส ว่า ตอนนี้ยังต้องหาข้อเท็จจริงให้ได้ พวกเราอยากจะรู้ความจริงที่เกิดขึ้น อยากจะให้ทำอย่างโปร่งใส มีความยุติธรรม โดยกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะมีบทบาทหลักในเรื่องนี้ เรื่องราวต่างๆ น่าจะเริ่มชัดขึ้น และตนก็เชื่อใจในคณะสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ส่วนในเรื่องยาเสพติดตนไม่ทราบจริงๆ ไม่อยากตัดสินในเรื่องนี้ เพราะตัวเองเข้าไปติดตามเรื่องนี้ในฐานะผู้สังเกตการณ์เท่านั้น แบบเป็นกลาง แต่ก็อยากเห็นความยุติธรรม

ต่อมา เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 29 มี.ค. ที่ห้องทำงานของ พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง ปฏิบัติหน้าที่รอง ผบช.ภ.5 ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนในคดีของนายชัยภูมิ ป่าแส มี พ.ต.อ.มงคล สัมภวะผล รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ หัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีทหารวิสามัญ นายชัยภูมิ ป่าแส พร้อมกันนี้มี พ.ต.อ.ธวัชชัย พงศ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ.5 พร้อมชุดสืบสวนในคดีเส้นทางยาเสพติด โดยใช้เวลาประชุมร่วม 2 ชั่วโมง

เมื่อถามถึงผลการประชุมมีอะไรบ้าง พล.ต.ต ภาณุเดช กล่าวว่า เป็นการสรุปผลความคืบหน้าในแต่ละประเด็นในทุกเรื่อง หลักฐานทุกอย่าง เพื่อนำเสนอไปยังผู้บังคับบัญชาว่าหลักฐานเป็นอย่างไร จะไปได้ในทิศทางไหน เพื่อจะให้ผู้บังคับชาทราบ ทั้งฝ่ายทหารและผู้สังเกตุการณ์ (นายเบน สวัดิวัตน) รับฟังด้วย ในส่วนที่มากระแสเกิดขึ้นรับรู้มาจากพยานที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เห็นว่ามีจำนวนมาก แต่เป็นห่วงเรื่องความไม่ปลอดภัยที่จะมาเป็นพยาน ก็บอกว่าเรื่องนี้เป็นที่สนใจของคนในวงกว้าง ขนาดที่ยังไม่ละเมิดสิทธิของใคร ก็ยังถูกจับจ้องจากสังคมภายนอกในลักษณะนี้

พยานที่จะเปิดเผยตัวไม่ว่าจะมาส่วนบุคคล หรือหมู่คณะ ไม่ว่าจะเป็นใครพามา ถ้ามาพบกับพนักงานสอบสวน ก็คือ พ.ต.อ.มงคล สัมภวะผล รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ หัวหน้าทีมพนักงานสอบสวนในคดีนี้ หากเห็นว่าไม่มีความปลอดภัยสามารถร้องขอการคุ้มครองพยานจากกรมคุ้มครองพยานได้ ในเรื่องนี้ทางพนักงานสอบสวนในคดีนี้ จะทำการประกาศในการที่จะแสวงหาพยาน ทั้งพยานบุคคลและวัตถุพยาน ถ้าใครมีอย่างหนึ่งอย่างใด ก็ขอให้พาเข้ามาได้เลย หากเกรงไม่ได้รับความปลอดภัยก็มีกฎหมายคุ้มครองพยาน และคุ้มครองสิทธิ์ ส่วนเรื่องที่ทางตำรวจจะลงไปสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์ถึงในพื้นที่ก็จะต้องดำเนินการอย่างแน่นอน เพราะได้ทำตารางการสอบสวนไว้ว่าจะสอบพยานคนนี้คนนั้นไว้หมดแล้วตามกรอบเวลาในการทำงาน

ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงผลชันสูตรศพของ นายชัยภูมิ ป่าแส ของแพทย์ออกอย่างเป็นทางการมาหรือยัง พล.ต.ต.ภาณุเดช ตอบว่าประเด็นเรื่องผลชันสูตรศพ ประเด็นเรื่องการตรวจอาวุธที่ส่งไปยังกรมสรรพวุธ เพื่อตรวจสอบอันนี้ต้องอยู่ในสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนล้วนๆ จะมีการประชุมรวมกันทุกฝ่ายอีกครั้งในส่วนของพนักงานสอบสวน และในส่วนของอัยการที่จะทำงานก็อยู่ในคณะของพนักงานสอบสวนร่วมกับตำรวจ ก็อยู่ทีมสอบสวนของตำรวจด้วย ตามประมวลกฎหมายคดีอาญา

ส่วน นางเตือนใจ ดีเทศน์ ประธานอนุกรรมการด้านสถานะบุคคล สิทธิกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ที่ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนั้นเพื่อติดตามในหลายเรื่องหลายคดีที่เกิดขึ้น โดยมี นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ลงพื้นที่ด้วย เพื่อติดตามเรื่องและคุ้มครองสิทธิ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ รวมทั้งเรื่องของ นายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาติพันธุ์ลาหู่ ประธานเครือข่ายเยาวชนต้นกล้าเยาวชนพื้นเมือง ที่เสียชีวิต ซึ่งตนได้ติดตามผลงานต่างๆ ที่เด็กคนนี้ได้สร้างไว้ ไม่ว่าจะเป็นผลงานด้านการให้กำลังใจปลูกฝังพลังเยาวชนไร้สัญชาติ ส่วนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขณะนี้ นายชัยภูมิ ได้เสียชีวิตไปแล้ว คงจะมาพูดอะไรไม่ได้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา

ขณะนี้ ด้านกรรมการสิทธิที่ลงไปตรวจสอบ ต้องแยกออกเป็น 2 ประเด็น เรื่องยาเสพติด กับเรื่องการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ ซึ่งตนทราบว่ามีพยานเห็นเหตุการณ์ร่วม 20 คน หากออกมาเป็นพยาน ทางองค์กรคุ้มครองสิทธิจะต้องคุ้มครอง และปกปิดชื่อที่อยู่บุคคลเหล่านี้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญ หากมีช่องทางก็ขอให้แม่ทัพภาค 3 ย้ายทหารที่เกี่ยวในเรื่องนี้ออกจากพื้นที่ให้หมด เพื่อจะให้เกิดความเป็นธรรม ทั้งด้านพยานและคนในพื้นที่ ซึ่งทางคณะกรรมสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะได้ติดตามในเรื่องนี้จนความจริงจะปรากฏ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผบช.ภ.5 ยัน หนุ่มลาหู่เอี่ยวยาเสพติดแน่! เส้นทางเงินไม่ใช่จากขายกาแฟ

นักสิทธิมนุษยชน เคลื่อนไหวร้องรัฐ เปิดความจริงยิง'หนุ่มลาหู่'ดับ

โซเชียลเผยภาพทหาร ตรวจค้นรถหนุ่มลาหู่ จี้ปมคาใจมีระเบิดจริงหรือไม่

 

รอง ผบช.ภ.5 เรียกประชุมทีมคดีหนุ่มลาหู่ ประกาศหาพยานวัตถุและบุคคลให้ข้อมูล หากกลัวไม่ปลอดภัยจะขอคุ้มครองพยานก็ได้ แต่อุบผลชันสูตรศพ ส่วน กสม.เดินหน้าติดตาม เพื่อให้ความเป็นธรรมจนกว่าความจริงจะปรากฏ... 29 มี.ค. 2560 19:03 ไทยรัฐ